
'วราเทพ'หนุน'โต้ง'คุย'ประสาร'แก้ค่าบาท
'วราเทพ' หนุน 'โต้ง' กินข้าวถก 'ผู้ว่าธปท.' ทำความเข้าใจ 'แนวทางแก้ค่าบาท' ชี้กฎหมายระบุ 'รมว.คลัง' ชง 'ครม.' ปลด 'ผู้ว่าธปท.' ได้
8 พ.ค. 56 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปกินข้าวเพื่อปรับความเข้าใจกันและเพื่อแก้ปัญหาการเงิน ว่า ในฐานะตนเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอสนับสนุนให้นายกิตติรัตน์ และกระทรวงการคลังให้แก้ปัญหานี้ ที่ผ่านมาบทบาทของธปท.ที่มีความรับผิดชอบต่อครม.ตามกฎหมายนั้นมีน้อย เพราะกฎหมายธปท.นั้นมีการแก้ไขมานานแล้ว การแบ่งบทบาทหน้าที่กรรมการในธปท.แบ่งเป็นหลายชุด แต่ปัจจุบันคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโครงสร้างและบทบาทต่อปัญหาปัจจุบันยังไม่ตอบสนองในสิ่งที่เกิดวิกฤตปัจจุบัน เพราะแม้แต่นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ธปท. ก็ออกมาให้สัญญาณ และนายกิตติรัตน์ก็มีหนังสือให้ดำเนินการเรื่องต่างๆ แต่มีการตอบสนองน้อยมาก และที่สำคัญคือครม.ได้รับทราบแนวทางการทำงานของธปท.น้อยมาก เพราะกฎหมายให้กนง.รายงานต่อครม.ทุก 6 เดือน รอบการรายงานใหม่จึงถือว่าช้า แต่เมื่อสถานการณ์เกิดขึ้น จนวิกฤต คิดว่ากนง.ควรรับผิดชอบต่อการที่ต้องรายงานให้ครม.ทราบมากกว่านี้ เพราะสุดท้ายการแก้ปัญหาเป็นหน้าที่ของรัฐบาล
นายวราเทพ กล่าวว่า ในฐานะที่กนง.รับผิดชอบโดยตรงต่อเรื่องนี้ตนมองว่ากฎหมายให้อำนาจหน้าที่ใดๆ ซึ่งเมื่อไปอ่านกฎหมายแล้ว ตนมองว่ามันควรที่จะแสดงออกให้มากกว่านี้ ดีกว่าจะให้เรื่องนี้ซึ่งกนง.ดำเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียว และผลสุดท้ายเมื่อกฎหมายเกิดขึ้นมาก็ต้องมารับผิดชอบร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่รับผิดชอบไม่พ้นรัฐบาล และกฎหมายก็เขียบผูกไว้ว่าครม.มีหน้าที่ที่จะต้องรับรู้รับทราบ ซึ่งกฎหมายระบุชัดเจนว่าจะต้องรายงานผลการดำเนินงาน ทุก 6 เดือน แต่คำว่า 6 เดือนก็ไม่จำเป็นว่า 6 เดือนถึงรายงาน เพราะเมื่อเรื่องใดมีความสำคัญและเกิดปัญหา กนง.ก็ควรที่จะต้องรายงานทันที
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในที่ประชุมครม.มีการมอบหมายให้กฤษฎีกาไปดูเรื่องกฎหมายของกนง.เพื่อแก้ไข ใช่หรือไม่ นายวราเทพกล่าวว่า ยังไม่มี แต่ตนเพียงหยิบยกกฎหมายดังกล่าวเพราะเป็นความต้องการพัฒนาให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นอิสระ เพราะกฎหมายดังกล่าวเป็นการร่างกฎหมายในสมัยที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร คือ สมัยที่เป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ดังนั้นการพิจาณาในขั้นนั้นในเรื่องความรอบคอบ การแสดงความเห็นของสภากับสภาปกติต่างกัน อย่างไรก็ตามยังไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้ เพราะเพียงแต่หารือกันในเรื่องการที่จะแก้ไขปัญหาปัจจุบันอย่างไร
"ผมสนับสนุนแนวคิดของนายวีรพงษ์ เพราะถึงขนาดประธานบอร์ดธปท. มีความอึดอัดขนาดนี้ ซึ่งเมื่อคนที่มีความรู้ในเรื่องนี้ที่สุดแสดงออกมาขนาดนี้แล้ว ผมคิดว่าก็น่าจะสะท้อนอะไรบางอย่างได้ ซึ่งผมคิดว่าอุปสรรคคือ ผู้ปฏิบัติ และเรื่องโครงสร้าง ซึ่งจะต้องพิจารณาประกอบกัน"
เมื่อถามว่า ถ้าจะปลดผู้ว่าการธปท.ตามหลักการต้องผ่านบอร์ดก่อนหรือไม่ นายวราเทพกล่าวว่า วิธีการจะปลดผู้ว่าธปท. มีกฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจน ว่ามี 2 วิธี คือ 1.คำแนะนำของบอร์ดธปท. ผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเข้าครม. และ 2. โดยตรงจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยเสนอเรื่องเข้าสู่ครม.ได้เลย ซึ่งต้องมีเหตุผลที่ชัดเจน โดยกฎหมายบัญญัติว่า การจะให้ออกต้องสร้างความเสียหาย หรือบกพร่องต่อหน้าที่ ส่วนจะถือว่าเกิดความเสียหายหรือไม่ ต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้ให้คำตอบ อย่างไรก็ตามวันนี้ยังไม่มีการพูดถึงการปลดผู้ว่าฯธปท. แต่อย่างใด
ชี้ 9 พ.ค. ทราบ ! พิจารณาร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน ทันสมัยประชุมวิสามัญหรือไม่
นายวราเทพ ให้สัมภาษณ์กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเปิดสมัยประชุมวิสามัญ สภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. ในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2557 ว่า ในการเปิดประชุมวิสามัญในวันที่ 29 พ.ค. จะสามารถพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ..... วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ทันหรือไม่นั้น ในวันที่ 9 พ.ค. จะทราบ เพราะขณะนี้เหลือเพียงมาตราเดียว แต่เป็นมาตราที่เกี่ยวข้องกับบัญชีแนบท้ายร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่ยังไม่ได้พิจารณา
นายวราเทพ กล่าวว่า เมื่อเสนอครม.เพื่อเปิดประชุมสมัยวิสามัญแล้ว ครม.จะต้องมีมติเพื่อกำหนดเวลา และเมื่อจะกำหนดปิดสมัยการประชุมวิสามัญ ครม.ก็จะต้องมีมติอีกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมามีการขอมติครม.เพื่อขอเปิดและขอปิดสมัยประชุม ทั้งนี้ครม.สามารถมีมติปิดสมัยประชุมฯได้ 2 กรณี คือ 1.ขอเปิดและขอปิดสมัยประชุมในวาระการออกมติครม.ในครั้งเดียว และ 2. ขอเปิดและขอปิดประชุม โดยพิจาณาว่าจะเปิดสมัยประชุมเมื่อใด โดยที่จะไม่บอกว่าจะต้องปิดสมัยประชุมเมื่อไร ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นอำนาจของกฤษฎีกาจะต้องนำกราบบังคมทูล ฯ เพื่อทรงพระปรมาภิไธย ซึ่งการลงพระปรมาภิไธยร่างพระราชกฎษฎีกาในการเปิดและปิดประชุมต้องเป็นคนละฉบับกัน
นายวราเทพ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นการเสนอครม.เพื่อเปิดสมัยประชุมวิสามัญเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมครม.ไม่แน่ใจว่าจะต้องใช้เวลาในการอภิปรายกี่วัน เพราะต้องประชุมร่วมกับคณะกรรมการประสานงานพรรค (วิป) ด้วย ว่า จะมีกฎหมายอื่นเพื่อนำมาพิจารณาเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะฉะนั้นครม.จะต้องมาประชุมอีกครั้งว่าจะปิดสมัยประชุมฯ ได้เมื่อใด แต่ระยะเวลาการเปิดสมัยประชุมฯ จะเป็นแบบเปิดกว้างหรือไม่นั้น อยู่ที่การประสานงานกับวิปและประธานสภาว่าจะเปิดสมัยประชุมเป็นกี่วัน
"ขั้นตอนเมื่อวาน(7พ.ค.) เมื่อครม.มีมติเปิดสมัยประชุมวิสามัญตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. ส่วนวันปิดประชุมจะปิดเมื่อใด ก็จะไม่ต้องเข้าครม.อีก โดยสามารถส่งเรื่องขึ้นกราบบังคมทูลฯได้เลย ซึ่งปกติต้องกราบบังคมทูล 2 ฉบับ คือ ฉบับเปิดฉบับหนึ่ง และฉบับปิดอีกฉบับหนึ่ง แต่การออกมติครม.เปิดสมัยประชุมในครั้งนี้เป็นเพียงลดขั้นตอนในการไม่ต้องเข้าประชุมครม.อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เกิดความรวดเร็วเท่านั้นเอง ซึ่งไม่ได้เป็นการผิดปกติแต่อย่างใด"
ผู้สื่อข่าวถามว่าถูกมองว่าเป็นการเปิดเพื่อพิจาณากฎหมายอื่นๆ นายวราเทพกล่าวว่า ยังไม่มีการกำหนด เพราะครม.ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเปิดหรือปิดวันใด ซึ่งอาจจะปิดวันที่ 29 หรือ 30 พ.ค.เลยก็ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเปิดยาว แต่ให้หารือกับวิปและประธานสภาก่อน ซึ่งถ้าหารือแล้วสรุปว่าไม่มีเรื่องใดเข้าสู่การพิจาณาของสภาต่อ อย่างเช่น พ.ร.บ. กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งตนเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) อยู่ไม่ทันแน่นอน แต่ถ้าทันก็จะต้องมาหารือกับรัฐบาลว่าพร้อมที่จะเอาเข้าสู่ที่ประชุมสภา และจะเปิดประชุมสภาต่อหรือไม่ ซึ่งวันที่ 9 พ.ค. จะทราบ ทั้งนี้พ.ร.บ.2 ล้านล้านบาท เหลือการพิจารณาในขั้นตอนของกมธ.ในมาตรา 5 และ มาตรา 6 ซึ่งเกี่ยวข้องกับบัญชีแนบท้าย ซึ่งรอการพิจารณาอยู่ 1 มาตรา คือ มาตรา 16 และวันนี้เหลือมาตรา 19 มาตราเดียว หมายถึง เหลือแต่มาตราที่เกี่ยวข้องกับบัญชีแนบท้าย ซึ่งจะต้องมาตกลงในชั้นกมธ.ว่าจะใช้เวลาในการพิจารณานานเท่าใด ทั้งนี้การพิจารณาจะเร็วหรือไม่อยู่ที่พรรคฝ่ายค้านซึ่งเป็นผู้ซักถามในชั้นกมธ.
เมื่อถามว่า ต้องการให้พ.ร.บ. กู้เงิน 2 ล้านล้านเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 2 ในสมัยการประชุมวิสามัญนี้หรือไม่ นายวราเทพกล่าวว่า ถ้าสามารถนำเข้าสู่การประชุมได้ทันและเกิดประโยชน์ ตนก็คิดว่าควรจะพิจารณาให้มีประสิทธิภาพ เพราะสมัยประชุมปิดยาว แต่ถ้าไม่ทันเพราะมีความจำเป็น เพื่อความรอบคอบ และกระบวนการทางสภามีขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องรีบดำเนินการ



