ข่าว

'เสี่ยรับเหมา'ดวลปืนลูก'ส.ส.ชาดา'(2)

'เสี่ยรับเหมา'ดวลปืนลูก'ส.ส.ชาดา'(2)

05 พ.ค. 2556

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ปลอกกระสุน..ไขคดี เสี่ยรับเหมาดวลปืนลูก 'ส.ส.ชาดา' (2) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ

 

                           ปลอกกระสุน 13 ปลอก ซึ่งตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจพบในที่เกิดเหตุ คดีสังหาร "ฟารุต ไทยเศรษฐ์" บุตรชาย "ชาดา ไทยเศรษฐ์" ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกเล่าพฤติการณ์การก่อเหตุได้อย่างชัดเจน

                           ตำแหน่งการตกลงพื้นของปลอกกระสุนชี้ให้เห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการดวลปืนกัน ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกกระทำเพียงฝ่ายเดียว

                           ตำรวจพิสูจน์หลักฐานนำโดย พ.ต.ท.โกศิ พรมสิทธิ์ นวท.(สบ 3) กลุ่มงานตรวจสอบที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 นครราชสีมา ตรวจพบปลอกกระสุนปืนในที่เกิดเหตุทั้งสิ้น 13 ปลอก เป็นปลอกกระสุนออโตเมติกขนาด 9 มิลลิเมตร 10 ปลอก ที่เหลืออีก 3 ปลอก เป็นขนาด .380

                           จากการตรวจสอบพบว่า ปลอกกระสุนดังกล่าวถูกยิงมาจากปืน 3 กระบอก โดย 7 ปลอก ถูกยิงมาจากปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ยี่ห้อซีแซด คอมเพ็ก ทะเบียน กท 5301901 ซึ่ง นายสุริยา ไทยเศรษฐ์ หนึ่งในบุคคลที่นั่งอยู่บนรถโตโยต้า พราโด้ คันที่นายฟารุต เป็นผู้ขับขี่ นำมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนหลังเกิดเหตุ โดยนายสุริยายอมรับกับพนักงานสอบสวนว่า ในวันเกิดเหตุได้ใช้ปืนกระบอกนี้ยิงสวนคู่กรณี

                           ปลอกกระสุน 9 มิลลิเมตร อีก 3 ปลอก ถูกยิงมาจากปืนขนาด 9 มิลลิเมตร อีก 1 กระบอก ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นปืนของคู่กรณี ขณะที่ปลอกกระสุนปืน .380 ถูกเก็บได้ภายในรถยนต์โตโยต้า พราโด้ อีก 2 ปลอก อีกปลอกตกอยู่ข้างรถ ในสภาพที่เชื่อได้ว่าน่าจะตกจากรถยนต์คันนี้หลังประตูรถถูกเปิดออก

                           แม้ตำรวจไม่พบอาวุธปืนขนาด .380 ในที่เกิดเหตุ แต่ก็พบซองปืนตกอยู่บริเวณที่วางเท้าฝั่งคนขับ เมื่อนำไปผ่านกระบวนการตรวจสอบดีเอ็นเอ พบว่ามีดีเอ็นเอของนายฟารุตติดอยู่บนซองปืนซองนี้ จึงเชื่อว่าบุคคลที่ลั่นกระสุนขนาด .380 ดังกล่าว อยู่ในกลุ่มของผู้ตาย

                           จากหลักฐานปลอกกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุบ่งชี้ได้ว่า ฝ่ายของนายฟารุต มีการใช้อาวุธปืน 2 กระบอก คือ อาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตร 1 กระบอก และปืนขนาด .380 อีก 1 กระบอก ยิงดวลกันกับฝ่ายคู่กรณี ซึ่งใช้ปืนขนาด 9 มิลลิเมตร 1 กระบอก ยิงตอบโต้

                           ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้จัดทำแผนผังระบุตำแหน่งที่พบปลอกกระสุนปืน โดยได้จัดหมวดหมู่ปลอกกระสุนที่พบอย่างละเอียด โดยปลอกกระสุนทั้งหมดถูกพบในระยะ 92.3 เมตร ย้อนหลังกลับไปจากบริเวณที่พบรถยนต์โตโยต้า พราโด้ จอดสงบนิ่งหลังจากชนเสาไฟฟ้าข้างทางจนหักโค่น

                           ปลอกกระสุนปืนปลอกแรกที่พบ ซึ่งถูกระบุในแผนผัง เป็นปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ตรวจสอบแล้วพบว่าถูกยิงมาจากปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ยี่ห้อซีแซด ทะเบียน กท 5301901 ซึ่งนายสุริยานำมามอบให้พนักงานสอบสวนภายหลังเกิดเหตุ ถูกพบบริเวณคอสะพานคลองเดื่อ ถัดจากนั้นมา 7 เมตร ตำรวจพิสูจน์หลักฐานพบเศษพลาสติกไฟท้ายรถสีแดงตกอยู่ เมื่อนำมาตรวจเทียบกับไฟท้ายรถยนต์กระบะคู่กรณี ซึ่งชุดสืบสวนติดตามยึดได้ในภายหลังพบว่าร่องรอยเข้ากันได้ เช่นเดียวกับคุณภาพสีและชนิดของวัสดุก็พบว่าเหมือนกัน

                           ห่างมา 13.80 เมตร พบปลอกกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตร ตกอยู่ 1 ปลอก โดยปลอกกระสุนนัดนี้ถูกยิงมาจากปืน 9 มิลลิเมตรอีกกระบอก ซึ่งเชื่อว่าเป็นปืนของคู่กรณี ห่างออกมาอีก 8 เมตร มีปลอกกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตร ตกอยู่อีก 1 ปลอก ก่อนจะพบอีกปลอกห่างออกมาอีก 3.10 เมตร ปลอกกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตรทั้ง 3 ปลอกนี้ ถูกยิงมาจากปืนกระบอกเดียวกัน

                           ถัดจากนั้นมาอีก 10.50 เมตร พบเศษชิ้นส่วนตะกั่วหัวกระสุนตกอยู่ 1 ชิ้น หลังจากนั้นอีก 2.60 เมตร พบปลอกกระสุนปืน 9 มิลลิเมตร ตกอยู่ ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นปลอกกระสุนที่ถูกยิงมาจากปืนกระบอกเดียวกันกับที่นายสุริยานำมามอบให้พนักงานสอบสวน

                           ห่างออกมาอีก 10.30 เมตร พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร อีก 1 ปลอก ตรวจสอบแล้วก็พบว่าถูกยิงมาจากปืนกระบอกเดียวกันกับที่นายสุริยานำมามอบให้พนักงานสอบสวน  ถัดออกมาอีก 25 เมตร พบปลอกกระสุนปืน 9 มิลลิเมตร อีก 1 ปลอก และห่างออกมาอีก 9 เมตร ก็พบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันอีก 1 ปลอก ถัดมาอีก 3 เมตร พบอีก 2 ปลอก เป็นปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร เช่นกัน และเมื่อนำไปผ่านขั้นตอนการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว พบว่าปลอกกระสุนปืนชุดนี้ถูกยิงมาจากปืนกระบอกเดียวกันกับที่นายสุริยานำมามอบให้พนักงานสอบสวน

                           ขณะที่ปลอกกระสุนปืน .380 พบตกอยู่ภายในรถยนต์โตโยต้า พราโด้ 2 ปลอก อีก 1 ปลอกตกอยู่ข้างรถ ไม่ห่างจากปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 3 ปลอกสุดท้าย

                           หลักฐานปลอกกระสุนที่พบ ณ จุดนี้ เห็นเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก นายสุริยา จะใช้ปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ยี่ห้อซีแซด คอมเพ็ก ทะเบียน กท 5301901 ลั่นกระสุนใส่คู่กรณี เป็นนัดแรก โดยกระสุนนัดนี้ไปถูกบริเวณไฟท้ายรถกระบะของคู่กรณีปรากฏหลักฐานเป็นเศษพลาสติกสีแดงที่ตกอยู่บนถนน หลังจากนั้นจึงถูกคู่กรณีใช้ปืนขนาด 9 มิลลิเมตร อีกกระบอกยิงสวนกลับมา 3 นัด โดยระหว่างนี้บุคคลที่อยู่ภายในรถโตโยต้า พราโด้ ใช้ปืนขนาด .380 ยิงตอบโต้ใส่คู่กรณีด้วย

                           กระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ที่คู่กรณียิงใส่รถยนต์โตโยต้า พราโด้ ที่นายฟารุต เป็นคนขับ จำนวน 3 นัด ปรากฏว่า 2 นัด เข้าเป้า โดยนัดแรกเข้าที่บริเวณประตูหน้าในระดับความสูงจากระดับพื้นดิน 110 เซนติเมตร มุมเงย 1 องศา หัวกระสุนฝังที่ประตู ขณะที่นัดที่ 2 กระสุน เข้าบริเวณกระจกประตูหลังในระดับความสูงจากพื้นดิน 130 เซนติเมตร มุมเงย 9 องศา กระสุนนัดนี้พุ่งเข้าบริเวณกกหูด้านซ้ายของนายฟารุต เป็นเหตุให้เสียชีวิต

                           หลังจากนายฟารุตถูกยิง ไม่สามารถควบคุมรถยนต์ที่ขับอยู่ได้ รถจึงเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรงจนเสาไฟฟ้าหักโค่น เป็นเหตุให้ผู้ที่โดยสารมาในรถได้รับบาดเจ็บไปด้วย โดยระหว่างที่รถยนต์เสียหลักนายสุริยายังคงใช้ปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ยิงใส่รถยนต์คู่กรณีไปอีก 6 นัด แต่กระสุนพลาดเป้าไม่ถูกบริเวณจุดสำคัญ รถยนต์ของคู่กรณีจึงหนีออกไปจากจุดเกิดเหตุได้

                           "ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด และตรวจย้อนหลังจากจุดที่พบรถยนต์โตโยต้า พราโด้ ที่นายฟารุตเป็นผู้ขับขี่ไปหลายร้อยเมตร แต่ก็ไม่พบปลอกกระสุนเพิ่มเติม นอกจากปลอกกระสุนที่พบทั้ง 13 ปลอก โดยตำแหน่งของปลอกกระสุนที่พบเป็นปลอกแรกชี้ให้เห็นว่าถูกยิงจากปืนกระบอกที่นายสุริยานำมามอบให้พนักงานสอบสวน" พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. ให้ข้อมูลและขยายความว่า

                           มีการตั้งข้อสังเกต ปลอกกระสุนปืนที่พบอาจจะสลับตำแหน่งได้หรือไม่ ข้อสังเกตดังกล่าวคลายข้อสงสัยลง หลังการตรวจยืนยันสภาพของปลอกกระสุน โดยทุกปลอกอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่มีร่องรอยการถูกบดทับ ที่อาจเกิดจากรถยนต์หรือสิ่งอื่นใดเหยียบแล้วทำให้ปลอกกระสุนเคลื่อนไปจากตำแหน่งแรกที่ตกลงพื้น

                           ในคำพิพากษาศาลวินิจฉัยไว้อย่างชัดเจนว่า ปลอกกระสุนมีน้ำหนักพอสมควร เพราะเป็นโลหะ หลังเกิดเหตุรถยนต์ของผู้ตายชนติดอยู่กับเสาไฟฟ้าจนเสาหักล้มลงและไฟฟ้าบริเวณนั้นดับไปทั่ว ขณะนั้นเป็นเวลาค่อนข้างดึก แทบไม่มีผู้สัญจรผ่าน และหากว่ามีรถยนต์วิ่งผ่านก็ต้องชะลอความเร็วและขับรถผ่านด้วยความระมัดระวัง เพราะต้องสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงไม่น่าจะทำให้ปลอกกระสุนเปลี่ยนแปลงตำแหน่งไปมากถึงกับทำให้การรวบรวมพยานวัตถุคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

                           นอกจากปลอกกระสุนทั้ง 13 ปลอก ที่พบในจุดเกิดเหตุแล้ว ยังมีหลักฐานอื่นๆ ร่วมด้วยอีกมาก ทั้งคราบเขม่าดินปืนที่ตรวจพบบนรถยนต์โตโยต้า พราโด้ ร่องรอยกระสุนปืนที่พบบนรถยนต์คันนี้ รวมถึงรถยนต์กระบะของคู่กรณีที่ตำรวจสามารถติดตามยึดได้ภายหลังเกิดเหตุ

                           ตำรวจพิสูจน์หลักฐานยังใช้เทคโนโลยีการถ่ายภาพด้วยกล้อง 3D จำลองเหตุการณ์เพื่อตรวจสอบวิถีกระสุน จากร่องรอยที่พบบนรถยนต์ทั้ง 2 คัน รายละเอียดเรื่องนี้จะเป็นเช่นไร? ที่สำคัญใครคือผู้หาญกล้า เปิดฉากดวลปืนกับกลุ่มบุตรชายนักการเมืองดังแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง! ติดตามตอนหน้า

 

 

--------------------

(ขอบคุณเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม : Sutthiphong Sri-anksorn : csi Thailand ซีเอสไอ ไทยแลนด์ ตอน คดียิงนายฟารุต ตอนที่2

- https://www.youtube.com/watch?v=bOjplUpY4bk&feature=youtube_gdata_player

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ปลอกกระสุน..ไขคดี เสี่ยรับเหมาดวลปืนลูก 'ส.ส.ชาดา' (2) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)