ข่าว

รถไฟเร็วสูงสายเหนือเปิดพื้นที่ศก.ใหม่

รถไฟเร็วสูงสายเหนือเปิดพื้นที่ศก.ใหม่

11 พ.ค. 2556

รถไฟความเร็วสูงสายเหนือ โมเดลเปิดพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ : อัจฉรา วิเศษศรี / มัทนา ลัดดาสิริพร ... รายงาน

 

                         การจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากประชาชนครั้งที่ 2 ในโครงการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ-พิษณุโลก) ที่ดำเนินการไล่เลี่ยกันใน 3 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 1 พฤษภาคม, นครสวรรค์ ในวันที่ 2 พฤษภาคม และพิษณุโลก ในวันที่ 3 พฤษภาคม โดยมีหน่วยงานหลักที่เป็นผู้ดำเนินการคือ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม คือภาพของการก้าวไปข้างหน้าสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงของรัฐบาล ที่อยู่ในแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง (พ.ร.บ.กู้เงิน) 2 ล้านล้านบาท  

                         ขณะที่การรับฟังความเห็นที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ประเด็นของความชัดเจนก็คือ ในการศึกษาเส้นทางระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-พิษณุโลก จะแล้วเสร็จภายในปีนี้ การคาดหมายถึงงานก่อสร้างในปี 2557 และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมบริการได้ในปี 2562 ส่วนระยะที่ 2 พิษณุโลก-เชียงใหม่ คาดหมายว่าจะก่อสร้างได้ในปี 2557 แล้วเสร็จในปี 2563

                         ในการรับฟังความเห็นครั้งที่ 2 ภาพของโครงการนี้ก็คือ รายละเอียดในเชิงกายภาพของแนวเส้นทางที่วางไว้ จาก 5 ทางเลือก ที่จะคัดให้เหลือเพียง 1 โดย 5 ทางเลือกดังกล่าว ประกอบด้วย แนวทางเลือกที่ 1 ขนานไปตามแนวรถไฟเดิม จากสถานีกลางบางซื่อ ผ่านปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ ลำปาง ลำพูน และสิ้นสุดที่เชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 677 กิโลเมตร 

                         แนวทางเลือกที่ 2 ขนานไปตามแนวรถไฟเดิมเหมือนกับแนวทางเลือกที่ 1 จนถึงพระนครศรีอยุธยา แล้วใช้แนวเส้นทางใหม่ไปทางฝั่งตะวันตก ไปบรรจบกับแนวเส้นทางรถไฟสายเดิมที่ พยุหะคีรี (นครสวรรค์) เข้าสู่นครสวรรค์ จนถึงสถานีปากน้ำโพใช้แนวเส้นทางใหม่ไปถึง บางกระทุ่ม ในพิษณุโลก จากนั้นตัดเข้าแนวรถไฟเดิม มุ่งสู่ อ.เมือง พิษณุโลก แล้วใช้แนวเส้นทางใหม่ด้านทิศตะวันตก มุ่งไป ศรีสัชนาลัย สุโขทัย และบรรจบกับแนวเส้นทางรถไฟสายเดิมที่ อ.เมือง ลำปาง ผ่านลำพูน และสิ้นสุดที่เชียงใหม่ ระยะทาง 639 กิโลเมตร

                         แนวทางเลือกที่ 3 ใช้แนวเส้นทางเหมือนทางเลือกที่ 2 จนถึง พยุหะคีรี นครสวรรค์ จากนั้นจะใช้แนวเส้นทางใหม่ออกไปทางด้านทิศตะวันตกของนครสวรรค์ ผ่านบรรพตพิสัย นครสวรรค์ ไทรงาม กำแพงเพชร และมาบรรจบกับแนวทางเลือกที่ 2 ที่ อ.เมือง สุโขทัย ระยะทาง 610 กิโลเมตร แนวทางเลือกที่ 4 ขนานไปตามแนวรถไฟเดิมจนถึงวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออกทางพิเศษหมายเลข 9 จากนั้นเบี่ยงออกไปทางทิศตะวันตกของตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ผ่านอ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี นครสวรรค์ แล้วขึ้นเหนือตัดไปสุโขทัย แล้วเบนออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เข้าสู่สบปราบ เสริมงาม ลำปาง ผ่านลำพูน ไปสิ้นสุดที่สารภี เชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 597 กิโลเมตร แนวทางเลือกที่ 5 ช่วงบางซื่อ-พิษณุโลก ใช้แนวเส้นทางเหมือนทางเลือกที่ 1 และช่วงพิษณุโลก-เชียงใหม่ ใช้แนวเส้นทางเหมือนทางเลือกที่ 2 ระยะทางประมาณ 669 กิโลเมตร

                         ขณะเดียวกัน สิ่งที่สะท้อนจากการจัดรับฟังความเห็น คือความชัดเจนแล้วว่า แนวทางเลือกที่ 5 ได้รับการวางน้ำหนักมากที่สุดให้เป็นเส้นทางหลักที่จะก่อสร้างขึ้น โดยมีปัจจัยที่สนับสนุนก็คือการใช้เส้นทางรถไฟเดิม เพื่อให้งานก่อสร้างทำได้เร็ว ในขณะที่ตอนพิษณุโลก-เชียงใหม่ ระยะที่ 2 จะเป็นการตัดเส้นทางใหม่ โดยมีพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้นในเส้นทางนี้ก็คือสุโขทัย ส่วนสถานีรถไฟที่จะเกิดขึ้นตลอดเส้นทางก็คือ การพัฒนาตัวสถานี รวม 12 แห่ง ประกอบด้วย บางซื่อ ดอนเมือง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย ศรีสัชนาลัย ลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่ คาดว่าจะเกิดการเวนคืนที่ดินตลอดเส้นทางรวม 7,724 ไร่ ส่วนเงินลงทุนถูกวางไว้ที่ 431,393 ล้านบาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็นค่าเวนคืน 10,814 ล้านบาท และค่าก่อสร้าง 420,579 ล้านบาท ตามลำดับ

                         "ในการคัดเลือกเส้นทางที่ก่อสร้าง เราคำนึงถึงผลประโยชน์ ควบคู่กับการพิจารณาความเหมาะสมทั้งทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจและการเงิน และสิ่งแวดล้อม ในการดำเนินโครงการ ยังได้กำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งการแบ่งแยกชุมชนจากการกั้นรั้ว จัดให้มีทางเชื่อมหรือทางลอดในระยะที่เหมาะสมสอดคล้องกับการใช้งานและความต้องการของประชาชนในพื้นที่โครงการ" จุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าว

                         ส่วนการชดเชยที่ดินและทรัพย์สินนั้น กำหนดให้ดำเนินการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยทรัพย์สินตลอดแนวเส้นทางโครงการตามขั้นตอนของกฎหมาย หากประเมินจากเส้นทางที่ 5 สิ่งที่เราจะเห็นในอนาคตก็คือ ในส่วนของพระนครศรีอยุธยา ที่เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญ เมื่อมีการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง ก็จะช่วยขับเคลื่อนเมืองมรดกโลกสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือกรณีสุโขทัย การที่อยู่ในแนวก่อสร้างเส้นทาง จะทำให้เกิดการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะกับ อ.ศรีสัชนาลัย

                         ทั้งนี้ กรอบการลงทุนในโครงการนี้แบ่งเป็นค่าจ้างที่ปรึกษา 7,000 ล้านบาท ค่าที่ดิน 18,371 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 288,629 ล้านบาท ค่างานระบบรถไฟฟ้าฯ 73,821 ล้านบาท โดยการก่อสร้างในระยะทางกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ในปี 2557 รวมระยะทาง 382 กิโลเมตร มูลค่าลงทุน 193,206 ล้านบาท ส่วนผลประโยชน์ที่จะได้รับ เช่น ประหยัดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ 8,557 ล้านบาทต่อปี ลดค่าเวลาในการเดินทาง 2,252 ล้านบาทต่อปี ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ 3,889 ล้านบาทต่อปี ลดมลพิษ 6,659 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและขนส่งสินค้า เพิ่มศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟ ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ

                         "ที่เราเลือกก่อสร้างกรุงเทพฯ-พิษณุโลก เพราะง่ายกว่าเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เนื่องจากในตัวพื้นที่ไม่มีภูเขา ต่างจากเส้นทางที่ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ภูเขาในช่วงของลำตะคองและมวกเหล็ก ซึ่งต้องเจาะอุโมงค์ระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ตรงนี้จะทำให้การก่อสร้างเผชิญอุปสรรคอยู่บ้าง โดยเฉพาะในเรื่องของสิ่งแวดล้อม" จุฬา กล่าว

                         "การพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงจะมีส่วนสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้แก่พระนครศรีอยุธยา ทั้งการช่วยสนับสนุนในเรื่องเพิ่มมูลค่าด้านการท่องเที่ยวจากการอนุรักษ์มรดกโลกทางวัฒนธรรม การพัฒนาสภาพแวดล้อมของเมือง ชุมชนให้น่าอยู่ และเอื้อต่อการพัฒนา ส่งเสริมบริการของรัฐให้สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก สนับสนุนการพัฒนาให้เกิดโอกาสของการเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนและอุตสาหกรรม" วิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สะท้อนความเห็น

                         คือบทสรุปของภาพรวมโครงการรถไฟความเร็วสูงจาก 1 ใน 4 เส้นทาง ที่กำลังก้าวไปข้างหน้า

 

 

--------------------

(รถไฟความเร็วสูงสายเหนือ โมเดลเปิดพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ : อัจฉรา วิเศษศรี / มัทนา ลัดดาสิริพร  ...  รายงาน)