ข่าว

'อิสราเอล'หวั่น'ซีเรีย'โจมตีตอบโต้

'อิสราเอล'หวั่น'ซีเรีย'โจมตีตอบโต้

06 พ.ค. 2556

'อิสราเอล' เสริมจรวดป้องกันตนเอง แจกหน้ากากกันแก๊ส หวั่นถูกโจมตีตอบโต้หลังถล่ม 'ซีเรีย' ด้าน 'ตุรกี' ตรวจเลือดผู้บาดเจ็บจากซีเรีย ว่ามีการใช้อาวุธเคมีหรือไม่

 

                         6 พ.ค. 56  อิสราเอลเร่งเสริมจรวดเพื่อป้องกันตนเอง ในเขตชายแดนทางภาคเหนือของประเทศ เพื่อใช้เป็นโล่ป้องกันความเป็นไปได้ที่จะถูกโจมตีตอบโต้ หลังจากใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศซีเรียถึง 2 ครั้ง ภายในเวลา 48 ชั่วโมง และนับเป็นการเข้าไปพัวพันกับสงครามกลางเมืองของซีเรียที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ของอิสราเอล อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

                         ซีเรียและผู้หนุนหลังอย่างอิหร่าน ได้ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ว่าจะตอบโต้อิสราเอล แม้จะไม่มีถ้อยแถลงออกมาอย่างเป็นทางการ และแม้จะมีความวิตกว่าจะเกิดสงครามในภูมิภาคครั้งใหม่ แต่อิสราเอลก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าจะพยายามขัดขวางสิ่งที่มองว่า เป็นความพยายามของอิหร่านในการส่งอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพ ไปให้กองกำลังเฮซบุลเลาะห์ในเลบานอน ก่อนที่ระบอบของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซ้าด ของซีเรีย จะล่มสลาย

                         อิสราเอลได้ขู่หลายครั้งว่า จะเข้าแทรกแซงสงครามกลางเมืองของซีเรีย เพื่อยับยั้งการส่งอาวุธ " เปลี่ยนกติกา " (game-changing" weapons) ไปให้เฮซบุลเลาะห์ ที่เคยทำให้อิสราเอลต้องเผชิญสถานการณ์ลำบากมาแล้ว ในระหว่างสงครามยาวนานนับเดือน เมื่อปี 2549

                         นับตั้งแต่ใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งเดียว เมื่อเดือนมกราคม เพื่อทำลายเรือขนส่งขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน ที่จะไปส่งให้เฮซบุลเลาะห์นั้น อิสราเอลยังไม่ได้ข้องเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองโดยตรง จนกระทั่งใช้ปฏิบัติการโจมตีถึง 2 ครั้งซ้อน ที่รวมถึงการโจมตีศูนย์วิจัยทางทหาร ที่ติดกับกรุงดามัสกัส ซึ่งมีเสียงระเบิดรุนแรงตามมาหลายระลอก แต่รัฐบาลและกองทัพอิสราเอล ไม่ยอมให้ความเห็นใด ๆ มีเพียงเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ที่บอกว่าการโจมตีสองครั้งล่าสุด มีเป้าหมายที่เรือบรรทุกขีปนาวุธ ฟาเทห์-110 ที่จะถูกส่งไปให้เฮซบุลเลาะห์ โดยขีปนาวุธชนิดนี้ ที่ผลิตโดยอิหร่าน สามารถยิงได้ไกลเข้าในแผ่นดินอิสราเอล และยังส่งระเบิดน้ำหนักครึ่งตันเข้าไปทำลายเป้าหมายได้อย่างแม่นยำอีกด้วย

                         เจ้าหน้าที่ซึ่งไม่เปิดเผยนาม ระบุว่า ได้มีการหารือกันเรื่องการใช้ปฏิบัติการทางทหาร รัฐบาลซีเรียได้เรียกการโจมตีที่เกิดขึ้นว่า เป็นการละเมิดกฎหมายสากลอย่างโจ่งแจ้ง ที่ทำให้ตะวันออกกลางยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้น และการโจมตีของอิสราเอล ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า อิสเอลเกี่ยวข้องกับฝ่ายกบฎที่พยายามจะโค่นอำนาจรัฐบาลประธานาธิบดีอัสซ้าด

                         รัฐบาลซีเรียได้นจัดประชุมฉุกเฉิน และบอกว่า มีสิทธิ์และหน้าที่ในการปกป้องประชาชนของตนในทุุกวิถีทาง แต่เจ้าหน้าที่กลาโหมของอิสราเอล มองว่า ประธานาธิบดีอัสซ้าด แทบไม่มีโอกาสจะเปิดศึกกับอิสราเอล ในช่วงที่กำลังติดพันกับการหาทางอยู่รอดให้กับระบอบของตนเอง ซึ่งนับตั้งแต่เกิดสงครามกลางเมือง ที่ลุกลามมาจากการลุกฮือของประชาชนเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2554 ได้มีผู้เสียชีวิตไปกว่า 7 หมื่นคนแล้ว

                         แต่แม้จะมองว่า ประธานาธิบดีอัสซ้าดจะยังไม่มีเวลาสำหรับการเปิดศึก แต่อิสราเอลก็ใช้มาตรการป้องกันด้วยการประจำการระบบจรวดป้องกัน ไอเอิน โดม ในบริเวณชายแดนทางเหนือ ที่สามารถสกัดกั้นจรวดพิสัยไกลได้เป็นร้อยๆ ลูก ในช่วง 8 วันที่ทำสงครามกับกลุ่มฮามาส ในฉนวนกาซ่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน ส่วนในช่วงสงคราม เมื่อปี 2549 กลุ่มเฮซบุลเลาะห์ ยิงจรวดโจมตีอิสราเอลราว 4 พันลูก และอิสราเอลเชื่อว่า กลุ่มนี้ครอบครองจรวดและขีปนาวุธไว้เป็นจำนวนมาก

                         หลังโจมตีซีเรียล่าสุด อิสราเอลได้ปิดน่านฟ้าทางเหนือ และห้ามเครื่องบินพลเรือนขึ้นบินในบริเวณดังกล่าว รวมถึงใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดต่อสถานทูตในต่างประเทศ และสิ่งที่สะท้อนความวิตกต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นของสาธารณชน สามารถเห็นได้จากการที่หน่วยงานไปรษณีย์ ได้ช่วยรัฐบาลแจกจ่ายหน้ากากกันแก๊ส ในจำนวนที่มากกว่าระดับปกติถึง 4 เท่า

 

'ตุรกี' ตรวจเลือดผู้บาดเจ็บจากซีเรีย ว่ามีการใช้อาวุธเคมีหรือไม่

 

                         ทางการตุรกีกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเลือดของชาวซีเรียหลายคน ที่หลบหนีการสู้รบมาจากบ้านเกิด เพื่อพิสูจน์ว่า พวกเขาเป็นเหยื่อของการใช้อาวุธเคมีหรือไม่

                         แหล่งข่าวทางการแพทย์ในตุรกี เปิดเผยว่า ได้มีการเก็บตัวอย่างจากคนที่ได้รับบาดเจ็บในซีเรีย ที่ถูกส่งไปรักษาตัวในตุรกี แต่ยังไม่ทราบผลการทดสอบในขณะนี้  

                         บรรดาชาติตะวันตก พากันวิตกมากขึ้นเรื่อย ๆ เกี่ยวกับการใช้อาวุธเคมี ในสงครามที่เพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซ้าด และฝ่ายกบฏที่พยายามโค่นอำนาจเขา  

                         คาร์ล่า เดล ปองต์ เจ้าหน้าที่สืบสวนด้านสิทธิมนุษยชน เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า จากการสอบถาม ทำให้ทราบว่า ฝ่ายกบฎมีการใช้แก๊สซารินด้วยเช่นกัน ด้านประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐ ได้ปฏิเสธที่จะเสนอทางเลือกใด ๆ และบอกด้วยว่า เขาไม่ได้มองการณ์ไกลไปถึงเรื่องการส่งกำลังทหารเข้าไปในซีเรีย ในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่า รัฐบาลประธานาธิบดีอัสซ้าด ใช้อาวุธเคมี ส่วนนายกรัฐมนตรี เรเซ็บ ไตยิบ เอดวน ของตุรกี ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรกับซีเรีย ได้เรียกประธานาธิบดีอัสซ้าดว่า " คนฆ่าสัตว์ " และ "ฆาตกร" ที่จะต้องเจอผลตอบแทนที่สาสมจากการเข่นฆ่าในซีเรีย

 

 

--------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)