ข่าว

'เต้น'เชื่อ'แดง'หน้าศาลรธน.ชุมนุมสงบ

'เต้น'เชื่อ'แดง'หน้าศาลรธน.ชุมนุมสงบ

07 พ.ค. 2556

'ณัฐวุฒิ' เชื่อ 'แดง' ชุมนุมหน้าศาลรธน. อย่างสงบ เย้ย 'ปชป.' ร่อน จม.แจงปาฐกถา 'ปู 'ประจานตัวเอง 'เรืองไกร' ยื่นหนุนแก้ 'รธน.' ท้า ส.ว.ให้รวมฟ้องศาล รธน.ด้วย

 

                          7 พ.ค. 56  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวก่อนการประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า กลุ่มวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (ก.ว.ป.) นัดรวมตัวหนึ่งแสนคนชุมนุมใหญ่เรียกร้องให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 8 พ.ค. ว่า จากการติดตามความเคลื่อนไหวเชื่อว่าไม่น่ากังวล เพราะแกนนำยืนยันว่าจะชุมนุมโดยสงบ และมีเป้าหมายชัดเจน คือเรียกร้องความรับผิดชอบจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทราบว่าผู้ชุมนุมมีความคิดว่าหากคนมาไม่ถึงแสนอาจจะยุติการชุมนุม แต่ก็เชื่อว่าวิจารณญาณ ของผู้ชุมนุมและแกนนำ จะรับผิดชอบความเคลื่อนไหวไม่ให้บานปลายได้อย่างแน่นอน และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีการประสานงานกับทางผู้ชุมนุมเป็นอย่างดี ก็จะทำให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

                          นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ บรรยากาศความขัดแย้งยังคงมีอยู่ การแสดงออกถึงความพอใจไม่พอใจ ต่อรัฐบาลหรือฝ้ายตรงข้าม เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ผู้จะออกมาเคลื่อนไหวต้องไม่ทำให้สถานการณ์เกิดความรุนแรงบานปลาย และฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องก็ต้องลดเงื่อนไขที่จะยั่วยุ หรือกดดันให้เกิดเผชิญหน้า เพราะทุกอย่างมีสาเหตุ ทั้งเรื่องที่ฝ่ายรัฐสภาและประชาชนจำนวนหนึ่ง ปฏิเสธการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะตุลาการทำในสิ่งที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย และปฏิกิริยาของคนบางกลุ่มก็เหมือนจะจริงจังเกิดเหตุ กับการโจมตีรัฐบาลโดยพุ่งเป้าไปที่ นายกรัฐมนตรี หลายคนใช้ภาษาที่หยาบคายเกินกว่าการวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งๆที่บางคนเป็นคนที่มีสถานะทางสังคมพอสมควร ตนเลยจับสังเกตว่า นี่คงเป็นความพยายามร่วมกันของขบวนการต่อต้านรัฐบาลที่จะสร้างเงื่อนไขยั่วยุ ให้เกิดความไม่พอใจ แก่ผู้สนับสนุนรัฐบาล และนำอาจไปสู่ สถานการเผชิญหน้ากันของมวลชนสองฝ่าย และจะเป็นการเปิดโอกาสให้อำนาจนอกระบบ เข้ามาจัดการการเมืองได้อีกหรือไม่ ทั้งนี้ตนเชื่อมั่นว่า นายกรัฐมนตรีจะมีสมาธิในการทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองและไม่นำตัวเองเข้าไปสู่ความขัดแย้ง

                          ผู้สื่อข่าวถามว่าการชุมนุมในวันพรุ่งนี้หากเกิดความรุนแรงแกนนำ นปช.ต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า การชุมนุมครั้งนี้เป็นการรวมตัวของประชาชนที่ตั้งเป็นกลุ่มใหม่ มีแนวทางการเคลื่อนไหวเป็นของตัวเอง ตนก็เชื่อว่าผู้ชุมนุมมีวิจารณญาณ และวิธีการที่จะควบคุมการชุมนุมได้ และ คนเสื้อแดงที่ออกมาเคลื่อนไหว จะดูแลตัวเองไม่ให้เกิดความรุนแรง จึงไม่กังวลว่าในวันพรุ่งนี้จะมีปัญหา แต่ที่ต้องระวังคืออย่าให้มือที่สาม เข้าไปปั่นป่วนสถานการณ์

                          ขณะที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะกแกนนำนปช. และอดีตส.ส.นครราชสีมา กล่าวว่าตนไม่เกี่ยวกับขนคนในพื้นที่มาร่วมชุมนุมในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน เพราะไม่ใช่หน้าที่ของตน

 

เย้ย 'ปชป.' ร่อน จม.ปาฐกถามองโกเลียประจานตัวเอง

 

                          นายณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เตรียมออกแถลงการณ์กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษบนเวทีประชุมประชาคมประชาธิปไตยที่ประเทศมองโกเลีย  ไปยังภาคส่วนต่างๆของประชาคมโลก ว่า หลังจากที่อ่านแถลงการณ์ดังกล่าว เห็นว่ามีเนื้อหาหลักๆอยู่ 2 ประเด็น 1 การบริหารงานของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจนเกิดการยึดอำนาจ 2 พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เบื้องหลังการชุมนุมของคนเสื้อแดงจนเกิดแหตุการณ์รุนแรงบานปลาย ซึ่งตนเห็นว่า ปชป.ควรทบทวนท่าทีดังกล่าวอีกครั้ง เพราะการไปชี้แจงสาเหตุการรัฐประหารในประเทศไทยให้โลกฟังโดยอ้างว่า มีความไม่ชอบธรรม ถือเป็นการประจานตัวเอง สร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศอย่างแท้จริง  และเป็นเรื่องน่าอาย

                          นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่าที่อธิบายว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เบื้องหลังการชุมนุมจนเกิดความรุนแรงนั้น เกรงว่าสังคมโลกจะเห็นความจริงอีกด้านหนึ่งแล้ว จะเห็นว่าเมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.เดินทางไปต่างประเทศและเจอสื่อมวลชนสัมภาษณ์ก็มักจะไปไม่เป็น เช่นล่าสุดที่สถานีโทรทัศน์บีบีซีได้ถามเอาตรงๆว่า จะรับผิดชอบการเสียชีวิตของประชาชนอย่างไร ทั้งนี้อยากให้ปชป.กลับมาดูว่าระหว่างนายกรัฐมนตรีที่ถูกรัฐประหารกับนายกรัฐมนตรีที่สมรู้ร่วมคิดกับกระบวนการยึดอำนาจ และรับอำนาจจากทหาร จัดการกับประชาชนจนตายเป็นจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ แบบไหนควรจะแสดงความรับผิดชอบมากกว่ากัน

 

'เรืองไกร' ยื่นหนุนแก้ 'รธน.' ท้า ส.ว.ให้รวมฟ้องศาล รธน.ด้วย

 

                          นายเรืองไกร  ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว. ได้เข้ายื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา เพื่อแสดงการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และมาตรา 237  ภายหลังที่นายเรืองไกรได้เข้ายื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่รัฐสภาเพื่อส่งผ่านไปยังประธานรัฐสภาแล้ว นายเรืองไกรได้กล่าวท้าทาย ให้ นายสมชาย  แสวงการ และ พล.อ.สมเจตน์  บุญถนอม ส.ว. ในกลุ่ม 40 สว. ยื่นฟ้องตนเองในข้อหาล้มล้างระบอบการปกครอง เช่นเดียวกับ 312 สมาชิกรัฐสภาที่ลงนามแก้ไขรัฐธรรมนูญ

                          "ผมยื่นเพื่อให้ตนเองเข้าข่ายบุคคลตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคสอง ที่กระทำการสนับสนุนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อตัดสิทธิประชาชนในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญอันจะเป็นความผิดตามมาตรา 68 วรรคหนึ่ง ตามที่มีผู้ร้องกล่าวหาสมาชิกรัฐสภาจำนวน 312 คน เช่นเดียวกัน  ขอให้สมาชิกรัฐสภาบางส่วนที่ยื่นคัดค้านญัตตินี้ ทำการฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งให้ตนเองหยุดการกระทำด้วย แต่หากไม่ดำเนินการก็แสดงว่า ผู้ที่ร้องคัดค้านมีการเลือกปฏิบัติ เพราะวัตถุประสงค์ทางการเมืองเท่านั้น และถือว่าการร้องที่ผ่านมาอาจกระทำไปโดยไม่สุจริต"

                          นายเรืองไกรกล่าวว่า หากถูกฟ้อง ตนจะไปให้คำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ  เพราะการที่ตนสนับสนุนในนามประชาชนไม่เกี่ยวกับสมาชิกรัฐสภา  และสิ่งแรกที่จะไปชี้แจงกับศาลรัฐธรรมนูญคือถามหาความถูกต้องขององค์คณะ  โดยเฉพาะตำแหน่งตุลาการของนายชัช ชลวร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  โดยมีข้อสังสยว่าเมื่อโปรดเกล้าให้พ้นจากตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ทำไมถึงยังมาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้อยู่อีก

                          ด้านนายสมชาย  แสวงการ สว.สรรหาในกลุ่ม 40 กล่าวว่า  ตนไม่รู้ว่าจะไปฟ้องนายเรืองไกรทำไม  เพราะที่ตนและกลุ่มยื่นร้อง ประธานรัฐสภา กับ ส.ส. และ สว. 312 คน  เพราะเป็นผู้ที่ลงนามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระที่หนึ่ง   ตนจะฟ้องตามการใช้อำนาจหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา  แต่คุณเรืองไกรเป็นใคร

                          "ถ้าผมเชื่อว่า นายเรืองไกรมีอำนาจในการแก้รัฐธรรมนูญ  หรือสั่งการให้ทหารเอารถถังมายึดอำนาจได้ผมอาจจะฟ้อง  แต่นี่นายเรืองไกรมีอำนาจอะไร  ผมไม่รู้ว่าที่แกทำแบบนี้เพื่ออะไร แต่หลัง ๆ แกยื่นฟ้องมั่วไปหมด  ไม่อยากจะเชื่อว่าแกรับจ็อบใครมาอย่างที่กล่าวหากัน  แต่ในฐานะที่เป็นอดีต สว. อยากจะเตือนให้แกใช้เวลาไปเตรียวต่อสู้คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทจะดีกว่า  อย่ามาทำตัวเหมือนเสือแกล้งตายรอจะกินแร้งที่มาจิกศพเลย"