ข่าว

ยึดอาหารเอกลักษณ์พนมสารคาม
ขายก๋วยเตี๋ยวปากหม้อที่บางคล้า

ยึดอาหารเอกลักษณ์พนมสารคาม ขายก๋วยเตี๋ยวปากหม้อที่บางคล้า

06 มิ.ย. 2552

การเรียนรู้วิชาชีพ บางครั้งก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเรียนตามสถาบันที่สอนวิชาชีพเสมอไป หากคนเรามีความพยายามผสมผสานกับพรสวรรค์และชอบในวิชาชีพนั้นๆ แค่เพียงใช้หลักการครูพักลักจำก็สามารถที่จะทำได้

 อย่าง  วุฒิ - ธิดาวรรณ รัตทิกุล สองสามีภรรยาวัย 32 ปี และ 36 ปีตามลำดับ เจ้าของร้ายก๋วยเตี๋ยวปากหม้อที่ตลาดน้ำบางคล้า อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเดิมทีเป็นคนชอบรับประทานอาหารพื้นเมืองของชาว อ.พนมสารคาม "ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ" จึงจำสูตรมาทำเอง และหลังจากที่เทศบาลตำบลบางคล้า จัดตลาดน้ำบางคล้าในแม่น้ำบางปะกงและตลอดริมฝั่งหน้าที่ว่าการอำเภอบางคล้าแล้ว จึงนำสูตร “ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ” พนมสารคามมาปรับสูตรเป็นของตัวเองไปขายที่ตลาดน้ำบางคล้า สร้างรายได้วันละถึง 4,000 บาท

 หากใครเดินทางไปตลาดน้ำบางคล้า จะพบกับสองสามีภรรยาคู่นี้ คอยต้อนรับลูกค้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยธิดาวรรณนั้น จะเป็นผู้อธิบายวิธีการรับประทานก๋วยเตี๋ยวพื้นบ้านแปดริ้ว คือ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ให้ลูกค้าซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่มาจากทั่วทุกสารทิศ เนื่องเพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนต่างถิ่นที่อาจจะไม่เคยรับประทานกันมาก่อน เพราะเป็นก๋วยเตี๋ยวที่ไม่มีเส้น แต่คล้ายกับขนมปากหม้อที่ใส่น้ำก๋วยเตี๋ยว เมื่อลูกค้าพบเห็นจึงพากันไปอุดหนุนกันหนาแน่น  เพราะบางคนเคยเห็นในรายการของสถานีโทรทัศน์บางช่องที่เคยเสนอข่าวสารคดีเกี่ยวกับก๋วยเตี๋ยวชนิดนี้

  วุฒิ เล่าว่า  เดิมเห็นคนขายก๋วยเตี๋ยวปากหม้อแคะ จึงลองรับประทานดู พบว่าอร่อยมากจึงแวะรับประทานบ่อยๆ ในระหว่างที่รับประทานนั้นได้สังเกตและครูพักลักจำ เนื่องจากเป็นอาหารพื้นเมืองของ อ.พนมสารคาม ที่รสอร่อยและเป็นเอกลักษณ์ต่างจากก๋วยเตี๋ยวทั่วไป แต่ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อจะเป็นไส้ผักต่างๆ หลายชนิดห่อด้วยแป้ง ที่นำมานึ่งแล่บางๆ บนปากหม้อที่ขึงด้วยผ้าขาวบาง ให้ไอร้อนจากหม้อต้มทำให้แป้งสุก ก่อนแม่ค้าจะแคะใส่ถ้วยน้ำซุปหรือถ้วยก๋วยเตี๋ยวที่ลูกค้านั่งล้อมวงได้กินร้อนๆ จึงปรึกษากับภรรยาว่าจะนำมาขายเป็นอาชีพเสริมจากอาชีพหลัก ที่ทำงานที่สำนักงานไปรษณีย์ฉะเชิงเทรา จึงตัดสินใจลงทุนครั้งแรกเป็นเงินรวมกว่า 3 หมื่นบาท 

 "ผมขายสองที่ครับ คือทุกเสาร์-อาทิตย์ จะเปิดขายที่ตลาดน้ำบางคล้าในแต่ละวันจะมีรายได้ตกวันละ 3,000-4,000 บาท วันธรรมดาจะขายที่ปากซอยเข้าบ้าน ส่วนใหญ่จะให้ภรรยาเป็นคนขาย เพราะผมต้องดูแลกิจการไปรษณีย์ ที่ปากซอยเข้าบ้านจะมีรายได้น้อยกว่าตกวันละราว 1,000-2,000 บาท” วุฒิ กล่าว

 ขณะที่ธิดาวรรณ ภรรยาได้อธิบายวิธีการรับประทานก๋วยเตี๋ยวปากหม้อว่า แม่ค้าจะตักน้ำซุปร้อนๆ จากหม้อน้ำซุปมาใส่ในถ้วยให้ลูกค้าก่อน โดยในถ้วยนั้นมีเครื่องปรุงรสในน้ำซุปหรือน้ำแกง ประกอบด้วยกระดูกหมูที่ไม่ใส่ผงชูรส มีขาไก่ ลูกชิ้น เลือดหมู กระดูกหมู ลูกค้าเมื่อได้น้ำซุปจะปรุงรสเหมือนกับก๋วยเตี๋ยวที่มีเครื่องปรุงทั้งน้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำพริกเผา น้ำส้มตามใจชอบ

  "ก๋วยเตี๋ยวของเรามีอยู่ 8 ไส้ อาทิ ไส้กุยช่าย ไส้วุ้นเส้น ไส้หวาน ไส้ข้าวโพด ไส้ถั่วงอก ไส้หน่อไม้ผัดกุ้งแห้ง ไส้เต้าหู้ ไส้ถั่วฝักยาว ไส้กะหล่ำ ก๋วยเตี๋ยว 1 ชามจะมี 6 ไส้ ตามที่ลูกค้าจะสั่ง  1 ชามขายในราคา 10 บาท ส่วนน้ำซุปเติมฟรี” ธิดาวรรณ กล่าว

 ด้าน  ทองเครือ มธุรส  นักท่องเที่ยวจาก จ.นครสวรรค์ หนึ่งในลูกค้าของร้านบอกว่าไม่เคยรับประทานก๋วยเตี๋ยวปากหม้อมาก่อน ไปเที่ยวบางแสน และเลยมาเที่ยวที่ตลาดน้ำบางคล้า เคยเห็นแต่ก๋วยเตี๋วยปากหม้อทางรายการทีวี จึงลองรับประทานดูก็รู้สึกว่ารสชาติอร่อยมากไม่เหมือนกับก๋วยเตี๋ยวทั่วไป

 เช่นเดียวกับ ซู พนักงานบริษัทชาวจีน กล่าวว่า ขี่เจ็ตสกีมาจาก อ.บางปะกง มาตามแม่น้ำบางปะกงมาขึ้นตลาดน้ำบางคล้า เพื่อมารับประทานเกี๋ยวเตี๋ยวปากหม้อโดยเฉพาะ ซึ่งปกติจะมารับประทานก๋วยเตี๋ยวปากหม้อเดือนละ 4 ครั้งในวันหยุด เนื่องจากติดใจในรสชาติ

  การก๋วยเตี๋ยวปากหม้อตลาดน้ำบางคล้าเป็นอีกเส้นทางทำกินที่สนใจ เพราะนอกจากจะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้ดีพอสมควร นอกจากนั้นยังส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เน้นวัฒนธรรมในการบริโภคของคนแปดริ้วที่เป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นด้วย
    
ขั้นตอนการทำ "ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ"
 หลังเตรียมอุปกรณ์แล้ว วิธีการทำ เริ่มจากใช้แป้งที่จะห่อไส้โดยแป้งที่ทำใช้แป้งข้าวเจ้า แป้งมันนำมาผสมกัน เมื่อผสมกันแล้วจะเหนียวนุ่มใสกว่าทั่วไป นำมาละเลงที่ปากหม้อให้ไอน้ำเดือดระดับความร้อนได้ที่ ให้แป้งสุกสวยในการที่จะห่อไส้ต่างๆ

 การเตรียมและใส่หม้อน้ำซุป ในหม้อน้ำซุปนั้นเป็นน้ำที่ต้มให้เดือด โดยเอากระดูกหมูที่ล้างสะอาดเรียบร้อยนำมาใส่หม้อน้ำซุป ที่น้ำต้มกระดูกหมูจะหวานและใส่แฟงฟักลงไป ใส่ขาไก่ที่ตุ๋นให้เปื่อยโดยนำมาล้างน้ำให้ไขหมดก่อน และใส่น้ำร้อนอีกครั้งไม่ให้ขาไก่เป็นไขเกาะ ส่วนเลือดหมูนำมาต้มให้สุก

  ส่วนไส้ผักต่างๆ จะใช้ผักมาผัดให้สุก อาทิ ไส้กุยช่าย ไส้วุ้นเส้น ไส้หวาน ไส้ข้าวโพด ไส้ถั่วงอก ไส้หน่อไม้ผัดกุ้งแห้ง ไส้เต้าหู้ ไส้ถั่วฝักยาว ไส้กะหล่ำ สำหรับไส้หน่อไม้จะนำหน่อไม้มาหั่นเป็นเส้นบางๆ จากนั้นนำมาลวกน้ำร้อน แล้วนำมาผัดกับน้ำมันพืช ใส่กุ้งแห้งเติมลงไปพร้อมซอสปรุงรส  

"มานิตย์ สนับบุญ"