ข่าว

'ปชป.'จี้'นายกฯ'หยุด'แดง'ระดมคนเข้ากรุง

'ปชป.'จี้'นายกฯ'หยุด'แดง'ระดมคนเข้ากรุง

04 พ.ค. 2556

'ปชป.' จี้ 'นายกฯ' แสดงภาวะผู้นำ หยุด 'เสื้อแดง' ระดมมวลชนเข้ากรุงไล่ตุลาการศาลรธน. 8 พ.ค.นี้ ซัด 'สุกำพล' เลิกฟังคำสั่ง 'แม้ว' แนะเร่งปรับแผนแก้ไฟใต้

 

                         4 พ.ค.56 น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ทราบมาว่า วันที่ 8 พ.ค. จะมีการระดมคนเสื้อแดงจากต่างจังหวัด เพื่อมาขับไล่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต้องตั้งหลักจากน้องสาวแสนเชื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อีกนายกรัฐมนตรี มาเป็นนายกฯดูแลเรื่องนี้ไม่ให้มีการละเมิดทางกฎหมาย และน.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องแสดงวิสัยทัศน์ให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะในวันที่ 8 พ.ค. แกนนำคนเสื้อแดงทั้งหมดก็อยู่เบื้องหลังการระดมคน เพื่อเตรียมยกระดับความรุนแรง แต่การที่มีคนหน้าเดิมมาไล่ตุลาการ อาจจะเป็นปัญหาที่ลุกลามให้ฝ่ายอื่นทนไม่ไหว และทำให้ปัญหาบานปลายได้

 

'มัลลิกา' แนะ 'สุกำพล' เร่งปรับแผนแก้ไฟใต้

 

                         น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาภาคใต้ของรัฐบาลว่า กรณีที่พล.อ.อ.สุกําพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาอาละวาดกับสื่อนั้น ฝ่ายความมั่นคงกำลังวางยุทธศาสตร์ผิดพลาด และทำให้พื้นที่เป็นสงคราม เพราะได้ยกระดับผู้ก่อการร้ายมาเป็นผู้จรจา และการที่พล.อ.อ.สุกำพลให้สื่อมวลชนหยุดนำเสนอข่าว ทั้งที่จริงพล.อ.อ.สุกำพลต้องไปทบทวนยุทธศาสตร์ ไม่ใช่โยนความผิดให้สื่อมวลชน

                         นอกจากนี้การตั้งบุคลากรดูแลเรื่องนี้ อย่างพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก็เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะการออกมาพูดแต่ละครั้ง ทำให้คนร้ายรู้แผน และสถานการณ์บานปลายไปด้วย

                         “ขอนายกฯ และพล.อ.อ.สุกำพล หยุดฟังคำสั่งของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพราะเหตุการกรือเซะ ตากใบ ก็มาจากยุทธศาสตร์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ถ้าไม่หยุดฟังพ.ต.ท.ทักษิณ ยุทธศาสตร์จะผิดพลาด คนจะตายเรื่อยๆ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงต้องยอมรับกติกาการทำงานของสื่อมวลชนด้วย” น.ส.มัลลิกา กล่าว

 

'ปชป.' ย้ำสปีชร้อนมองโกเลียบิดเบือนความจริง

 

                         น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ช่วงนี้พรรคกำลังดำเนินการตรวจสอบคำกล่าวหรือสปีชชุดใหม่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ภายหลังเดินทางไปประชุมที่ประเทศมองโกเลีย ซึ่งพรรคยังมองเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ ซึ่งการฟ้องร้อง หรือที่มี ส.ส.หญิงออกมาปกป้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นเรื่องผิดเพี้ยนจากข้อเท็จจริง จึงอยากให้ทุกฝ่ายไปชำแหละคำกล่าวนี้ก่อน เพราะคำกล่าวของนายกฯเป็นการดูหมิ่นประเทศไทย และทำให้ทำลายโอกาสการลงทุนในประเทศ เนื่องจากสิ่งที่พูดเป็นเรื่องล้าหลังมาก

                         น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า อยากบอกส.ส.หญิงของพรรคเพื่อไทยที่จะเสนอจดหมายเปิดผนึกว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่คำกล่าวนี้มีการบิดเบือนประชาธิปไตยอย่างชัดเจน ตั้งแต่การตัดตอนเรื่องรัฐประหาร บิดเบือนเรื่องรัฐธรรมนูญ หรือการอ้างเรื่องการทำลายรัฐธรรมนูญปี 2540  ขณะเดียวกันน.ส.ยิ่งลักษณ์กลับไม่ได้พูดว่าทำไมพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทำลายรัฐธรรมนูญปี 2540 รวมถึงตัดตอนเหตุการณ์ปี 2553 ซึ่งไม่ใช่เรื่องประชาธิปไตย แต่เป็นเรื่องการก่อการร้าย และน.ส.ยิ่งลักษณ์ยังอ้างประกฎการณ์รัฐประหาร แต่ไม่ยอมพูดถึงที่มาของรัฐประหารว่าเกิดจากการทุจริต

                         “มีการเอาบรรยากาศการฟ้อง หรือสิทธิสตรีมาแก้เกี้ยว นายกฯต้องออกมา แก้ไขในข้อเท็จจริง ไม่นั้นประเทศชาติจะเสียโอกาสได้”น.ส.มัลลิกา กล่าว

                         ด้านนายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กทม. กล่าวว่า การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ส่งทนายไปฟ้องนายสมชัย กตัญญุตานันท์ หรือนายชัย ราชวัตร การ์ตูนนิสของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐนั้น หากจะใช้มาตรฐานเรื่องนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ต้องมีการตรวจสอบในกูเกิ้ลด้วย เพราะถ้าไปค้นหาคำว่า "อีโง่"ในกูเกิ้ล ก็จะเจอภาพนายกฯของประเทศไทย ก็ทำให้สร้างความเสื่อมเสียให้ประเทศ ตนจึงขอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ หรือตั้งทีมทนายตรวจสอบเพื่อให้ปัญหานี้จบไปจากภาพลักษณ์การเป็นายกรัฐมนตรีด้วย

 

'ปชป.' อัด 'ภักดีหาญส์' ใส่ร้ายกทม.ตุ๋นคนกรุงขึ้นค่าตั๋วบีทีเอส

 

                         นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ไม่มีเวลาทำตามนโยบายหาเสียง ภายหลังต้องเข้าพบกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นว่าเล่น และคนกรุงเทพโดนต้มเรื่องราคาค่ารถไฟฟ้าว่า เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างมาก เพราะเรื่องนี้คดียังไม่สิ้นสุด นายภักดีหาญส์ ไม่มีหน้าที่มาบอกว่าผู้ถูกกล่าวหาผิดหรือไม่ผิด ซึ่งผู้ว่าฯกทม.ต้องไปแก้ต่าง แต่นายภักดีหาญส์กลับมาตัดสินว่าผิดไปแล้ว เรื่องนี้เป็นการต่อสัญญาการเดินรถ

                         “เรื่องนี้เป็นการต่อสัญญาการเดินรถ ไม่ใช่การขยายสัมปทาน เพราะการขึ้นค่าโดยสารของบีทีเอส กทม.ก็ไม่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ส่วนรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย กทม.ก็มีหน้าที่เก็บรายได้และมีสิทธิบริหารค่าโดยสารเอง ดังนั้นบุคลากรของรัฐบาลไม่ใช้เวลาทำงาน แต่พยายามมาคุยคุ้ยบิดเบือนข้อเท็จจริงเท่านั้น” นายณัฏฐ์ กล่าว