
'สุรเกียรติ์'แนะ4แนวแก้ปัญหาพระวิหาร
'สุรเกียรติ์'แนะ4แนวแก้ปัญหาพระวิหาร ระบุชัยชนะทางกม.ไม่ใช่ทางสันติสุข ทั้งสองประเทศต้องร่วมกันพัฒนาพื้นที่ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก
วันที่ 9 พ.ค.56 นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย (APRC) กล่าวในการเสวนาทางวิชาการเรื่อง "คดีปราสาทพระวิหาร : มองไปข้างหน้า" จัดโดยคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ห้องประชุมสุรเกียรติ์ เสถียรไทยว่า ต้องขอชมทีมทนายไทยที่ทำประเด็นทางกฎหมายเฉียบคมมาก ซึ่งเรื่องคดีความในศาลเป็นธรรมดาที่ต่างฝ่ายต่างมีจุดแข็งและจุดอ่อน แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับศาล
"โดยเวลาเราพูดเรื่องจุดแข็งมากๆยิ่งกว่าเชียร์บอล เพราะอารมณ์จะขึ้น เวลาแพ้ก็จะเกิดร้าวฉาน ทั้งนี้ในการมองไปข้างหน้าสิ่งที่สำคัญที่สุุดคือ เราต้องก้าวข้ามความขัดแย้งเรื่องเส้นข้ามเขตแดนให้ได้ และแนวคิดแก้ปัญหาเรื่องเขตแดน มี 4 อย่าง คือ 1.ตกลงแบ่งปันเขตแดนกัน 2.ถ้าตกลงไม่ได้แต่พื้นที่ไม่มีคนอยู่ ไม่มีแร่ ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ ก็ให้ทิ้งไว้ก่อน เพราะไม่มีใครเดือดร้อนอะไร 3.ถ้าตกลงกันไม่ได้ แต่มีทรัพยากรก็ทิ้้งเอาไว้ก่อนรอจนเวลาเหมาะสม และ 4.ถ้าตกลงกันไม่ได้และมีทรัพยากรป่า แก๊สก็ให้ร่วมมือกันแบ่งผลประโยชน์ พัฒนาพื้นที่ร่วมกัน" นายสุรเกียรติ์ กล่าวและว่า
ชัยชนะทางกฎหมายไม่ได้สร้างสันติสุขให้กับทั้งประชาชนไทย และกัมพูชา โดยเป้าหมายต้องแปรความขัดแย้งให้เป็นการทำงานร่วมกัน ทั้งนี้เราเคยทำงานร่วมกับประเทศอื่นในการแบ่งเขตพื้นที่โดยประสบความสำเร็จมาแล้ว อย่างไรก็ตามยังทางเลือกอีก คือ กัมพูชาต้องถอนคดีปราสาทพระวิหารที่ให้ศาลตีความเรื่องเขตแดนออก และทั้่งไทยและกัมพูชาต้องจูงมือไปบอกศาลว่าเราจะพัฒนาร่วมกัน พร้อมทั้งแจ้งต่ออาเซียนว่าเราจะทำงานร่วมกัน หากเป็นเช่นนี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องตีความ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประชาชนและนำไปสู่สันติภาพมากกว่า และตนเชื่อว่าชุมชนทั้งสองฝั่งก็คงพอใจ
นายสุรเกียรติ์ กล่าวอีกว่า บางประเทศเริ่มมีการพูดกันว่าจะยอมรับผลที่ออกมาหรือไม่ ถ้าฝ่ายใดแพ้ ซึ่งกัมพูชาจะได้ประโยชน์ในระยะยาว แต่ตนก็คิดฝันว่าน่าจะมีช่องหน้าต่างซัก 2-3 บานเป็นของไทย ทั้งนี้ในการที่เราสูู้กันแรงมากๆ ก็เหมือนกับการปีนต้นตาลแล้วถีบบันไดทิ้ง และเราก็ต้องลง แต่ไม่มีบันได อย่างไรก็ตามยังมีทางออกอีกคือ รอศาลตีความและนำมาทำงานร่วมกัน แต่ข้อเสียคือ สร้างความร้าวฉานในการต่อสู้ และการตีความ โดยสาระของการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันมีเยอะ เช่น ต้องเก็บกู้กับระเบิดก่อนเข้าทำผลประโยชน์และแบ่งรายได้ร่วมกัน แต่การพัฒนาต้องไม่กระทบสิทธิของทั้้งสองฝ่าย ซึ่งตนเห็นว่าประชาชนทั้งสองประเทศน่าเสนอให้รัฐบาลพิจารณาทางออก เพราะการต่อสู้ไม่ว่าใครจะชนะประชาชนก็ไม่เกิดประโยชน์สุุข เมื่อจะเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว แต่เพื่อนบ้านยังทะเลาะกันอยู่เลย แล้วจะไปบอกกับใครเขาได้



