ข่าว

ระบอบคอร์รัปชั่นนิยม

ระบอบคอร์รัปชั่นนิยม

06 พ.ค. 2556

ระบอบคอร์รัปชั่นนิยม : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล


              หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศต่างๆ ในโลก มีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือเลือกที่จะอยู่ข้างโลกเสรีซึ่งมีสหรัฐเป็นหัวโจก หรือจะอยู่กับค่ายคอมมิวนิสต์ ที่มีสหภาพโซเวียตเป็นพี่เบิ้ม และทั้งสองฝ่ายต่างก็แข่งขันกันอย่างเต็มที่ในการสยายปีกเพื่อขยายอาณาจักรของตน แต่ที่น่าสนใจก็คือไม่ว่าจะประกาศตนเป็นประเทศเสรีประชาธิปไตยหรือสังคมนิยม แต่ตามความเป็นจริงแล้ว ทั้งสหรัฐและโซเวียตต่างก็ล้วนให้การสนับสนุนรัฐบาลที่มีแนวคิดในทางเผด็จการ ดังเช่นบรรดาผู้นำของประเทศต่างๆ ในเอเชีย ละตินอเมริกาและแอฟริกาในยุคนั้น ส่วนใหญ่มาจากผู้นำกองทัพและก้าวสู่อำนาจด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร โดยมีสหรัฐหนุนหลัง และผู้นำหลายประเทศในยุโรปตะวันออกและเอเชีย ที่เดินตามแนวทางของโซเวียต ก็ปกครองประเทศด้วยความเข้มงวดเช่นกัน

              ปัญหาสำคัญประการหนึ่งของการปกครองในระบอบเผด็จการก็คือการขาดระบบตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ทำให้เกิดการใช้เงินผิดประเภท การใช้เงินตามชอบใจ หรือการใช้เงินเพื่อรักษาอำนาจของตนเอง ซึ่งเงินเหล่านี้มาทั้งจากภาษีอากรราษฎร เงินช่วยเหลือจากประเทศลูกพี่ หรือเงินกู้เงินยืมจากแหล่งทุนที่ร่วมรู้เห็นเป็นใจ ซึ่งกลายเป็นปฐมบทของการคอร์รัปชั่นในบรรดาประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลาย

              คอร์รัปชั่นนั้นมักจะมากับการปกครองที่รวบอำนาจ หรือไม่มีการคานอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติการกำจัดลิดรอนองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ในการตรวจตราการใช้งบประมาณ รวมทั้งการส่งเสริมค่านิยมในทางที่ผิดแก่สังคม เช่น การเป็นเหยื่อของลัทธิบริโภคนิยม วัตถุนิยม ความหลงใหลในเรื่องฟุ้งฝัน การบูชาเงินเป็นพระเจ้า และเมื่อถึงจุดหนึ่งแล้วแทบทุกองคาพยพของประเทศก็จะถูกเกาะกุมด้วยระบบคอร์รัปชั่น และคนที่มีโอกาสในการคอร์รัปชั่นก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนต้องการไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน เงินทอง ตำแหน่งหน้าที่ ฯลฯ โดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม และจริยธรรม

              ประเทศที่อยู่ภายใต้ระบอบคอร์รัปชั่นนิยมนั้น ประชาชนส่วนใหญ่จะอยู่ในลักษณะที่ใช้เงินเกินตัว เป็นหนี้เป็นสิน ขาดช่องทางลงทุน และฝากความหวังกับโชคชะตา ขณะที่ผู้บริหารประเทศและกลุ่มนายทุนผูกขาดเสวยสุขบนกองเงินกองทองที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ

              คอร์รัปชั่นเป็นปัญหาใหญ่ที่บ่อนทำลายสังคม ผู้คน ประชาธิปไตยและประเทศชาติ เมื่อไรก็ตามที่คนชาชินกับการคอร์รัปชั่นจนเห็นว่าการคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องปกติ เมื่อนั้น คนที่มีเงินก็สามารถใช้เงินซื้อหาสิ่งต่างๆ ได้ตามที่ตนต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย ความถูกผิด การประมูลงาน การเอาหรือไม่เอาอะไร กลไกในองค์กรต่างๆ ก็จะเกิดสนิม จนต้องมีการหยอดน้ำมันทุกขั้นตอน ทำให้โครงการต่างๆ มีมูลค่าสูงแต่คุณภาพต่ำ เพราะต้องจ่ายเงินค่าเบี้ยบ้ายรายทางเป็นจำนวนมากและรัฐบาลที่เป็นปุ่มปมหรือปล่อยปละให้เกิดการคอร์รัปชั่นขนานใหญ่ ก็คือรัฐบาลที่กำลังสร้างเงื่อนไขซึ่งทำลายประชาธิปไตยและตามประวัติศาสตร์รัฐบาลที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของการคอร์รัปชั่นนั้น มักจะจบไม่สวย และลาโรงเร็วกว่าที่คาดคิด

              ครับ คอร์รัปชั่นนั้นเหมือนกับสนิมเหล็ก ที่เกิดขึ้นในตัวของเหล็กเอง แล้วก็ทำลายเหล็กที่แข็งแกร่งลงได้อย่างง่ายดาย

              ท้ายคอลัมน์วันนี้ ขอแนะนำหนังสือ “เล่นคำอำนาจ” รวมบทกวีจากความรู้สึกนึกคิดของกวีร่วมสมัย ประกอบด้วย ไพวรินทร์ ขาวงาม, เฉินซัน, คนบางซื่อ, โกศล อนุสิม และวาปี คำโปตา (สนพ.สามสหาย/120 บาท) และนิตยสารขวัญเรือนฉบับปักษ์แรกพฤษภาคม 2556 (ราคา 60 บาท) เริ่มนิยายใหม่ “บุหลันรัญจวน” ของ กฤษณา อโศกสิน และ “สุดทางฝันวันฟ้าใส” ของ โบตั๋น