
รมว.กห.ออสซี่ไขก๊อกรับผิดชอบข่าวทุจริต
รมว.กลาโหมออสเตรเลียลาออกจากตำแหน่ง หลังก่อเรื่องฉาวหลายครั้ง ใช้อำนาจเอื้อผลประโยชน์คนในครอบครัวและมีสัมพันธ์กับนักธุรกิจที่ถูกสงสัยว่าเป็นสายลับ
(5มิ.ย.) นายโจเอล ฟิตซ์กิบบอน รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย ลาออกจากตำแหน่ง วานนี้ (4 มิ.ย.) หลังจากก่อเรื่องอื้อฉาวหลายครั้ง นับเป็นความขายหน้าครั้งใหญ่ครั้งแรกของนายเควิน รัดด์ นายกรัฐมนตรี
นายรัดด์ ซึ่งเป็นผู้แถลงการลาออกของนายฟิตซ์กิบบอน ระบุว่า รัฐมนตรีกลาโหมได้ชดใช้ความเสียหายที่เกิดจากความผิดพลาดด้านจิตสำนึกความรับผิดชอบในหน้าที่
"ผมได้แจ้งแก่รัฐมนตรีอย่างชัดเจนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาว่า รัฐบาลตั้งมาตรฐานความรับผิดชอบในหน้าที่ไว้สูง การตัดสินใจของรัฐมนตรีกลาโหมรายนี้ คือ การส่งจดหมายลาออกด้วยความตั้งใจของตัวเอง ผมยอมรับการลาออกครั้งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำ" นายรัดด์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ นายรัดด์ ซึ่งขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศในปลายปี 2550 สนับสนุนนายฟิตซ์กิบบอนมาตลอด แม้ว่าเขาได้สร้างความเสียหายแก่รัฐบาลหลายครั้ง เช่น ตกเป็นข่าวว่ามีความเชื่อมโยงกับนางเฮเลน หลิว นักธุรกิจหญิงออสเตรเลียเชื้อสายจีนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับให้รัฐบาลกรุงปักกิ่ง
นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เผยว่า นายฟิตซ์กิบบอนตัดสินใจลาออก หลังจากมีผู้พบว่า เขาได้โทรศัพท์หานายพลรายหนึ่งที่ดูแลเรื่องบริการสาธารณสุขในกองทัพ ให้มาพบกับน้องชายของเขาที่เป็นผู้บริหารบริษัทประกัน ขณะที่ก่อนหน้านี้ เขายอมรับว่าไม่ได้เปิดเผยเงินค่าที่พักโรงแแรมที่จ่ายให้บริษัทเอ็นไอบี ซึ่งเป็นของน้องชาย
"เขายอมรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำผิดพลาด มีความผิดผลาดเกี่ยวกับจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่มากมาย แน่นอนว่า เรารู้สึกเสียใจ แต่เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะดำรงมาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีไว้ต่อไป" นายรัดด์ ระบุ
นายฟิตซ์กิบบอน วัย 47 ปี ตกอยู่ภายใต้ความกดดันตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากยอมรับว่า ไม่ได้เปิดเผยค่าเดินทางไปจีนที่นางหลิว ซึ่งเกิดที่กรุงปักกิ่ง จ่ายให้ ตอนแรกนายฟิตซ์กิบบอนปฏิเสธว่า ไม่ได้รับสินบนใดๆ จากนางหลิว นอกจากของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น หลังจากรายละเอียดความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนางหลิวรั่วไหลไปถึงสื่อมวลชน
ขณะที่ นางหลิว ยืนยันว่า เธอไม่ได้จารกรรมข้อมูล ส่วนสำนักงานสืบราชการลับแห่งชาติออสเตรเลีย ระบุว่า ไม่มีความกังวลด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับเธอ



