
'ร็อคซี่ แม็กซิม'โต้คลิปเด็กดมเคแค่แป้ง
ปปส. เรียก'ร็อกซี่ แม็กซิม' แจงโพสต์คลิปสอนเด็กเสพยาเคลงยูทูป เจ้าตัวรับถ่ายจริงแต่ไม่ใช่ยาเค เคยเสพยาบ้าเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ด้าน'พงศพัศ'พร้อมนำสู่ขบวนการบำบัด
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 พ.ค. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ปปส. พร้อมด้วย นายสุขุม โอภาสนิพัทธ์ รองเลขาธิการ ปปส. พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ผู้บังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) นายแพทย์อังกูร ภัทรากร รองผู้อำนวยการสถาบันธัญญารักษ์ ผู้แทนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และน.ส.ขวัญใจ เข็มประดับ หรือ“ร็อคซี่ แม็กซิม” อายุ 19ปี ร่วมกันแถลงข่าวกรณี ร็อคซี่ แม็กซิม สอนเด็กชายวัย 3 ขวบ เสพยาเค ลงในเว็บไซต์ยูทูป จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ถึงความไม่เหมาะสมดังกล่าว
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ในวันนี้ได้เชิญน.ส.ขวัญใจ เข้าพูดคุยเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งได้ประสานกับนายแพทย์อังกูร เพื่อนำน.ส.ขวัญใจ เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา และฟื้นฟูฯ ในฐานะผู้ป่วย ซึ่งจากการสอบถาม น.ส.ขวัญใจ ในเบื้องต้นเจ้าตัวก็ให้การยืนยันว่า ผงสีขาวในคลิปเป็นแป้งไม่ใช่ยาเสพติด และเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดนานแล้ว แต่ถึงแม้ว่า น.ส.ขวัญใจ จะอ้างว่าเป็นแป้งก็ตาม แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ตัดประเด็นว่าผงสีขาวในภาพว่าเป็นยาเสพติดจริงหรือไม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบห้องเกิดเหตุที่อยู่ในคลิปแล้ว พร้อมทั้งจะทำการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ซึ่งทาง ปปส.จะดำเนินการกับทุกคนที่เกี่ยวข้องในกลุ่ม น.ส.ขวัญใจ ถ้าหากใครเข้าพบให้ข้อมูลก็ยินดีที่จะช่วยเข้าสู่กระบวนการบำบัด แต่ถ้าพบว่า น.ส.ขวัญใจ โกหก พบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย หรือในตัวเด็กชายในคลิปมีสารเสพติดในร่างกายจริง น.ส.ขวัญใจ ก็จะต้องถูกดำเนินตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีของเด็กชายวัย 3 ขวบที่ปรากฎในคลิป สำนักงาน ปปส.ได้ประสานกับผู้แทนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อดูแลเยียวยาเด็กด้านสภาพจิตใจ และต้องตรวจสอบในรายละเอียดว่าเด็กเป็นผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ หากพบว่ามีการเสพยาเสพติดจริง ก็จะนำเด็กชายเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูฯ ต่อไป
น.ส.ขวัญใจ กล่าวยอมรับว่า ตนเป็นผู้ถ่ายคลิปดังกล่าวจริง แต่ยืนยันว่าผงสีขาวที่ปรากฎในคลิปเป็นเพียงผงแป้ง ไม่ใช่ยาเคแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่ทำไปด้วยความคึกคะนองเล่นสนุก และไม่ได้ตั้งใจโพสลงในอินเตอร์เน็ต แต่เนื่องจากตนใช้โปรแกรมโซเชียลแคมในการบันทึกภาพ ซึ่งเวลาเซฟคลิปมันก็จะเผยแพร่ลงในเฟซบุ๊กไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งตนไม่ได้ตั้งใจเป็นผู้เผยแพร่ โดยคลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่ถ่ายไว้ในโทรศัพท์เมื่อถือตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว และตัวเองไม่ได้เป็นผู้โพสต์คลิปลงเฟซบุ๊ก หรือยูทูป แต่อย่างใด คาดว่าน่าจะมีบุคคลอื่นเป็นผู้นำคลิปมาโพสต์ แต่คิดว่าคงไม่ใช่แฟนเก่าตนเพราะว่าแฟนเก่าตนไม่เล่นพวกโซเชียลเน็คเวิร์ก อีกทั้งตนก็ได้ลบคลิปดังกล่าวในโทรศัพท์ไปหมดแล้ว จึงไม่รู้ว่าคลิปดังกล่าวมาได้อย่างไร ซึ่งตนเชื่อว่าน่าถูกกลั่นแกล้งมากกว่า ส่วนเด็กที่ปรากฎในคลิปเป็นลูกของเพื่อน ซึ่งตอนเกิดเหตุที่ถ่ายคลิปแม่เด็กก็อยู่ในห้องด้วย ส่วนเรื่องที่ชูนิ้วก้อยนั้น เป็นสัญลักษณ์ประจำกลุ่มของตนเอง โดยเวลาพบกันจะชูนิ้วก้อยใส่กัน ไม่ได้เป็นการสอนเสพยาแต่อย่างใด
น.ส.ขวัญใจ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ตนยอมรับว่าเคยเสพยาบ้าจริง แต่เลิกไปนานกว่า 6 ปีแล้ว ซึ่งหลังจากที่ปรากฏเป็นข่าวรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะส่งผลกระทบกับชีวิตและหน้าที่การงานของตัวเอง จนทำให้ถูกตัดสินให้ออกจากการประกวดมิสแม็กซิม 2013 ที่เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย ส่วนกรณีที่ถ่ายรูปคู่กับแอลโอรส นั้น เป็นเพราะความชอบส่วนตัว ซึ่งบ้านแม่ของเด็กในคลิปอยู่แถวบ้านแอลโอรส และตนบังเอิญไปเจอกัน ซึ่งช่วงขณะนั้นแอลโอรส กำลังโด่งดังจึงอยากขอถ่ายรูปคู่ด้วย ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับแก๊งโอรสแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามตนอยากฝากขออย่าทุกคนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี
“ดิฉันเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะว่ามันทำให้เสียโอกาสในหน้าที่การงาน และยังโดนตัดสิทธิในการประกวดสาวแม็กซิมอีกด้วย ทั้งที่เข้าไปสู่รอบ 20 คนสุดท้ายแล้ว ส่วนคลิปดังกล่าวขอยืนยันว่าไม่ใช่ยาเค เป็นเพียงแค่แป้งธรมดาจริงๆ ซึ่งมีอีกคลิปหนึ่งที่จะเห็นว่ามีการเทแป้งลงไป แต่คนโพสต์กลับตัดต่อเจาะจงนำมาเฉพาะส่วนนี้เท่านั้น เหมือนกับต้องการจะแกล้งตน และน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการประกวดสาวแม็กซิมด้วย แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าตนมีสารเสพติดในร่างกายจริงก็ยินดีที่จะรับโทษต่อไป” น.ส.ขวัญใจ กล่าว
พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ผบก.ปอท. กล่าวว่า สำหรับกรณีการกระทำผิดในการเผยแพร่คลิปวิดีโอฯ ดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวยืนว่า ไม่ได้เป็นผู้โพสต์คลิปลงในโซเชียลเน็คเวิร์ก แต่เจ้าตัวยังคงมีภาพปรากฎในคลิปด้วย ทางปอท.จึงต้องทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าคลิปดังกล่าวใครเป็นผู้นำมาโพส ซึ่งจะมีความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ตาม ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท นอกจากนี้ยังได้ประสานกระทรวงไอซีที ในการบล็อกคลิปดังกล่าวแล้ว ซึ่งถ้าหากตรวจสอบพบว่าใครเป็นผู้โพสต์คลิปดังกล่าวอีกครั้ง หรือมีการแชร์ต่อๆกันไป ก็จะมีความผิดด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการนัด น.ส.ขวัญใจ มาสอบปากคำในฐานะพยาน ในวันที่ 6 พ.ค. นี้ เวลา 10.00 น. ที่ บก.ปอท.
ด้าน นายแพทย์อังกูร เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะนำตัว น.ส.ขวัญใจ ไปทำการตรวจปัสสาวะ และตรวจร่างกาย เพื่อตรวจสอบว่ามีสารเสพติดในร่างกายหรือไม่ โดยจะทำการสุ่มนัดหมายเพื่อมาตรวจ ใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน ถ้าหากพบว่าไม่มีสารเสพติดก็จะตัดปัญหาตรงนี้ได้ แต่หากพบว่าน.ส.ขวัญใจ มีการผิดนัดหรือไม่ยอมมาตรวจตามที่นัดหมาย ก็อาจเข้าข่ายว่าอาจมีสารเสพติดจึงไม่ยอมมาพบเจ้าหน้าที่ ส่วนเด็กชายในคลิปนั้นหากมีการเสพยาจริง สารเสพติดจะอยู่ในร่างกายประมาณ 3-4 วัน แต่การตรวจสอบว่าเคยเสพยาหรือไม่นั้นสามารถตรวจสอบได้จากเส้นผม



