ข่าว

พายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนพังจำนวนมาก

พายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนพังจำนวนมาก

07 พ.ค. 2556

พายุฤดูร้อนและลมฝนพัดกระหน่ำ ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก บ้านเรือนได้รับความเสียหาย ต้นไม้ตามเส้นทางได้หักโค่นทับเส้นทางหลายเส้นทาง


          วันที่ 7 พ.ค.56  เมื่อเวลา 03.30 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดพายุฤดูร้อนและลมฝนพัดกระหน่ำในพื้นที่ ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ส่งผลให้บ้านเรือนที่พักอาศัย ตลอดทั้งต้นไม้ตามเส้นทางต่างได้หักโค่นทับเส้นทางหลายเส้นทาง ทางผู้ใหญ่บ้านได้ประกาศผ่านเครื่องกระจายเสียงให้ลูกบ้านตรวจสอบความเสียหาย พร้อมถ่ายรูปเป็นหลักฐานเอาไว้ เพื่อรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือต่อไป
 
          เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า มีบ้านที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดพังเสียหาย จำนวนหลายหลัง โดยที่บ้านของนายสมพล พรวนต้นไทร อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 86/2 ม.3 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก พายุฤดูร้อนได้พัดกิ่งมะม่วงขนาดใหญ่ที่ยื่นมาทางบ้านพักหักลงมาทับบริเวณข้างบ้านที่เป็นโรงเก็บรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่จอดอยู่ ทำให้รถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน บท-69 อุตรดิตถ์ ถูกโรงเก็บรถซึ่งโครงสร้างเหล็กพังทับลงมา ทำให้หลังคารถยุบ กระจกหน้าแตกเสียหาย
 
          นายสมพล กล่าวว่า เมื่อช่วงใกล้สว่างตนลุกมาเข้าห้องน้ำ ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ปรากฏว่ามีลมพายุพัดอย่างรุนแรง มีเสียงกระแทกข้างบ้านอย่างดังจนตกใจ จึงได้เปิดประตูออกมาดู พบโรงจอดรถถูกต้นมะม่วงที่กิ่งขนาดใหญ่หักลงมาทับ ก่อนหน้าเกิดฝนตกลงมาครั้งหนึ่งแล้ว ตนคิดว่ากำลังจะตัดกิ่งมะม่วงขนาดใหญ่ทิ้งเหมือนกัน เพราะกลัวลมพายุพัดหักใส่บ้าน แต่ยังไม่ทันได้ตัดก็มาเกิดพายุพัดหักใส่บ้านจนได้
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนั้นยังพบมีต้นไม้หักทับบ้านของ น.ส.พะเยาว์ ถอนแสง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83/1 ม.3 ต.ท่าโพธิ์  อ.เมือง จ.พิษณุโลก  พบว่าเป็นต้นขนุนที่ยืนแห้งตายถูกพายุพัดหักลงมาทับหลังบ้านทำให้กระเบื้องแตก ทำให้น้ำฝนสาดเข้าตัวบ้านจนเปียกไปทั้งหมด ส่วนอีกหลังเป็นบ้านของ น.ส.กิมฮวย กลมพุก อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7887 ม.3 ต.ท่าโพธิ์  อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นบ้านใต้ถุนสูงถูกพายุฝนได้พัดเอาสังกะสีหลังคาบ้านปลิวหายไปจำนวนมาก ทำให้น้ำฝนสาดเข้าไปในตัวบ้านจนต้องขนย้ายข้าวของหลบฝนกันทั้งคืน
 
          นางกิมฮวย กล่าวว่า ช่วงคืนที่ผ่านมาเกิดลมพายุฤดูร้อนพัดมาอย่างหนัก ทั้งฝนทั้งลม จนหลังบ้านปลิวหายไป ไม่รู้ว่าทาง อบต.จะช่วยเหลือมากน้อยแค่ไหน คงต้องรอหน่วยงานมาตรวจสอบอีกครั้ง




 

ลำพูน-ประกาศพื้นที่ อ.เมืองประสบเหตุวาตภัย 3 ตำบลอ่วม เดือดร้อนแล้ว 197 ครัวเรือน


          เมื่อเวลา 12.12 น. นายนาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการ จ.ลำพูน กล่าวว่า เช้าวันนี้ ตนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน มีฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง เมื่อวันที่ 4 และ 6 พ.ค.ในเขต อ.เมืองลำพูน มีรายงานความเสียหายเบื้องต้น ที่บ้าน หมู่ที่ 1,2,3,4,5,6,7,8 ต.เวียงยอง, หมู่ที่ 2,4,5,18 ต.ป่าสัก และ หมู่ที่ 5,6,10 ต.บ้านกลาง ส่งผลให้ บ้านพักอาศัย จำนวน 197 หลัง, โรงงาน 6 แห่ง, วัด 1 แห่ง และสิ่งสาธารณประโยชน์ ได้รับความเสียหาย ประชาชนเดือดร้อน จำนวน 197 ครัวเรือน  ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

          ทาง จ.ลำพูนประกาศให้พื้นที่ดังกล่าว เป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน และเร่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป




 

พายุพัดต้นโพธิ์-ต้นยาง อายุ 100 ปี ทับบ้าน-โรงเรียน

          พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดพายุฤดูร้อนและลมฝนพัดกระหน่ำในพื้นที่ ต.ท่าโพธิ์ และ ต.ท่าทอง อ.เมืองพิษณุโลก ในช่วงเช้ามืด ส่งผลให้บ้านเรือนที่พักอาศัย ตลอดทั้งต้นไม้ตามเส้นทางต่างได้หักโค่นทับเส้นทางหลายเส้นทาง ทางผู้ใหญ่บ้านได้ประกาศผ่านเครื่องกระจายเสียงให้ลูกบ้านตรวจสอบความเสียหาย พร้อมถ่ายรูปเป็นหลักฐานเอาไว้ เพื่อรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือต่อไป
 
          เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า มีบ้านที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดพังเสียหาย จำนวนกว่า 50 หลังคาเรือน โดยเฉพาะที่บริเวณวัดจูงนาง หมู่ที่ 4 ต.ท่าทอง อ.เมืองพิษณุโลก ต้นโพธิ์ ที่อยู่ข้างวัดขนาด 7 คนโอบ อายุกว่า 100 ปี ได้ถูกพายุพัดโคล่นมาทั้งราก แล้วทับบ้านของประเทือง ใจผ่อง อายุ 74 ปี บ้านเลขที่ 57 หมู่ 4 ท่าทอง อ.เมืองพิษณุโลก จนพังยับเยิน ชาวบ้านต้องช่วยกันรีบตัดกิ่งโพธิ์ แล้วซ่อมแซมบ้านของนายประเทือง เป็นการด่วน
 
          นายประเทือง กล่าวว่า เมื่อประมาณ 03.00 น.ที่ผ่านมาได้เกิดพายุพัดกระหน่ำและรุนแรงส่งผลให้ต้นโพธิ์ที่อยู่หน้าบ้านล้มทับบ้านจนเสียงดังสนั่น ตนเองตกใจมาก เกิดมาก็ไม่เคยเห็นพายุฝนกระหน่ำที่หนักเช่นนี้มาก่อน หลังจากนั้นตนต้องหาที่หลบฝน และรอจนถึงเช้า จึงได้แจ้งให้กับผู้ใหญ่บ้านทราบ และดำเนินการช่วยเหลือเป็นการด่วน
 
          นอกจากนี้ที่บริเวณโรงเรียนท่าทองพิทยาคม ต.ท่าทอง ต้นยางนา ขนาด 4 คนโอบ อายุกว่า 100 ปีเช่นกัน ได้ถูกพายุพัดกระหน่ำ จนหักโค่นลงมาทับหลังคาหอประชุมโรงเรียนท่าทองพิทยาคม จนพังเสียหายอย่างมาก เศษกระเบื้องตกมาลงเต็มหอประชุม โดยเบื้องต้นทางโรงเรียนท่าทองพิทยาคม ได้ประสานให้องค์การบริหารส่วนตำบลท่าทอง ได้มาตัดต้นยางที่ล้มทับ และทำการเก็บกวาดอีกครั้ง
 
          ขณะที่บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.ท่าทอง และ ต.ท่าโพธิ์ ยังถูกพายุพัดกระหน่ำ จนหลังคาเปิดเสียหาย และรอให้ทางเจ้าหน้าที่ภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือเป็นการด่วน