
ชาวมาเลย์ครึ่งแสนแห่ต้านผลลต.
ชาวมาเลเซียครึ่งแสน ร่วมชุมนุมต่อต้านผลการเลือกตั้งที่ได้มาโดยไม่บริสุทธิ์และยุติธรรม
9 พ.ค.56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อค่ำวานนี้ มีกลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายค้านของมาเลเซียกว่า 50,000 คน ชุมนุมประท้วงที่สนามกีฬา ใกล้กรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อต่อต้านผลการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ที่ทำให้พรรครัฐบาลยังสามารถครองเสียงข้างมากในสภาได้
ทั้งนี้ ประชาชนที่ออกมาร่วมชุมนุม ซึ่งตำรวจระบุว่า มีประมาณ 6 หมื่นคน ต่างยืนหยัดท่ามกลางสายฝน พร้อมนัดกันสวมใส่เสื้อผ้าสีดำ ที่มีสโลแกนว่า “ประชาธิปไตยได้ตายไปแล้ว” และ “ชาวมาเลเซียจงเข้มแข็ง”
โดยนายอันวาร์ อิบราฮิม แกนนำพันธมิตรฝ่ายค้านภาคีประชาชน กล่าวว่า เขารู้สึกขอบคุณในพลังของฝูงชน ที่ออกมาแสดงความกล้าหาญ และเชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย และนี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ระหว่างประชาชนกับสิ่งที่ผิดกฎหมาย การคอรัปชั่น และรัฐบาลที่อวดดี
นายอันวาร์ เชื่อว่า พรรครัฐบาลบาริซาน นาเซียนัล หรือ บีเอ็น ที่คว้าชัยชนะได้ที่นั่งไป 133 จากทั้งหมด 222 ที่นั่ง มีการใช้ผีสวมสิทธิ์ และนำชาวต่างชาติเข้าร่วมลงคะแนนเสียง ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้พรรครัฐบาลที่ครองอำนาจมานาน 56 ปี สามารถบริหารประเทศต่อได้อีก ซึ่งนายอันวาร์ กล่าวว่า เขามีหลักฐานเพียงพอที่ชี้ชัดว่า มีการโกงการเลือกตั้ง โดยระบุว่า ฝ่ายรัฐบาลได้ที่นั่งมาโดยไม่ชอบอย่างน้อย 30 ที่นั่ง อีกทั้งแนวร่วมรัฐบาลยังสูญเสีย ป๊อปปูล่าร์ โหวต โดยได้ไปเพียง 5.24 ล้านโหวต ขณะที่แนวร่วมฝ่ายค้านได้ไป 5.62 ล้านโหวต
ด้านทำเนียบนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ได้ออกแถลงการณ์วิจารณ์ถ้อยแถลงของนายอันวาร์เมื่อวานนี้ว่า หลักฐานในการทำผิดกฎหมายที่กล่าวหาแนวร่วมรัฐบาลว่าโกงการเลือกตั้งนั้น ไม่มีจริง และระบุว่า การชุมนุมครั้งนี้ของแนวร่วมฝ่ายค้าน เป็นการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบ
ขณะที่ ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ แถลงเมื่อวานนี้ แสดงความยินดีกับชัยชนะของนายกรัฐมนตรีนาจิบ แต่ก็ยืนยันว่า เรื่องการโกงการเลือกตั้งที่เป็นข่าวออกมานั้น เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง และทางทำเนียบขาวก็รอคอยผลการตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย
ส่วนข้อแคลงใจของสาธารณชนต่อผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้รวมถึงความไม่เป็นธรรมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และการกำหนดเขตเลือกตั้งให้ครอบคลุมพื้นที่อิทธิพลของฝ่ายรัฐบาล รวมถึงการ" ยัดไส้ " หีบบัตรลงคะแนน ในเขตเลือกตั้งที่มีการแข่งขันอย่างสูสี รวมถึงการเอาแรงงานอพยพเช่น ชาวบังคลาเทศมาสวมสิทธิ์ลงคะแนนเสียง
อย่างไรก็ตาม พรรคบีเอ็น สูญเสียคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งในเมืองและพวกชนชั้นกลาง แต่ยังได้คะแนนเสียงจากคนยากจน ที่รัฐบาลใช้นโยบายประชานิยมช่วยเหลือ จนฝ่ายค้านไม่สามารถเข้าถึงและไม่อาจโน้มน้าวด้วยนโยบายจัดตั้งรัฐบาลที่มือสะอาดได้



