
พท.ยันเอาผิด'ชัย ราชวัตร'ให้ร้าย'ปู'
พท.แจงแจ้งความตร.เอาผิด 'ชัย ราชวัตร' เหตุให้ร้าย'ปู'เสื่อมเสียชื่อเสียง อ้างหวั่นเยาวชนเอาเป็นแบบอย่าง พร้อมอัด'สว.ไพบูลย์'จุ้น'ทักษิณ'สไกป์
4 พ.ค. 56 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทย เข้าแจ้งความนายสมชัย กตัญญุตานันท์ หรือ ชัย ราชวัตร คอลัมนิสต์ชื่อดัง ว่า ถือเป็นการติชมโดยไม่สุจริต ไม่มีมูลความจริง และเป็นการให้ร้ายทำให้นายกรัฐมนตรีเสื่อมเสียชื่อเสียง ทั้งนี้ ความจริงนายสมชัยก็มีแฟนคลับอยู่ทั่วประเทศ แต่การกระทำดังกล่าววันนี้กลายเป็นว่า เรากำลังสร้างความรุนแรงให้กับเยาวชน หรือใครอยากเด่นอยากดังต้องออกมาด่าทอด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย นอกจากนี้ ทางพรรคจะมีการประสานกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช. )เพื่อขอให้จับตาดูว่า รายการใดทางทีวีดาวเทียมที่มีการด่าทอนายกรัฐมนตรีโดยไม่สุจริตใจและใช้คำพูดด่าทอที่รุนแรง หากพบว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายก็จะดำเนินการต่อไป ซึ่งการวิพาาษ์วิจารณ์นั้นนายกณัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทยน้อมรับ ถ้ามีการติเพื่อก่อ แต่เราไม่ปรารถนาที่จะเห็นถ้อยคำที่รุนแรง ด่าทอกัน เพราะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการก้าวล่วงจิตวิญญาณของสื่อมวลชน เพียงแต่อย่าสั่งสมความรุนแรงให้เกิดในประเทศ
อัด“สว.ไพบูลย์”ไม่เคยร่วมประชุมกับพรรครู้ได้อย่างไร“ทักษิณ”สไกป์สั่งแก้รธน.
นายอนุสรณ์ แถลงถึงกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคเพื่อไทยและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สไกป์มาในที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทย สั่งการให้ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ยืนยันว่าไม่มีมูลความจริง นายไพบูลย์ไม่เคยร่วมประชุมกับเราแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า สั่งการกันอย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในพรรคเพื่อไทย นายไพบูลย์ใช้วิธีจับแพะชนแกะ ตัดแปะข่าวจากหนังสือพิมพ์แล้วนำมากล่าวหา ต้องไม่ลืมว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นอดีตนายกฯ แยกแยะได้ว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร และไม่เคยครอบงำหรือสั่งการใดๆ กับสมาชิกพรรคเพื่อไทย การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภา ทั้งนี้ น่าสังกตว่า นายไพบูลย์ อยู่ตรงข้ามพรรคเพื่อไทยและพ.ต.ท.ทักษิณมาตลอด การลุกมาทำเรื่องนี้ก็หวังฟลุ๊คและปกป้องรัฐธรรมนูญ 50 เพราะอาจจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ 50 เป็นทายาทอสูรที่จะปกป้องรัฐธรรมนูญ 50ให้เดินหน้าต่อไปได้
"สำหรับการออกจดหมายเปิดผนึกของ 312 สมาชิกรัฐสภาเพื่อคัดค้านและไม่ยอมรับอำนาจที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ยืนยันว่าสมาชิกรัฐสภาจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะยืดเวลาให้ส่งคำชี้แจงออกไปจนถึงวันที่ 15 พ.ค.ก็ตาม และจะไม่ส่งผลใดๆ ต่อพรรคเพื่อไทย สส. และสว.ที่มีการตรวจสภาพกันเรียบร้อยแล้วว่า ไม่มีใครที่ปอดแหก ถอดใจ ดังนั้นจะไม่มีใครส่งคำชี้แจงไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนการยื่นถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น เป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภา ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรที่ดุเดือดเลือดพล่าน ถือเป็นการทำหน้าที่ปกติของสมาชิกรัฐสภา จากนี้ไปท่าทีของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรนั้นท่านก็ว่ามา แต่ท่าทีของเราถือเป็นการแสดงออกตามสิทธิของสมาชิกรัฐสภา" นายอนุสรณ์ กล่าว
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เราได้ไปยื่นหนังสือต่อกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่วินิจฉัยให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. สิ้นสมาชิกภาพการเป็น สส. เพื่อขอให้ทบทวนคำวินิจฉัยดังกล่าว ทั้งนี้ การตัดสิทธิการเป็น สส.ของนายจตุพรนั้นเป็นประเด็นใหญ่โตที่องค์การรัฐสภาระหว่างประเทศหรือไอพียูได้มีการประชุมกัน เราจึงส่งหนังสือขอให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสินใจใหม่หรือคิดใหม่ และการไปยื่นหนังสือนั้นก็เป็นไปตามคำแนะนำของไอพียู ถ้าหากแข็งขืนหรือไม่มีการตอบกลับมา เชื่อว่าระบบรัฐสภาไทยอาจต้องเข้าไอซียู
ตร.เตรียมเสนอตั้งคณะกรรมการสอบคดีนายกฟ้อง"ชัย ราชวัตร"
พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผกก.สน.ดุสิต เปิดเผย กรณีที่ทีมทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้าเเจ้งความดำเนินคดี นายสมชัย นักเขียนการ์ตูนล้อการเมืองชื่อดัง กรณีแสดงความคิดเห็นทางการเมืองผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า คดีนี้เบื้องต้นทาง สน.ดุสิต เพียงรับเรื่องไว้ก่อน แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จึงเตรียมเสนอผู้บังคับบัญชาตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำคดีนี้ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยจะเสนอตามลำดับชั้น ไปยังกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ภายในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม หากผู้บังคับบัญชาเห็นว่า ควรเสนอระดับ บช.น. ก็จะทำเรื่องส่งต่อไป ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าไม่หนักใจในการทำคดีนี้แต่อย่างใด โดยจะพิจารณาไปตามพยานหลักฐานที่ทีมทนายยื่นมาว่าแต่ละข้อหามีน้ำหนักมากน้อยเพียง ซึ่งหากพบว่าเข้าข่ายผิดข้อหาใดก็จะดำเนินการต่อไป และอาจไม่ต้องแจ้งทั้ง 3 ข้อหาที่ทีมทนายเสนอมาก็ได้ ส่วนกรณีจะเรียกนายสมชัย มาสอบปากคำหรือไม่นั้น คงยังไม่จำเป็นต้องเรียกมาสอบตอนนี้ ซึ่งจะต้องพิจารณารวบรวมพยานหลักฐานเสียก่อน



