ข่าว

ปิยะพันธ์ : ระวังหมองูตายเพราะงู

ปิยะพันธ์ : ระวังหมองูตายเพราะงู

05 มิ.ย. 2552

ถึงกับหัวเสียเลยทีเดียวสำหรับ คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.)ของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อทำหนังสือเชิญ ปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานบอร์ด ขสมก. มาชี้แจงแล้วไม่มา แต่กลับไปออกทีวีสวดกรรมาธิการว่า จะเชิญก็ไม่ทำหนังสือล่วงหน้า

 วิลาศ จันทร์พิทักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการ ถึงกับแถลงอย่างฉุนเฉียวว่า คณะกรรมาธิการ ทำหนังสือตามขั้นตอน แต่กลับมีเจตนาไม่สุจริต บ่ายเบี่ยงที่จะมาชี้แจง โดยเลือกที่จะไปพูดฝ่ายเดียวผ่านรายการโทรทัศน์

 ก็อย่างว่า งานนี้ใครเขาจะอยากมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ให้ถูกเชือด

 ก็รู้กันอยู่ว่า รถเมล์เอ็นจีวี ถึงแม้จะติดแอร์เย็นฉ่ำ เพราะเป็นรถปรับอากาศ แต่ตอนนี้ไม่ต่างจากของร้อนที่ตกใส่หน้าตักใคร ก็ต้องรีบปัดออก

 แล้วมีหรือคนระดับ ปิยะพันธ์ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ฝ่ากระแสในกระทรวงคมนาคมจนมาถึงวันนี้ได้ จะไม่รู้ประสีประสา

 แต่ก็เพราะรู้นี่แหละ คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ถึงกับคิดที่จะใช้มาตรการเด็ดขาดกับ ปิยะพันธ์

 น่าเห็นใจ ปิยะพันธ์ เพราะดูราวกับว่า วิบากกรรมไม่หมดสิ้น เพราะก่อนหน้านี้ ก็เคยเป็นหนึ่งในแคนดิเดตปลัดกระทรวงมาก่อนแล้ว แต่ก็ต้องวืดเก้าอี้นี้ไป ส่วนจะด้วยเหตุผลกลใด ก็ต้องไปค้นข่าวในยุค "ขิงแก่" กันละว่า เหตุที่วืดเพราะอะไร

 แต่ที่จะเอามาว่ากันในวันนี้ก็คือ ปิยะพันธ์ นั้นก็เรียกได้ว่า "พอตัว" เลยทีเดียว

 ดูวาจาท่าทีที่พูดผ่านสื่อถึงคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ที่ทำหนังสือเชิญไปให้ข้อมูล

 อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงตรงนี้ ก็ดูเหมือนคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.จะไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากใช้มาตรการรุนแรงที่สุด ซึ่ง ณ เวลานี้ก็ยังไม่มีมาตรการรุนแรงถึงขั้นฟ้องร้องดำเนินคดีให้ติดคุกติดตะราง

 แต่ก็มีมาตรา 135 ที่ให้อำนาจคณะกรรมาธิการ ทั้งกรรมาธิการสามัญ และวิสามัญ สามารถเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงได้

 โดย วรรคสอง ระบุว่า คณะกรรมาธิการตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจออกคำสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในกิจการที่กระทำหรือในเรื่องที่พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาอยู่นั้นได้ และให้คำสั่งเรียกดังกล่าวมีผลบังคับตามที่กฎหมายบัญญัติ แต่คำสั่งเรียกเช่นว่านั้นให้ใช้บังคับกับผู้พิพากษาหรือตุลาการที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ในกระบวนวิธีพิจารณาพิพากษาอรรถคดีหรือการบริหารงานบุคคลของแต่ละศาล และมิให้ใช้บังคับกับผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่โดยตรงในแต่ละองค์กรตามรัฐธรรมนูญตามบัญญัติในรัฐธรรมนูญหรือตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วแต่กรณี

 ในกรณีที่บุคลลตามวรรคสองเป็นข้าราชการพนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น ให้ประธานคณะกรรมาธิการแจ้งให้รัฐมนตรี ซึ่งบังคับบัญชาหรือกำกับดูแลหน่วยงานที่บุคคลนั้นสังกัดทราบ และมีคำสั่งให้บุคคลนั้นดำเนินการตามวรรคสอง เว้นแต่เป็นกรณีที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน ให้ถือว่าเป็นเหตุยกเว้นการปฏิบัติตามวรรคสอง

 ถึงแม้ว่าเรื่องนี้ดูแล้วจะพุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีโดยตรง คือเมื่อพบเหตุเช่นนี้แล้ว รัฐธรรมนูญบอกว่าให้แจ้งต่อรัฐมนตรี ซึ่งกรณีนี้ก็คือ โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม จะต้องผลักไสให้คนของตัวมาชี้แจง แต่ก็ต้องยอมรับว่า นี่คือคุณูปการของรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ติดดาบให้แก่คณะกรรมาธิการทั้งหลาย

 ถึงแม้จะไม่ใช่ดาบที่คมฟันเหล็กเหมือนฟันหยวก ไม่ได้ให้ดาบที่แท้จริงเหมือนอย่างที่กฎหมายอเมริกันให้ดาบแก่คณะกรรมาธิการ ลอกเขามาได้เท่านี้ ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรในมือ ทั้งที่คณะกรรมาธิการทั้งหลายก็เป็นตัวแทนประชาชนที่จะเข้าไปตรวจสอบการใช้อำนาจ การทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน

 ที่ผานมา ข้าราชการทั้งหลายมักจะมองทิศทางลมจากฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองที่เป็นผู้กำกับดูแล หรือถืออำนาจรัฐ แต่นับจากนี้ไปความสำคัญของนักการเมืองที่ใช้อำนาจผ่านคณะกรรมาธิการ ทั้งวิสามัญ และสามัญ ก็จะต้องได้รับการยอมรับ และไม่อาจบ่ายเบี่ยงเลี่ยงบาลี
 มาลุ้นกันว่า ปิยะพันธ์ จะมีโอกาสเป็นรายแรก หรือว่านี่ก็แค่ส่วนประกอบฉากที่ละครถูกล็อกตอนจบไว้แล้ว