
จับตาแพ็กเกจ3จีใหม่'ต้องหั่นราคา15%'
จับตาแพ็กเกจ3จีใหม่'ต้องหั่นราคา15%' : สุริยัน ปัญญาไวรายงาน
หลังจากผู้ให้บริการมือถือแต่ละค่ายในบ้านเรา เริ่มทยอยเปิดตัวบริการ 3 จีใหม่ บนความถี่ 2.1 GHz เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงแม้จะถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ใช้บริการ ได้สัมผัสกับความรวดเร็วในการดาวน์โหลดและอัพโหลดข้อมูลข่าวสาร รวมถึงการใช้บริการเอ็นเตอร์เทนเมนท์ต่างๆ บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สื่อสาร แต่ยังคงมีประเด็นที่ผู้ใช้บริการยังคงต้องจับตามอง โดยเฉพาะประเด็นอัตราค่าบริการตามแพ็กเกจ ว่าจะมีการกำหนดอัตราค่าบริการใหม่ ลดลงจากเดิม 15% ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในช่วงการเปิดประมูลคลื่นความถี่หรือไม่
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ให้บริการ 3 จีใหม่ ทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส, บริษัท ดีแทค เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค และ บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด ในเครือ กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ว่าจะต้องปรับลดราคาบริการ 3 จี จากแพ็กเกจเดิมลง 15 % หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในช่วงการเปิดประมูลคลื่นความถี่ และตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2556 จะมีโทษสูงสุดถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต
ในเรื่องนี้ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ย้ำว่า ต้องจับตาช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ว่าผู้บริการทั้ง 3 ค่าย ที่ได้รับใบอนุญาต 3 จีใหม่ บนความถี่ 2.1 GHz จะตั้งราคาค่าบริการในอัตราที่ลดลงจากแพ็กเกจเดิม 15% ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในช่วงการเปิดประมูลคลื่นหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขจะต้องมีผู้ออกมารับผิดชอบ เพราะถือเป็นเงื่อนไขที่ทางผู้บริการจะต้องปฏิบัติตาม
โดยหลังจากเปิดประมูลคลื่นความถี่ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2555 และหลังจากนั้นประมาณหนึ่งสัปดาห์ คือ วันที่ 23 ตุลาคม 2555 คณะกรรมการได้มีการประกาศเงื่อนไขการให้บริการอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเงื่อนไขการลดอัตราค่าบริการลงจากแพ็กเกจเดิม 15% อีกทั้งยังได้มีการคำนวณด้วยว่า อัตราค่าบริการที่ลดลงจะช่วยให้ผู้บริโภคประหยัดเงินได้ประมาณ 8 แสนล้านบาท ถึง 1 ล้านล้านบาทต่อปี
นพ.ประวิทย์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากในช่วงออกใบอนุญาตคลื่นความถี่ คณะกรรมการไม่ได้กำหนดให้ผู้ให้บริการ ต้องยื่นรายละเอียดแพ็กเกจและแผนการลดอัตราค่าบริการ มาให้คณะกรรมการตรวจสอบก่อนที่จะทำการออกใบอนุญาตให้ผู้ให้บริการ จุดนี้จึงต้องมาตรวจสอบดูว่าการกำหนดอัตราค่าบริการใหม่ เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้อย่างชัดเจนหรือไม่ เพราะผู้ให้บริการจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเงื่อนไขที่กำหนดไว้นั้น ระบุชัดเจนว่าผู้ให้บริการจะต้องกำหนดค่าบริการลดลงไม่น้อยกว่า 15% หมายความว่าค่าบริการแต่ละแพ็กเกจจะต้องลดลง ไม่ได้ระบุว่าเป็นอัตราค่าบริการเฉลี่ยที่ต้องลดลง ดังนั้นการกล่าวอ้างว่ามีการลดราคาในบางแพ็กเกจลง แต่บางแพ็กเกจกลับไม่ได้ลดราคา หรือมีการปรับราคาแพงขึ้นจึงไม่ถูกต้อง
“การบอกว่าผู้บริโภคจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น เช่น ความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ไม่ถือว่าอยู่ในเงื่อนไขของการลดราคา ตัวอย่างเช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่งบอกว่าจะลดราคาให้ลูกค้า 15% แต่พอลูกค้าไปกินแล้วตอนคิดราคากลับบอกว่าราคาก๋วยเตี๋ยวยังเท่าเดิม แต่ทางร้านได้เพิ่มปริมาณให้มากกว่าเดิม ตรงนี้เชื่อได้เลยว่าไม่มีลูกค้าคนไหนยอมแน่ ที่สำคัญพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศไทย ชัดเจนว่าส่วนลด คือ ส่วนลด ของแถมคือของแถม ดังนั้นคณะกรรมการก็ต้องชัดเจนว่า การเพิ่มสิทธิประโยชน์เหล่านี้ทำได้หรือไม่ ถ้าคำตอบคือทำไม่ได้ก็ถือว่าผิดเงื่อนไขที่ตั้งไว้” นพ.ประวิทย์กล่าว
ทั้งนี้ การตั้งเงื่อนไขว่าผู้บริโภคจะเสียค่าบริการที่ต่ำลง หรือประหยัดมากขึ้น ชัดเจนอยู่แล้วว่าผู้ให้บริการจะต้องลดราคาลง ไม่ใช่การให้ของแถม แต่ราคาค่าบริการยังเท่าเดิมหรือแพงขึ้น อย่างไรก็ตาม ในบ้านเรามีผู้ให้บริการน้อยราย โดยในช่วงการประมูลคลื่นความถี่ ที่มีการออกแบบเอื้อให้ผู้แข่งขันรายใหม่ก็ล้มเหลว จึงต้องยอมรับว่าการแข่งขันในบ้านเราเป็นแบบกึ่งผูกขาด
ดังนั้นการที่ผู้บริโภคจะเลือกหาแพ็กเกจที่เหมาะสมและคุ้มค่า จึงเป็นไปได้ยากท่ามกลางการแข่งขันน้อยราย
........
(หมายเหตุ : จับตาแพ็กเกจ3จีใหม่'ต้องหั่นราคา15%' : สุริยัน ปัญญาไวรายงาน)



