ข่าว

'สุกำพล'เชื่อไร้ขบวนการล้ม'รัฐบาล'

'สุกำพล'เชื่อไร้ขบวนการล้ม'รัฐบาล'

10 พ.ค. 2556

'บิ๊กโอ๋' เชื่อไร้ขบวนการล้ม 'รัฐบาล' หลัง 'นายกฯ' ถูกโจมตีหนัก มั่นใจถกแก้ไฟใต้จบดี ชี้ปลายปีเห็นผล ประสานอินโดฯส่งผู้ก่อความไม่สงบให้ไทย

 

                    10 พ.ค.56 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีมือดีเข้าไปแฮกเว็บไซต์ของสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีการโพสต์รูปนายกรัฐมนตรี พร้อมข้อความหยาบคายว่า เป็นเรื่องที่ไม่สมควร แต่ทราบจากข่าวว่าผู้ต้องสงสัยจะมอบตัวเร็วๆนี้ ตนอยากให้เรื่องนี้จบไป เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ดี และไม่ทราบเจตนาที่แท้จริงว่าผู้ที่กระทำต้องการอะไร เพียงแค่รับฟังจากข่าวที่เกิดขึ้นเท่านั้น ส่วนตัวไม่อยากไปยุ่งเกี่ยว ขอดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกันจะดีกว่า

                    ทั้งนี้ในเรื่องของเทคโนโลยีในที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหมนั้น คือ เรื่องการปกป้องสถาบัน ส่วนเรื่องอื่นๆ หากเราทราบจะบอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการกับเว็บไซต์ที่หมิ่นสถาบันนั้น ทางหน่วยงานความมั่นคงมีเครือข่ายทำหน้าที่ดูแล แต่อะไรที่ไม่เกี่ยวกับหน่วยงานความมั่นคงก็จะดำเนินการส่งต่อไปให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นำไปดำเนินการต่อ

                    เมื่อถามต่อว่า ในช่วงนี้ที่มีการออกมาต่อต้านรัฐบาลมากมายนั้นมองว่า จะมีขบวนการล้มล้างรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า คิดว่าไม่มี

                    เมื่อถามต่อว่า ส่วนตัวได้ให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีอย่างไรที่ช่วงนี้ถูกโจมตีต่างๆมากมาย พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ทำงานอยู่ด้วยกัน ก็ได้แสดงท่าทีให้นายกรัฐมนตรีเห็น เรื่องแบบนี้ไม่ต้องไปบอกทุกครั้งว่าให้กำลังใจ

 

'สุกำพล' มั่นใจถกแก้ไฟใต้จบดี ชี้ปลายปีเห็นผล

 

                    พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการก่อเหตุระเบิดอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เราพยายามดูแลให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นน้อยที่สุด เรื่องการวางระเบิดเรากำหนดไว้อยู่แล้วว่า จะไม่ให้เกิดขึ้นในเขตเมือง แต่ก็ยังมีอยู่ ซึ่งช่วงนี้ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว แต่มั่นใจว่า เจ้าหน้าที่จะดูแลบุคลากรทางการศึกษาได้ เพราะที่ผ่านมาดูแลได้อย่างดี ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกความรับผิดชอบของทหาร เพราะเรามีหน้าที่ตรวจดูความเรียบร้อยตามโรงเรียนหรือสถานที่ต่างๆ แต่หากเป็นส่วนอื่นๆที่หน่วยงานอื่นดูแลก็ให้หน่วยงานนั้นรับผิดชอบ แต่ในส่วนที่ทหารดูแลไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้ปฏิบัติงาน แต่ไม่ใช่ว่าจะโยนทุกอย่างให้ผู้ปฏิบัติ เพราะเขาทำงานด้วยความยากลำบาก

                    อย่างไรก็ตามยังยืนยันคำเดิมว่าการทำงานของเราดีขึ้น แม้ว่าเขาจะโหมมากขึ้นก็ตาม แต่สิ่งที่เราคาดหวัง คือ ความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งข้อมูล ส่วนความร่วมมือของประเทศเพื่อนบ้านจากการไปประชุมรมว.กลาโหมอาเซียนมานั้น ได้พูดคุยกับอินโดนีเซีย โดยขอให้เขาช่วยเหลือ หากมีผู้ก่อความไม่สงบหลบไปอยู่ในพื้นที่เขา เราก็จะส่งรายชื่อให้เขาช่วยส่งตัวกลับมา ซึ่งทางอินโดนีเซียยินดีให้ความร่วมมือ

                    “ขณะนี้เราได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 1,700 นาย ลงไปในพื้นที่ โดยเน้นคนที่ทำงานได้มีประสิทธิภาพและอยู่ในระดับหน่วยปฏิบัติการพิเศษลงไป เพราะหากเป็นตำรวจปกติคงมีขีดความสามารถที่จำกัด ซึ่งตำรวจที่จะต่อสู้กับคนพวกนี้ต้องมีลักษณะคล้ายทหาร เข้มแข็งจึงจะต่อสู้ได้สูสีกัน ขอให้รอเวลาสักนิดจนเข้าที่เข้าทางก็จะมีการนำไปแทนกำลังทหารต่อไป ส่วนที่นายกรัฐมนตรีห่วงเป้าหมายอ่อนแอนั้น เป้าหมายอ่อนแอที่เราดูแลอยู่มีจำนวนมากเป็นล้านคน และต้องดูแลพื้นที่ต่างๆด้วยถือเป็นภาระมาก ต่างจากผู้ก่อเหตุที่ดูแลเฉพาะตัวเองเท่านั้น แต่ขณะนี้กระทรวงงกลาโหมยังไม่มีนโยบายนำกำลังทหารลงไปเพิ่ม แต่ให้ใช้กำลังประจำถิ่นแทน ซึ่งมองว่าประชาชนในพื้นที่เบื่อหน่าย เพราะไม่ได้มีความต้องการเหมือนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ขอให้มั่นใจว่า วันนี้เรามาถูกแล้วแต่ต้องใช้เวลา ซึ่งวันนี้เราทราบดีว่า มีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบประมาณ 8-9 กลุ่ม ส่วนกรอบเวลาในการแก้ไขปัญหาไม่สามารถบอกได้ว่า ใช้ระยะเวลาเท่าไร แต่เรามีเป้าหมายในใจ และประเมินผลแนวโน้มความเป็นไปได้ คิดว่า ในปลายปีนี้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี” รมว.กลาโหม กล่าว

                    ส่วนการพูดคุยกับกลุ่มก่อความไม่สงบนั้น ช่วงนี้ประเทศมาเลเซียเพิ่งประกาศผลการเลือกตั้งจึงยังไม่ได้มีโอกาสได้พูดคุยหรือเจอกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แต่คิดว่า ผลการเลือกตั้งในมาเลเซียไม่น่าจะเกี่ยวกับการพูดคุย เพราะเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายของมาเลเซีย และมาเลเซียเป็นเพียงผู้ประสานให้เราพูดคุย เขาไม่ได้มีหน้าที่อะไรเกินกว่านั้น ทั้งนี้การพูดคุยบางอย่างต้องเป็นความลับบ้าง ไม่ใช่บอกกันหมด บางสิ่งพูดได้ก็พูด บางสิ่งพูดไม่ได้ก็ไม่สมควร เราต้องมีไต๋กันบ้าง ซี่งเรื่องการพูดคุยยังจำเป็นอยู่ แต่คงไม่มีการพูดคุยที่ไหนที่ทำแป๊บเดียวเสร็จ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนที่มีโอกาสพูดเขาจะขออย่างสุดโต่ง เราจึงต้องมาคุยว่าจะเอาอย่างไร ต้องมองว่า ที่นี่คือประเทศไทย และเราคือ ฝ่ายที่ถูกต้อง เขาเป็นฝ่ายที่มีปัญหา เป็นฝ่ายที่ทำผิดกฎหมาย เป็นเรื่องทางเทคนิคที่ต้องคิดกัน ไม่ใช่ขอมาแล้วให้หมด หรือมีการต่อรองกัน  อย่างประเทศฟิลิปปินส์เขามีการพุดคุยทั้งใต้ดินและบนดินมาเกิน 20 ปีกว่าจะสำเร็จ

                    ส่วนกรณีที่พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เสนอให้ตั้งคณะพูดคุยทีมเล็กเพี่อพูดคุยในทางลับขึ้นมานั้น ต้องขอบคุณ ขณะนี้มีคนให้ข้อเสนอมามาก ซึ่งเราได้นำความเห็นทั้งหมดนำมาพิจารณา หากข้อไหนดี เราจะดำเนินการ เพื่อมุ่งไปสู่การพูดคุยให้สำเร็จ แต่เรื่องความมั่นคงเป็นหัวหอก เสาหลักที่ตนต้องดูแล โดยตนจะลงภาคใต้เดือนละครั้ง เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติงาน และไปสอบถามปัญหาต่าง ๆ ที่ขัดข้อง ส่วนที่มีแนวโน้มพิจารณายกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึกในพื้นที่นั้น ยังไม่ได้คุยกัน ต้องไปคุยกันว่า ความเหมาะสมอยู่ตรงไหน ฝ่ายความมั่นคงจะนำไปพิจารณา เพื่อเสนอว่า จะดำเนินการอย่างไร ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายว่า หากพื้นที่ไหนสามารถยกเลิกกฎหมายที่มีความเข้มงวดได้ก็จะให้ดำเนินการ อย่างไรก็ตามกฎหมายพิเศษมีไว้ เพื่อดูแลคนดี

                    ดังนั้นคนดีไม่ต้องกลัว แต่คนไม่ดีและทำผิดกฎหมายจะกลัว ซึ่งกฎหมายพิเศษอาจทำให้เสียเวลาในการตรวจค้น แต่ไม่อยากให้เอาความสะดวกเล็กน้อยมาทำให้การทำงานในภาพใหญ่เสียไป เพราะถ้าเรากำหนดเส้นทางที่จะเข้า-ออกตัวเมืองให้น้อยลง เราจะควบคุมพื้นที่ได้ การก่อเหตุจะลดน้อยลงไป และเหตุระเบิดในเมืองไม่มีแน่ แต่ทำไม่ได้ เพราะคนในพื้นที่ไม่ยอม เนื่องจากไม่ได้รับความสะดวก แต่หากชาวบ้านเป็นหูเป็นตาจะช่วยเจ้าหน้าที่ได้มากขึ้น ทั้งนี้ยืนยันว่า เรื่องภาคใต้จบได้ดีแน่

 

'สุกำพล' พอใจโครงการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ เชื่อมีประโยชน์ต่อวงการทหาร

 

                   พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก เป็นประธานและสักขีพยานกิตติมศักดิ์ในพิธีลงนามในประกาศความร่วมมือ โครงการศูนย์ศึกษาเซลล์ต้นกำเนิดกับผู้แทนองค์กรร่วมศึกษาต่างประเทศ ทั้งนี้ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า โรงพยาบาลทหารผ่านศึกได้ดำเนินการมาถูกทางแล้ว เพาระเก่งเรื่องอวัยวะเทียม ซึ่งที่โรงพยาบาลอื่นไม่ค่อยได้ใช้ แต่เรานั้นใช้อยู่บ่อย เนื่องจากว่าทหารเรามีการรบบ่อย ทั้งนี้เรื่องของเสต็มเซลล์เป็นเรื่องใหม่ที่กำลังทำการทดลองและพัฒนา เช่นต่อจากนี้ไปถ้านิ้วขาดขึ้นมาต่อไปในอนาคตไม่ต้องนำนิ้วมาเย็บติดแล้ว อาจจะเป็นการปลูกถ่ายนิ้วใหม่ขึ้นมาได้ ถ้าหูขาดเราก็สามารถปลูกเซลล์หรือสร้างขึ้นมาใหม่ได้ โดยผ่านการทดลองมาแล้ว และเป็นสิ่งที่เหมาะกับทางโรงพยาบาลของเรา เนื่องจากที่ผ่านมาทหารผ่านการต่อสู้มาอย่างมากมาย บาดเจ็บสูญเสียอวัยวะไปเป็นจำนวนมาก จึงคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่ในตอนนี้นั้นดำเนินการมาถูกทาง พร้อมทั้งเรายังได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญจากจีน สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีต่อโครงการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์

                   “คนที่เก่งในเรื่องการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ในเมืองไทยได้ถูกรวบรวมตัวมาเพื่อพัฒนาในโครงการนี้โดยเฉพาะ ส่วนทางทหารผ่านศึกก็จะคอยสนับสนุนสิ่งต่างๆเหล่านี้ อีกทั้งเงินจากผู้บริจาคส่วนหนึ่งที่ให้กับโรงพยาบาลทหารผ่านศึกที่ผ่านมาก็จะนำมาสนับสนุนในโครงการนี้ด้วย ไม่ใช่เฉพาะทหารอย่างเดียวที่สามารถรักษาได้ ประชาชนทั่วไปก็สามารถเข้ารับการรักษาได้เหมือนกัน แต่อาจติดอยู่ที่ว่าการรักษาแบบนี้อาจใช้เงินจำนวนมากในการรักษา แต่จะให้ทำอย่างไรได้ เนื่องจากมันเป็นประโยชน์ต่อทหารของเรา ผมคิดว่าในอนาคตเรื่องนี้จะต้องก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป และผมก็ภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้ริเริ่มทำโครงการนี้เป็นครั้งแรก” พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว

                   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างพิธีลงนามฯนั้น ปรากฏว่าได้มีเอกสารลึกลับจำนวน 2 แผ่นหน้ากระดาษเอ 4 มาแจกสื่อมวลชน โดยในหนังสือมีใจความสำคัญว่า 1.สเต็มเซลล์เป็นเรื่องที่ยังเป็นการวิจัยและยังไม่เป็นที่ยอมรับในการรักษาผู้ป่วยอย่างได้ผลและปลอดภัย ทั้งในด้านกฎหมายและจริยธรรม

                   2.โรงพยาบาลทหารผ่านศึกได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐและเงินบริจาค เพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับตึกเฉลิมพระเกียรติและพัฒนาด้านการบริการทางการแพทย์ให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาแผนงานได้ดำเนินการโดยผู้บริหารและทีมแพทย์ ซึ่งไม่มีโครงการเรื่องสเต็มเซลล์มาก่อน เหตุใดจึงมีโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งที่ท่านเพิ่งมารับรับหน้าที่เมื่อ 2 เม.ย.56

                   3.การทำข้อตกลงเอ็มโอยู กับบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆเรื่องสเต็มเซลล์ ผอ.โรงพยาบาลกระทำโดยไม่ผ่านบุคลลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล ซึ่งมีแพทย์ปฏิบัติหน้าที่ และบริหารงานร่วมกันเป็นทีม มีผอ.กองดูแล จึงไม่สมเหตุสมผลที่บริษัทหรือหน่วยงานต่างๆที่ติดต่อไว้จะมาทำเอ็มโอยู กับโรงพยาบาล โดยที่คณะแพทย์และผู้บริหารไม่มีส่วนร่วม

                   4.ผอ.โรงพยาบาลทหารผ่านศึกทำเรื่องสเต็มเซลล์โดยเร่งด่วนเสนอผู้บังคับบัญชาได้อย่างไร และยังกำหนดวันลงนามกับเอ็มโอยู วันที่ 10 พ.ค.56 โดยไม่มีใครทราบรายละเอียดของบริษัท หรือหน่วยงานที่ท่านจะทำด้วยเลย

                   5. ไม่ว่าจะนำเสนอโครงการอย่างไร เหตุผลที่จะทำโครงการสเต็มเซลล์ก็ไม่มีเลย

                   6.โรงพยาบาลได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติเพื่อขยายจากโรงพยาบาล 300 เตียง เป็น 500 เตียง ตามที่จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในอนาคต เพราะฉะนั้นอาคารเฉลิมพระเกียรติชั้น 12 ซึ่งเป็นหอผู้ป่วยครบพร้อม จึงไม่สมควรนำไปใช้ในภารกิจอื่นๆ รวมทั้งอาคาร 1 ทั้ง 6 ชั้น ก็มีแผนที่จะปรับปรุงในส่วนต่างๆ