ข่าว

บริหารศก.แบบนี้-ต้องจัดการกับคำขอ

บริหารศก.แบบนี้-ต้องจัดการกับคำขอ

09 พ.ค. 2556

สวัสดีเศรษฐกิจ : บริหารเศรษฐกิจแบบนี้ มีแต่ต้องจัดการกับคำขอ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 

                          บทความในวันนี้ของผมเกี่ยวกับเศรษฐกิจในเชิงการบริหารนโยบายภายใต้กระแสและคลื่นลมทั้งในและนอกประเทศที่มีความรุนแรง มีความขัดแย้งในเป้าหมาย หากมุ่งไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเพียงด้านเดียว รับรองได้เลยว่าจะมีอีกฟากฝั่งโวยวายว่าคนที่บริหารนโยบายมีความลำเอียง สองมาตรฐาน เลือกที่จะช่วยบางกลุ่ม บางหมู่เท่านั้น ทำไมผมลุกขึ้นมาเขียนบทความประมาณนี้ก็เพราะว่า ภายใต้โลกที่เชื่อมโยงถึงกันหมด ข่าวสารได้ไหลจากจุดหนึ่งไปที่จุดเป้าหมาย หรือไปสู่ผลลัพธ์หลายๆ จุด ได้ก่อให้เกิดการรับรู้ การตีความ การทำความเข้าใจ หรือการคาดคะเนในระยะต่อไปว่ามันจะมีผลอย่างไรกับเราๆ ท่านๆ ดังต่อไปนี้

                          ท่านผู้อ่านลองพิจารณาแล้วคิดตามผมนะครับ จะเชื่อ ไม่เชื่อหรือโต้แย้งออกมาอะไรนั้นผมไม่มีประเด็นตอบโต้ ผมมีเพียงการกระตุ้น "ต่อมคิด" ของใครต่อใครให้คิดถึงบ้านเมืองของเราในวันนี้ว่า เราจะไปกันในทิศทางไหนและเราจะไปกันเป็นหมู่คณะได้อย่างไร ตัวอย่างเรื่องของการอ่อนค่า และการแข็งค่าของเงินบาทเทียบกับเรื่องที่มีการร้องขอจากคนที่บอกว่าตนเองได้รับผลกระทบดังนี้ครับ

                          1. เวลาเงินบาทอ่อน ผู้ส่งออกจะเงียบมาก เร่งทำงานเร่งค้าขาย เพราะแปลงเงินเหรียญเป็นเงินบาทมันได้มากขึ้น ขณะที่คนนำเข้าจะโวยวายว่าค่าเงินอ่อนทำให้การนำเข้ามีต้นทุนสูง การผลิตที่นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศจะแพงขึ้น ผู้นำเข้าก็บอกว่าอยู่ไม่ไหว อาจจะต้องปิดตัวลง บริษัทก็มีการชะลอตัวลงไป ท้ายสุดคือขู่ภาครัฐว่า จะปิดกิจการ จะย้ายฐานการผลิตไปประเทศใกล้เคียง

                          2. เวลาเงินบาทแข็ง ผู้ส่งออกจะออกมาโวยวายว่า การส่งออกจะตก แข่งไม่ได้กับเพื่อนบ้าน สินค้าไทยจะมีราคาแพงมากขึ้น แข่งไม่ค่อยได้หากไม่เข้าไปแก้ไข หากไม่แทรกแซงค่าเงินแล้วละก็การค้าของผู้ส่งออกจะตกต่ำ ต้องลดกำลังการผลิต ก่อให้เกิดปัญหาการจ้างงาน ธุรกิจอาจล้มลงไปได้แล้วก็ขู่ว่าเลิกจ้างจะตามมาในที่สุด ถ้าเป็นเรื่องของ SME ก็จะบอกมาตรการซ้ำซากมาตรฐานการเรียกร้องว่า ที่ต้องการมากๆ คือ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เอาแบบระยะยาวมาก กู้ชาตินี้ผ่อนชาติหน้า

                          ท่านผู้อ่านครับ พ่อค้าคือพ่อค้า เรื่องที่จะอับจนในการค้านั้นยาก ทุกครั้งที่มีวิกฤติจะมีคนมองหาโอกาสเจอเสมอ ในขณะที่ภาครัฐคนบริหารนโยบายก็ต้องระมัดระวังการตัดสินใจในเรื่องนโยบาย เพราะหากไม่รอบคอบจะกลายเป็นรู้ไม่เท่าทันกับตลาดที่มีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ลองสังเกตดีๆ นะครับ ไม่ว่าบาทจะแข็งจะอ่อนจะมีข้อเรียกร้องว่า "ขอให้ภาครัฐทำอย่างนั้นทำอย่างนี้" คนที่ขอเคยบอกหรือไม่ว่าตนเองได้ให้อะไรแลกเปลี่ยนบ้าง จ่ายภาษีครบ จ่ายภาษีเพิ่มหรือไม่ จ้างงานเพิ่มหรือไม่ เป็นต้น และที่นับว่าท้าทายที่สุดคือหากมาตรการที่ตนเองบอกให้ใครคนนั้นทำ...เมื่อเขาคนนั้นทำให้แล้วไม่ได้ผล คนที่ขอให้ทำจะรับผิดชอบหรือไม่ หรือยื่นข้อเสนอขอเข้าไปใหม่อีกครั้ง

                          ผมฝันที่จะเห็นการเปลี่ยนจากการขอมาเป็นการแลกเปลี่ยน เช่น ขอเขาให้ลดดอกเบี้ยนโยบายก็ให้แลกกับการจ้างงานเพิ่มหรือไม่ เป็นต้น มันจึงจะสมน้ำสมเนื้อกันหน่อย ท่านผู้อ่านเห็นด้วยไม่เห็นด้วยตามแต่จะพิจารณาครับ

 

 

---------------------

(สวัสดีเศรษฐกิจ : บริหารเศรษฐกิจแบบนี้ มีแต่ต้องจัดการกับคำขอ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)