ข่าว

'มาร์ค'ติง'ปู'อย่าใช้'แดง'เป็นกองกำลังส่วนตัว

'มาร์ค'ติง'ปู'อย่าใช้'แดง'เป็นกองกำลังส่วนตัว

07 พ.ค. 2556

'อภิสิทธิ์' เตือน 'นายกฯ' อย่าใช้ 'เสื้อแดง' เป็นกองกำลังส่วนตัว แนะดูอุทาหรณ์จากเหตุการณ์ในอดีตสมัย 'รบ.แม้ว' ด้าน 'ถาวร' จี้รัฐเร่งแก้ปัญหาราคายาง-ปาล์มตกต่ำ

 

                     7 พ.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ Blue Sky Channel ถึงสถานการณ์การเมืองว่า ขอเตือนรัฐบาลว่าอย่าพยายามเดินหน้ารวบอำนาจ มากกว่าแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ไม่เช่นนั้นบรรยากาศในช่วงปี 48-49 จะกลับมา โดยเฉพาะความขัดแย้งในสังคม ซึ่งก็เป็นอุทาหรณ์สำหรับรัฐบาลอย่าใช้อำนาจรัฐไปคุกคามคนอื่น หรือองค์กรอิสระ จึงขอย้ำว่าถ้าเกิดไปทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบ สุดท้ายตัวเองก็ไม่สามารถที่จะหลีกหนีความรับผิดชอบได้ ดูอย่างขณะนี้คนเสื้อแดงประกาศชุมนุมเพื่อกดดันขับไล่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาลควรสร้างความมั่นใจด้วยการออกมาตรการดูแลศาลรัฐธรรมนูญและประกาศให้ชัดเจนว่าจะดูแลบริหารจัดการกับมวลชนอย่างไร

                     นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะบอกว่าผิดปกติหรือไม่ผิดปกติหรือไม่ก็ต้องดูใช้บรรทัดฐานของใคร เพราะที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสนใจกับการรวบอำนาจ ลดทอนอำนาจตุลาการ อำนาจศาล อำนาจองค์กรอิสระ ซึ่งเป็นอำนาจการตรวจสอบ ดังนั้นเวลาที่รัฐบาล หรือส.ส.จะเคลื่อนไหวอะไร ก็จะไปทิศทางเดียวกันกับเสื้อแดง ตรงนี้เป็นความปกติในการเดินหน้าเพื่อเป้าหมายของตัวเอง แต่หากเอาบรรทัดฐานของสังคมประชาธิปไตยทั่วโลกนั้นมันผิดปกติเพราะอยู่ดีๆ เราจะไปปล่อยให้ฝ่ายตุลาการนั้นถูกคุกคามถึงขั้นบอกจะไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่คงไม่ได้ ทั้งที่ควรจะให้เป็นไปตามกระบวนการปกติ ที่สำคัญคือ คนที่ทำเป็นคนกลุ่มเดียวกับคนที่มีอำนาจ

                     “ดังนั้นการชุมนุมของคนกลุ่มนี้ก็ไม่จะต่างอะไรกับกองกำลังส่วนตัวของนักการเมืองที่มีอำนาจเหนือรัฐบาล หรือคนใน ก็จึงบอกว่าเป็นเรื่องผิดปกติในสังคมประชาธิปไตย แล้วก็เลยยิ่งตอกย้ำอีกครั้งว่า พฤติกรรมทั้งหลายทั้งปวงที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้โดยเฉพาะในเรื่องของการข่มขู่ คุกคาม แม้กระทั่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ICT หรืออะไรนั้น สวนทางโดยสิ้นเชิงกับสิ่งที่นายกฯพูดที่มองโกเลีย”

                     เมื่อถามว่า มีคนมองกันว่าสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ จะวิพากษ์วิจารณ์ ติติงรัฐบาล หรือตัวนายกฯ ก็กระทำได้ยาก หากทำไปอาจถูกดำเนินคดี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็เคยพูดมาตลอดตั้งสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เมื่อมีอำนาจแล้วควรใช้อำนาจนั้นในการแก้ปัญหาของประเทศ ส่วนการแสดงความเห็นหรือการวิพากษ์วิจารณ์ถือเป็นธรรมชาติของสังคมที่มีความหลากหลายในสังคมประชาธิปไตย ถ้าไปปิดกั้น สุดท้ายความอึดอัดที่มันสะสม มันก็จะไประเบิดที่ใดที่หนึ่ง เพราะฉะนั้นอย่าทำอย่างนั้น ยิ่งถ้าหากว่ามีการกระทำซึ่งผิด คอร์รัปชั่น ลุแก่อำนาจ แล้วมันสมควรจะได้รับการตรวจสอบ แล้วก็ไม่ปล่อยให้มีช่องทางในการแสดงออกก็ยิ่งอันตราย

                     นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ควรจะเก็บเกี่ยวบทเรียน และอุทาหรณ์จากเหตุการณ์ในอดีตบ้างว่า อะไรเป็นอะไร แต่กลับกลายเป็นว่า หลังจากที่เข้ามาดำรงตำแหน่งเกือบจะ 2 ปีนั้น ทำไปทำมาจะเริ่มมีความคล้ายคลึงกับพี่ชายมากขึ้นในการใช้อำนาจ ซึ่งการกระทำแบบนี้จะทำให้รัฐบาลจะสามารถรักษาเสถียรภาพ การดำรงอยู่ของรัฐบาลให้อยู่ได้อย่างต่อเนื่องยาวนานได้จริงหรือไม่นั้นก็คงเป็นความเชื่อของคนที่เชื่อในเรื่องของอำนาจนิยม แต่ตนขอบอกว่า ไม่ยั่งยืน มันเป็นไปไม่ได้ในการที่จะอยู่ในสังคมที่หลากหลาย แล้วก็มีความพยายามในการที่จะปิดกั้นทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งความรู้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นกับคนในหมู่มาก เป็นไปไม่ได้ที่จะไปทำให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามที่ตัวเองต้องการด้วยการข่มขู่ หรือคุกคาม หรือปิดปาก ปิดหูปิดตาคนและท้ายสุดจะลาก  ลากพาให้การเมืองลงสู่ท้องถนนอีก

                     “ผมอยากจะให้ทุกคนนั้นอดทน อดกลั้น แล้วก็เคารพกฎหมาย แต่ว่ารัฐบาลมีหน้าที่สำคัญเลย ในการดูแลรักษากฎหมายด้วย และมีความรับผิดชอบในการที่จะต้องให้ผู้สนับสนุนตัวเอง และผู้ที่ตัวเองสนับสนุนนั้นเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ เคลื่อนไหวอยู่ในกฎหมาย แล้วก็ยอมรับระบบของการตรวจสอบถ่วงดุลที่พึงจะมีในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีคดีเข้าศาลรัฐธรรมนูญ ในยุคนั้นพอมีคดีขึ้นก็มีการปลุกระดมคนมากดดันศาลจนในที่สุดตุลาการบางคนก็เป๋ นำมาสู่ปัญหาจนถึงวันนี้ ตรงนี้คือบทเรียนและอุทาหรณ์ที่จะต้องช่วยกันอย่าให้เกิดอีก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                     นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในระบอบประชาธิปไตยนั้น มีทั้งเรื่องเสียงข้างมาก การตรวจสอบถ่วงดุล เรามาช่วยกันประคับประคองให้ระบบมันไปในทางที่ถูกต้องดีกว่า ถ้าคิดเพียงแต่ว่า อะไรก็ไม่พอ อำนาจก็ไม่พอ เงินก็ไม่พอ มันไปไม่ได้ ขณะนี้รัฐบาลมีเป้าหมายในการที่จะทำหลายสิ่งหลายอย่างที่มันขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขัดต่อกฎหมาย ก็จึงต้องอุปโลกน์เรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะให้ตัวเองเดินหน้าทำสิ่งเหล่านี้สำเร็จ จะเห็นว่าช่วงที่รัฐบาลบริหารงานปกติ ไม่เอาเรื่องที่มันเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาขึ้นมา ตนเห็นว่า ทุกอย่างก็สงบเรียบร้อยดีในสังคมไทย ยังไม่เห็นมีอะไรเลย อีกทั้งทุกคนก็มีความพยายามในการที่จะประคับประคองอยากจะเห็นรัฐบาลอยู่ครบวาระ แล้วก็ประเทศเองจะได้มีความมั่นคง มีเสถียรภาพมากขึ้น ฝ่ายค้านก็บอกแล้วว่าไม่ได้วุ่นวายสร้างปัญหาต่างๆ ขอให้เดินหน้าทำงานแก้ปัญหาต่อไป

 

'ถาวร' จี้ 'รัฐบาล' เร่งแก้ปัญหาราคายางพารา-ปาล์ม

 

                     นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรีรับหนังสือติดตามเรื่องร้องเรียนจากนายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประธิปัตย์ ที่เดินทางมาพร้อมกับ ส.ส.พรรคและเกษตรกรชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน หลังจากที่เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ยื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขอให้รัฐบาลออกมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือเกษตรกรสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันไปแล้ว นายถาวร กล่าวว่า ในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ราคายางพารา ไม่เคยต่ำกว่า 120 บาท ต่อกิโลกรัม และสูงสุด 195 บาทต่อกิโลกรัม แต่ขณะนี้เพียง 65-70 บาท ต่อกิโลกรัม ราคารับซื้อปาล์มทะลายสดก็เช่นกัน ที่มีราคาในสมัยนั้น 10.50 บาท แต่ขณะนี้กิโลกรัมละเพียง 2.60 บาทเท่านั้น จึงขอเรียกร้องรัฐบาลให้รับซื้อยางพารากิโลกรัมละ 120 บาท ปาล์มสด กิโลกรัมละ 5 บาท โดยรัฐบาลต้องดูแลเกษตรกรชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันให้ดีเหมือนชาวนาด้วย

                     นายถาวร กล่าวว่า นายสุภรณ์ได้รับหนังสือจากเราไปแล้วและได้ส่งถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งถ้ารัฐบาลไม่มีทางออกหรือไม่มีสติปัญญาที่จะแก้ปัญหาก็ควรนัดพวกเราไปหารือเราพร้อมชี้แนะ แต่ถ้าครบ 15 วัน นับจากวันนี้ไปอย่ามากล่าวโทษเกษตรกรว่าเราจะใช้มาตรการอะไรเพื่อดำเนินการ ดังนั้นเมื่อรัฐบาลได้รับทราบความทุกข์ยากของประชาชนก็ควรจะหันมาเร่งแก้ปัญหา และขอยืนยันว่าการมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ยากจน จึงขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งสั่งการเพื่อแก้ไข อย่าล่าช้าและอย่าลอยตัว เพราะถ้าช้าอยู่อย่างนี้พวกตนก็จะไม่ยอมแล้ว และสักวันหนึ่งอาจได้เห็นปาล์มจำนวนมากมาวางอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล หรือน้ำยางอยู่ที่บ้านนายกรัฐมนตรี

                     ขณะที่นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนพยายามช่วยหาทางออกในเรื่องดังกล่าวมาตลอด และก่อนเดินทางมาตนได้ประสานงานมากับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทางกระทรวงก็รับปากว่าจะให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้ามารับหนังสื่อด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่มารับ ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยให้เกียรติประชาชนในเรื่องดังกล่าว เมื่อเป็นเช่นนั้นตนก็จะให้ประชาชนกดดันรัฐบาล