
'จร.'เร่งถกปรับเงินเดือนตร.ป้องรับส่วย
'ผบก.จร.' ล้อมคอกตำรวจจราจร เร่งถกแผนปรับเงินเดือนสวัสดิการค่าครองชีพใหม่ ป้องกันการทุจริตในหน้าที่ 'บช.น.' สั่งขยายผลสอบเพิ่มผู้ติดสินบน ด.ต.จราจรบางนาด้วย
9 พ.ค. 56 พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร มีหนังสือคำสั่งไปยังตำรวจจราจรในสังกัดเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามจรรยาบรรณข้าราชการตำรวจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตหลังเกิดเหตุคลิปฉาวด.ต.บางนา เรียกรับเงินจากประชาชน
ผบก.จร.กล่าวว่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน และภาพลักษณ์ที่ดีของตำรวจจากนี้ไปหากมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นอีกนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบด้วย และจากการประชุมวิเคราะห์เหตุที่ทำให้ข้าราชการตำรวจต้องประพฤติมิชอบพบว่าสาเหตุหนึ่งที่มาจากสวัสดิการและเงินเดือนของตำรวจ ยังไม่เพียงพอหากเทียบกับการปฏิบัติหน้าที่หนักและค่าครองชีพที่สูงขึ้นซึ่งจะวางแนวทาง และเสนอให้พิจารณาเพิ่มเติม แต่หากสาเหตุ เป็นเพราะต้องการฉาบฉวย หรือหวังผลประโยชน์จากประชาชน ก็จะต้องมีการพิจารณาและตรวจสอบในการทำหน้าที่ของตำรวจให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันการกระทำผิดต่อไป
สั่งสอบผู้ติดสินบน ด.ต.จราจรบางนา
กองบังคับการตำรวจจราจรแจ้งเตือนผู้ขับขี่รถทุกชนิดที่ให้สินบนเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรขณะถูกจับกุมเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีว่า ผู้ให้เงินหรือผลประโยชน์แก่เจ้าพนักงานนั้นมีความผิดข้อหาให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ อันมิชอบด้วยหน้าที่ หรือติดสินบนเจ้าพนักงาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เรียกรับเงินรับส่วยเรียกรับผลประโยชน์ต่างๆในการกระทำความผิดกฎหมายจราจรหรือมีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ขับขี่เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ในทางกฎหมายถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความผิดในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ มีโทษปรับตั้งแต่ 2,000-4,000 บาท และจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีโทษปรับ 2,000-20,000 บาท หรือจำคุก 1-10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
ด้าน พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตรวจนครบาล(รองผบช.น.)กำกับดูแลกองบังคับการตำรวจนครบาล5 รายงานความคืบหน้ากรณีด.ต.นิพนธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.บางนา เรียกรับเงินจากผู้ขับขี่ตามที่ปรากฏในคลิปภาพเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า กองบังคับการ 5 มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนด.ต.นิพนธ์ และมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว เนื่องจากตรวจสอบพบว่าการกระทำดังกล่าวมีมูลความผิดทางวินัยเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติหรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ และให้ทางท้องที่ไปขยายผลเพิ่มเติมในส่วนของผู้ที่ติดสินบนเจ้าหน้าที่ด้วย
ล่าสุด พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ยังได้กำชับให้ดำเนินการเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์อย่างเคร่งครัด โดยให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นสอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ใกล้ชิด และหากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่าฝืนโดยมีหลักฐานยืนยันว่ามีพฤติกรรมเบี่ยงเบนในลักษณะเรียกรับผลประโยชน์ ให้ผู้บังคับบัญชารีบดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยเร็วที่สุด หากปรากฏเป็นความผิดชัดเจนให้ดำเนินการตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงทุกกรณี และดำเนินการทางปกครองควบคู่กันไปด้วย
'บก.จร.' เอาจริง ขู่จับรถตู้รับผู้โดยสารเกินที่นั่ง
พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.จร. กล่าวว่า เพื่อให้การเข้มงวดตรวจจับรถตู้โดยสารสาธารณะบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมวางมาตรการ และจัดทำบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการบูรณาการร่วมกัน 4 ฝ่าย ในการเข้มงวดตรวจจับรถตู้โดยสารสาธารณะบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง โดยมีผู้ลงนามคือ นายสมชัย ศิริวัฒนโชค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ,นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด ,นายโอภาส เพชรมุณี ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.จร. โดยบันทึกความตกลงนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันในการเข้มงวดตรวจจับรถตู้โดยสารสาธารณะบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่งในเขต กทม. และเขตปริมณฑล โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารเพื่อเดินทางถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากรถตู้โดยสารสาธารณะบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง เพื่อป้องกันและส่งเสริมมาตรการบังคับใช้กฎหมายในการป้องกันปราบปราม และลงโทษผู้ขับรถโดยสารสาธารณะไม่ให้บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่งตามที่กฎหมายกำหนด และเพื่อสร้างจิตสำนึกของผู้ขับรถให้ตระหนักถึงความปลอดภัย และเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของหน่วยงาน โดยจะตรวจสอบรถตู้โดยสารสาธารณะอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค.2555 จนถึง 30 ก.ย.2556
หากพบผู้กระทำผิดกรณีบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่งตามที่กฎหมายกำหนดให้พิจารณาลงโทษอย่างเคร่งครัด และประเมินผลการดำเนินงานเป็นระยะเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนา ปรับปรุงการบริการรถตู้โดยสารสาธารณะต่อไป



