ข่าว

พิษสมาร์ทการ์ดขาด!มท.ชี้ขาดบัตรเบบี้

พิษสมาร์ทการ์ดขาด!มท.ชี้ขาดบัตรเบบี้

04 พ.ค. 2556

พิษสมาร์ทการ์ดขาดตลาดมหาดไทยชี้เป็น-ตายบัตรเบบี้ : วัฒนา ค้ำชูรายงาน


                อดีตปัจจุบันก้าวไกลสู่อนาคตจากบัตรประชาชนจากรูปแบบกระดาษ เปลี่ยนเป็นบัตรพลาสติก บัตรแถบแม่เหล็ก แล้วมุ่งสู่ความเป็นอินเตอร์ในลักษณะเป็น “บัตรสมาร์ทการ์ด” หรือบัตรประชาชนแบบอเนกประสงค์ ที่คุณประโยชน์สำหรับเจ้าของที่ถือบัตรใบนี้เป็นที่ใช้เก็บสารพัดข้อมูลเฉพาะของตัวบุคคล

                “บัตรสมาร์ทการ์ด” นั้นก่อตัวเป็นรูปร่างในยุคของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร

                แต่ดั้งแต่เดิมผู้ที่จะมีบัตรประชาชนคือ ผู้ใหญ่ที่มีอายุ 15 ปีไปแล้วเท่านั้น แต่ทุกวันนี้ทันสมัยได้มี พ.ร.บ.บัตรประชาชน พ.ศ.2554 กำหนดบังคับตามกฎหมายให้เด็ก “ชาย-หญิง” ที่เป็นคนไทยได้ใช้สิทธิ์ตั้งแต่อายุ 7 ขวบปี ต้องมีติดตัวเอาไว้ใช้แสดงตัวตนกันทุกคน เป้าหมายเพื่อป้องกันบุคคลนิรนามเข้าสวมสิทธิ์สวมตอแปลงร่างมาเป็นคนอื่น

                เมื่อมีประโยชน์ย่อมมีโทษที่เป็นมุมกลับทางด้านลบจากกระบวนการบริหารที่ขาดความต่อเนื่อง

                แม้กรมการปกครองหน่วยงานหลักได้ร่อนสารสาธยายปัญหาอุปสรรคในการบริหารจัดการบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ไม่พอเพียงว่าเกิดเหตุเนื่องแต่ กระทรวงไอซีที ซึ่งเป็นธุระจัดหาในช่วงต้นประสบปัญหา จึงโอนงานมาให้กรมการปกครองเป็นคนทำแทน

                แต่การโอนครั้งนั้นโอนแต่งาน แต่ไม่โอนเงิน ไม่ได้ตั้งงบจัดซื้อบัตรเอาไว้ให้ กรมการปกครองจึงต้องหาเงินแล้วของบมาได้ เป็นวงเงิน 341,937,957 บาท สามารถทำได้ 9,856,960 บัตร มีราคากลางบัตรละ 34.69 บาท

                เริ่มใช้กระบวนการประมูลทางอีอ็อกชั่นแล้วก็ไม่สำเร็จ จึงเปลี่ยนมาเป็นวิธีพิเศษ เห็นผลสำเร็จบางส่วนแต่ยังไม่บรรลุผลตามเป้าหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ บางบริษัทที่ได้รับงานก็จัดส่งได้ไม่ทันตามกำหนดเวลา

                นอกจากนี้ มหาดไทยยังสาธยายเหตุที่ทำให้บัตรสมาร์ทการ์ดขาดตลาดว่ามีหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็น เกิดจากปริมาณต้องการใช้มากจากกฎหมาย มีเด็กอายุตั้งแต่ 7-14 ปีจำนวนกว่า 6.4 ล้านคนเข้ามาขอมีบัตร แล้วยังมีเครื่องผลิตบัตรเก่าปี 2547 ชำรุด ต้องเปลี่ยนเครื่องผลิตบัตรใหม่มาใช้แทน ขณะเดียวกันต้องเปลี่ยนบัตรใหม่ให้ประชาชนด้วย รวมถึงยังมีปัญหาชาวบ้านจำนวนมากมาขอมีบัตรใหม่จากสาเหตุเกิดจาก “บัตรหาย-ชำรุด” ประมาณปีละ 3 ล้านบัตร ขณะที่การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบัตรเพียง 20 บาท อาจทำให้ประชาชนไม่ระมัดระวังทำให้บัตรสูญหาย ไม่ให้ความสำคัญป้องกันบัตรไม่ให้ชำรุดเท่าที่ควร

                แน่นอนว่า "บัตรเด็ก" ดูเหมือนจะเป็นเหตุผลหลัก หากย้อนกลับไปดูจะพบว่า “บัตรเด็ก” ผุดขึ้นในยุครัฐบาลร่วมระหว่าง “พรรคประชาธิปัตย์ผสมพรรคภูมิใจไทย” กฎหมายบังคับทุกคนทั่วประเทศที่อยู่ในราชอาณาจักรที่เข้าข่ายได้สิทธิ์ทันที เริ่มต้นสตาร์ทก็ไร้ปัญหา แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปปัญหาข้อผิดพลาดก็โผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ

                หากย้อนไปดูกระบวนการการทำบัตร เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างแบ่งเป็นหลักใหญ่ๆ เห็นได้ชัดตั้งแต่นโยบายเป้าหมายจุดประสงค์ที่วาดฝันแล้วลงมือทำล้วนมีแต่สิ่งที่เป็นข้อดีผ่านกระบวนการคิดดี พูดคุยถกเถียงแลกเปลี่ยนกันดี ลงมือทำดี..แต่บางครั้งก็มีมุมตรงข้ามคือ ไม่ดี ถือเป็นการมองต่างมุมหลากหลายทางความคิด จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง

                ความจริงวันนี้แนวคิดเก่า ได้รับการตำหนิจากหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล กำลังออกมาบอกส่งเสียงให้ทุกคนรับรู้รับทราบ “บัตรประชาชนเด็ก” นั้นไร้ประโยชน์ สิ้นเปลือง ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อคนไทยทุกคน

                แม้ว่า “จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ” รมว.มหาดไทย ได้ส่งเสียงเกี่ยวกับปัญหาบัตรสมาร์ทการ์ดขาดตลาดแบบชัดๆ จะต้องพยายามแก้ไขปัญหาตรงนี้ด้วยการจัดหาบัตรมาเพิ่มให้เพียงพอกับความต้องการของชาวบ้าน ในส่วนของแนวคิดยกเลิกบัตรเบบี้ต้องขอเวลาไปคุยกันนอกรอบก่อนเพื่อความรอบคอบ

                อนาคตเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิด “ข้ออ้าง-ข้อเท็จจริง”  บัตรสมาร์ทการ์ดหรือบัตรประชาชนเด็ก จะเดินหน้าทำต่อ หรือถอยหลังกลับเข้าลำคลอง ปัญหาผลิตไม่ทันขาดสภาพคล่อง เกิดภาวะอุปสงค์ล้นกว่าอุปทาน เมื่อความต้องการใช้มากกว่ากำลังการผลิต ทุกอย่างจึงกำลังถูกแปรเปลี่ยน

                ในระยะเวลาจากนี้ไปชะตากรรมบัตรเด็กจะอยู่หรือไป ขึ้นอยู่กับอำนาจที่อยู่ในกำมือของผู้บริหาร เริ่มจากฝ่ายการเมืองตัดสินใจเดินหน้ารับลูกหรือถอยหลัง รับข้อเสนอของฝ่ายข้าราชการ ไม่ไกลเกินรอ บัตรเด็กจะอยู่หรือรอดคงได้เห็นกันในอนาคตอันใกล้นี้...!!!

..........................

(หมายเหตุ : พิษสมาร์ทการ์ดขาดตลาดมหาดไทยชี้เป็น-ตายบัตรเบบี้ : วัฒนา ค้ำชูรายงาน)