
'คนจน'ติดอาวุธโซเชียลเน็ตเวิร์กสู้เพื่อ'ปากท้อง'
'คนจน'ติดอาวุธโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำสงครามเพื่อ'ปากท้อง' : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่นรายงาน
ยุคนี้ใครๆ ก็ใช้โซเชียลมีเดียทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่กลุ่ม "พีมูฟ" หรือกลุ่ม "ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม" ที่มาชุมนุมอยู่ข้างทำเนียบรัฐบาลตอนนี้ ก็ต้องอาศัยเฟซบุ๊กเป็นช่องทางในการสื่อสารกับประชาชนทั่วไปด้วย
"นอกจากสื่อกระแสหลักที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารของพวกเราไปให้สังคมรับรู้แล้ว ตอนนี้เฟซบุ๊กก็เป็นอีกช่องทางที่เราใช้สื่อสารข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับพวกเราออกไป" ไพจิต ศิลารักษ์ ผู้ประสานงานกลุ่มพีมูฟ ในฐานะหัวหน้าทีมสื่อ เล่าถึงการใช้เฟซบุ๊กของกลุ่ม
ไพจิต เล่าว่า ทางกลุ่มเริ่มใช้เฟซบุ๊กครั้งแรกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่เนื่องจากตอนนั้นไม่ได้มีการกำหนดทิศทางที่ชัดเจนว่าจะสื่อสารอะไรออกไป จึงเละเทะ และต้องเลิกไปในที่สุด แล้วมาเริ่มทำใหม่ครั้งนี้ ซึ่งกำหนดชัดเจนว่าเราจะเน้นการให้ข้อมูลข่าวสารเป็นสำคัญ ไม่เน้นอารมณ์ ซึ่งเท่าที่ดูผลตอบรับก็ออกมาดี
สำหรับเฟซบุ๊ก "ขบวนการประชาชน เพื่อสังคมที่เป็นธรรม" จะเป็นการรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่ม ซึ่งตอนนี้จะเน้นที่การชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล มีการอัพโหลดข้อความและภาพเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นภาพกิจกรรมของผู้ร่วมชุมนุม ตั้งแต่เรื่องอาหารการกิน การเขียนป้าย กิจกรรมของเด็กๆ ในที่ชุมนุม ไปจนถึงข้อมูลจากการพูดคุยกับชาวบ้านที่มาชุมนุม และชีวิตความเป็นอยู่ในที่ชุมนุม
รูปที่มีการโพสต์เข้าไปมากที่สุดล่าสุด คือ รูปการเขียนป้ายผ้าของกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก โดยเขียนข้อมูลปัญหาและความรู้สึกของพวกเขาเพื่อทำเป็นป้ายผ้าติดรอบทำเนียบ ซึ่งอาจจะกลายเป็นป้ายผ้าประท้วงที่ยาวที่สุดในโลกก็ได้
รูปชาวบ้านที่ถูกประตูทำเนียบหนีบจนนิ้วหัวแม่มือขาดในหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับวานนี้ (8 พ.ค.) ก็เป็นรูปที่มาจากเฟซบุ๊กของกลุ่มพีมูฟ
นอกจากเฟซบุ๊กแล้ว ไพจิต และอีกหลายคนในกลุ่มพีมูฟยังใช้ทวิตเตอร์ด้วย
กลุ่มพีมูฟ เป็นเครือข่ายของเกษตรกรรายย่อยและคนจนที่เดือดร้อนจากทั่วประเทศ ทั้งจากชนบทและคนจนในเมือง ทั้งจากโครงการของรัฐ และปัญหาอื่นๆ ซึ่งปัญหาหลักคือเรื่องที่ดินทำกิน โดยแบ่งเป็น 10 เครือข่าย คือ เครือข่ายสลัม 4 ภาค, สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.), เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.), สมัชชาคนจนกรณีเขื่อนปากมูล (สคจ.), เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.), เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด (คปบ.), สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.), เครือข่ายเกษตรพันธสัญญา, เครือข่ายสิทธิสถานะบุคคล และกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าชีวมวล
ไม่ผิดนักหากจะบอกว่าพีมูฟ คือ "กลุ่มสมัชชาคนจน" เดิม เพราะเครือข่ายชาวบ้านส่วนหนึ่งของกลุ่มพีมูฟ ก็คือเครือข่ายของกลุ่มสมัชชาคนจน ซึ่งเป็นขบวนการประชาชนที่มีความเข้มแข็งที่สุดในช่วงหนึ่ง แต่โดนหางเลขจากพิษความแตกแยกของการเมืองระดับชาติ จนทำให้บรรดาแกนนำคนสำคัญๆ แยกย้ายไปเลือกสีเลือกข้างตามอุดมการณ์ของตัวเอง แต่เพราะความจริงที่ว่า "ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านยังมีอยู่ และมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ" ในปี 2553 จึงมีการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในนาม พีมูฟ หรือ "ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม" โดยกลุ่มพยายามประคับประคองสถานะของตัวเองให้เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวภาคประชาชนที่ปลอดสีทางการเมือง
สำหรับข้อเรียกร้องเร่งด่วนของการชุมนุมครั้งนี้ คือ เรียกร้องให้รัฐบาลนำข้อตกลงของคณะทำงานตามคำสั่งของนายกฯ ที่ได้ไปตกลงกับชาวบ้านในกรณีปัญหาต่างๆ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เบื้องต้นนี้มี 4 เรื่อง ได้แก่ เรื่องการออกโฉนดชุมชน ที่มีการอนุมัติแล้ว แต่ยังไม่มีการส่งมอบพื้นที่ ทำให้ยังมีการไล่จับกุมดำเนินคดีชาวบ้าน, กรณีเขื่อนปากมูล ที่ตกลงให้ยกเลิกมติ ครม.ที่ผ่านมาทั้งหมด แล้วตั้งคณะทำงานชุดใหม่ขึ้นมา, การจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้วอนุมัติงบประมาณให้ไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้เพราะติดขัดในขั้นตอนดำเนินการ, การออกบ้านเลขที่ให้ชุมชนบางแห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งล่าสุด ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องนี้ให้ความหวังกับชาวบ้านว่าอาจจะนำเข้า ครม.ได้ในวันอังคารหน้า (14 พ.ค.)
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปัญหาของชาวบ้านไม่ได้รับการแก้ไข คือการเปลี่ยนรัฐบาล เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล รัฐบาลใหม่ก็จะไม่ยอมทำตามที่รัฐบาลเดิมตกลงไว้กับชาวบ้าน ทั้งที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ขัดข้องในเนื้อหาแต่อยากให้ได้ชื่อว่ารัฐบาลตัวเองเป็นคนคิดเองทำเอง ไม่ใช่อนุมัติตามที่รัฐบาลอื่นตั้งเรื่องไว้
สมปอง เวียงจันทร์ ชาวบ้านปากมูลที่ชุมนุมเรียกร้องเรื่องเขื่อนปากมูลมาตั้งแต่ปี 2532 คือตั้งแต่คัดค้านการสร้างเขื่อนปากมูล มาจนถึงตอนนี้ สมปอง มาเรียกร้องให้มีการเปิดเขื่อนปากมูลตลอดทั้งปี เพื่อคืนวิถีชีวิตธรรมชาติให้ชาวบ้าน หลังจากปรากฏชัดเจนว่าการสร้างเขื่อนปากมูลเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้านั้นไม่มีความคุ้มค่า
“เรารอมานานแล้วเพื่อให้รัฐบาลแก้ปัญหา รอมา 13 นายกฯ 16 รัฐบาล แต่ละรัฐบาลก็ไม่ค่อยแตกต่างกัน คือ ต้องการซื้อเวลาเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจแก้ปัญหาให้ชาวบ้านจริงๆ เราไม่ได้อยากมาชุมนุม แต่เมื่อตกลงกันไม่ได้ เราก็ต้องรวมพลังกันเพื่อต่อรองเท่านั้นถึงจะเจรจาต่อรองปัญหาได้” สมปองกล่าว
ในฐานะที่มีประสบการณ์ชุมนุมเรียกร้องมายาวนาน สมปอง บอกว่า รัฐบาลที่แก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้ดีที่สุดคือรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งตอนนั้น พล.อ.ชวลิต ลงไปพบกับชาวบ้านในพื้นที่หลายครั้ง
แม้จะไม่มั่นใจว่าการมาชุมนุมในครั้งนี้ จะบรรลุเป้าหมายหรือไม่ เพียงใด แต่อย่างน้อยก็จะเป็นอีกบทที่จะพิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาล!!
..................................
(หมายเหตุ : 'คนจน'ติดอาวุธโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำสงครามเพื่อ'ปากท้อง' : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่นรายงาน)



