
ฟื้นฟูบ้านเก่าเป็นแหล่งเที่ยว
ฟื้นฟูบ้านเก่าเป็นแหล่งเที่ยว เชิงอนุรักษ์สถาปัตฯ เมืองเขลางค์ : มธุรส สุริยะวงศ์ ... รายงาน
“นครลำปาง” นับเป็นหัวเมืองสำคัญของอาณาจักรล้านนาเมื่อครั้งอดีต ที่โดดเด่นด้วยความเป็นเมืองท่าทั้งในเรื่องของการทำมาค้าขายและการขนส่งสินค้าในอดีตที่มักอาศัยการล่องเรือมาตามลำน้ำสายหลักที่เชื่อมต่อเข้าสู่เมืองท่าสำคัญดังเช่นเมืองปากน้ำโพ (จ.นครสวรรค์) โดยล่องเข้าลำน้ำวังจนสุดเขตทางที่เขลางค์นคร หรือนครลำปาง ซึ่งล้วนมาขึ้นที่ท่าน้ำเชิงสะพานรัษฎา ที่อยู่ใกล้กันกับย่านตลาดแห่งนี้ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ตลาดจีนหรือตลาดเก่า” ซึ่งเปรียบเสมือนกับศูนย์กลางการค้าทางน้ำในอดีตเลยทีเดียว
การก่อตัวของชุมชนตลาดจีนนั้น ถือได้ว่านครลำปางเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความเป็นมามากกว่าพันปี ที่นอกจากมีคนพื้นเมืองแล้ว ยังมีชาวไทยลื้อซึ่งอพยพมาจากเมืองเชียงแสน พม่า เข้ามาทำป่าไม้และการค้าขาย อีกทั้งชาวอังกฤษที่ได้สัมปทานป่าไม้และเข้ามารับจ้างเป็นแรงงาน โดยส่วนใหญ่จะมารวมตัวอยู่ที่ตลาดจีนเพราะเป็นแหล่งจอดท่าเรือ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศบริเวณแม่น้ำวังมีเกาะกลางแม่น้ำ (ที่ตั้งบริเวณวัดเกาะในปัจจุบัน) กั้นแบ่งแม่น้ำวังออกเป็นสองสาย ด้านที่ติดต่อกับฝั่งชุมชนตลาดจีน เป็นช่องแคบและตื้นเหมาะเป็นที่สำหรับการจอดเรือในการค้าขายและสัมปทานไม้
ด้วยเหตุดังกล่าวบริเวณแห่งนี้จึงมีการปลูกเพิงเพื่อการค้าขายและนอนพักเป็นการชั่วคราว อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งสำนักงานป่าไม้บริษัทของชาวตะวันตก รวมทั้งชาวพม่าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มที่ต้องทำการควบคุมการล่องซุง ดูแลกิจการ จึงได้ปลูกสร้างอาคารขึ้นมาเพื่อเป็นสำนักงานและเป็นที่อยู่อาศัยของตนเองด้วย ต่อมาพ่อค้าชาวจีนเริ่มเดินทางเข้ามาพร้อมกับเรือสินค้าเป็นกุลีรับจ้างมาพบทำเลที่เหมาะแก่การทำมาค้าขาย ประกอบกับชาวจีนมีความขยันขันแข็ง มีหัวด้านการค้าที่ดีกว่าจึงเริ่มเข้าครอบงำ มีบทบาททางการค้า แย่งเบียดเบียนชาวไทยใหญ่ และชาวพม่าให้ออกไปจากตลาดการค้า
แม้ประวัติศาสตร์ผ่านไปแต่คุณค่าของชุมชนที่เรียกว่า “ตลาดจีน” ยังคงปรากฏร่องรอยแห่งความเจริญรุ่งเรือง การอนุรักษ์สภาพอาคาร ร้านค้าในอดีตที่ยังคงคุณค่าไว้ของงานสถาปัตยกรรมเหล่านี้ที่เป็นวัฒนธรรมตามแบบสถาปัตยกรรมที่นิยมตามเชื้อสายของผู้เป็นเจ้าของที่ปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัยและประโยชน์ในการค้า ฝีมือที่แสดงออกได้บ่งชี้ถึงความสามารถในเชิงศิลปะและความรุ่งเรืองในอดีตที่ผ่านมา อาคารตกค้างกลับเป็นมรดกทางวัฒนธรรม อันบันทึกประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าไว้หลังจากที่ภาคประชาสังคมและภาครัฐได้ร่วมกันจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สถานตลาดจีนและฟื้นฟูอนุรักษ์อาคารโบราณไม่น้อยกว่า 10 อาคาร ตลอดถนนเลียบน้ำวัง จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สถาปัตยกรรม จัดเป็นถนนคนเดินวันเสาร์และอาทิตย์ ที่มีชื่อเรียกกันว่า “กาดกองต้า” นั่นเอง
"กิตติภูมิ นามวงศ์" นายกเทศมนตรีนครลำปาง ผู้ที่ได้ริเริ่มแนวคิดในการอนุรักษ์ฟื้นฟูอาคารเก่าในเขตเทศบาลนครลำปางและย่านตลาดเก่าแห่งนี้ เล่าว่าตึกเก่าและอาคารเก่าใน จ.ลำปาง มีจำนวนมาก เฉพาะในเขตเทศบาลคาดว่าจะมีประมาณเกือบ 200 หลัง โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ตึกปูนในสมัยที่ชาวตะวันตกและชาวพม่ามาสัมปทานป่าไม้ จึงเกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมขึ้น โดยเฉพาะด้านอาคารสถาปัตยกรรมบ้านเรือน ส่วนอีกประเภทหนึ่ง คือ บ้านโบราณทำจากที่เป็นตระกูลดั้งเดิมของชาวนครลำปางเอง
ทั้งนี้ จำนวนตึกเก่าและอาคารสถาปัตยกรรมในบริเวณย่านตลาดเก่าหรือกาดกองต้าในปัจจุบันมีจำนวนมากถึง 30 หลัง ที่ได้แบ่งตามความสำคัญออกเป็นสถานที่อยู่อาศัยหรือย่านการค้าและบ้านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น บ้านของตระกูลทวีนันท์ ต้นตระกูลของพม่า อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ก็ยังไม่มีการจดทะเบียนอาคารอนุรักษ์ แต่เทศบาลนครลำปางได้เห็นถึงความสำคัญจึงจะมีการนำเรื่องเข้าสู่สภาพัฒนาเมืองในเดือนพฤษภาคม ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้น โดยที่ยังอนุรักษ์ความเป็นดั้งเดิมอยู่และเห็นว่าควรได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง
นอกจากนี้เทศบาลนครลำปางยังมีโครงการในการอนุรักษ์ฟื้นฟูอาคารเก่าในเขตเทศบาลโดยจะเน้นให้ความสำคัญทั้งในเรื่องของการรื้อฟื้น และปรับปรุงให้คงสภาพดีขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มแล้วที่กาดกองต้าและถนนสายวัฒนธรรม แม้ปัจจุบันนี้เรื่องราวทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ยังมีวิถีความเป็นดั้งเดิมอยู่ โดยเทศบาลนครลำปางจะมีการรื้อฟื้นในส่วนของวัฒนธรรม ประเพณีพื้นเมือง อาทิ ฟ้อนผีมดผีเม็ง การทำฮังเลหลวง รวมไปถึงการปลุกกระแสการอนุรักษ์ให้คนมีส่วนร่วมและเห็นถึงความสำคัญเช่นกัน
กว่าจะมาเป็น “กาดกองต้า” ดังเช่นในปัจจุบันนี้ ได้มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ความคิดที่ก้าวไกลของผู้นำเมื่อสมัยยังเป็นที่ปรึกษาเทศบาล เนื่องจากเห็นความสำคัญทั้งในทางประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและความสวยงามของอาคารสถาปัตยกรรมเหล่านี้จึงรู้เสียดาย ประกอบกับช่วงนั้นเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในลำปาง (ปี 2548) ชาวบ้านหลายคนได้รับความเสียหายและสูญเสียกำลังใจ จึงมีการเสนอเรื่องขอทำให้ถนนเส้นนี้กลายเป็นถนนคนเดินที่เรียกว่า “กาดกองต้า กองฮิมวัง” เพื่อเป็นการเยียวยาจิตใจ สร้างขวัญกำลังใจและสร้างร้ายได้ให้ชาวบ้านบริเวณนั้น ทั้งยังผลักดันให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด โดยนำเสนอความสวยงามของอาคารสถาปัตยกรรมทั้งสองฝั่งและยังเป็นอีกจุดขายหนึ่งของ จ.ลำปาง ด้วย
---------------------
(ฟื้นฟูบ้านเก่าเป็นแหล่งเที่ยว เชิงอนุรักษ์สถาปัตฯ เมืองเขลางค์ : มธุรส สุริยะวงศ์ ... รายงาน)



