
คลังตั้งทีมประเมินผลโครงการรัฐปลื้มเช็คช่วยชาติเข้าเป้า-ออกพันธบัตรขายก.ค.นี้
"กรณ์" เผยตั้งทีมประเมินผลงานโครงการรัฐ ยอมรับหลายโครงการไม่เข้าเป้า โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้ของแบงก์ พอใจเช็คช่วยชาติเห็นเงินไหลเข้าระบบชัด คลังเดินหน้าออกพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง 3 หมื่นล้าน เปิดขาย กรกฎาคมนี้ ชูดอกเบี้ยจูงใจ
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลผลดำเนินงานของโครงการรัฐบาลทั้งหมด เพื่อประเมินผลงานว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามและประเมินผลงานขึ้นมา 1 ชุด มีทั้งตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งยอมรับว่ามีหลายโครงการที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และบางโครงการมีอุปสรรคในการปฏิบัติงาน สำหรับตอนนี้ที่เห็นว่ามีปัญหามากน้อย น่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้ของสถาบันการเงินที่ยังต้องมีการปรับปรุงอีกมาก โดยเร็วๆ นี้จะมีการนัดสมาคมธนาคารไทยหารือกันอีกรอบ เพื่อแก้ปัญหาให้งานเดินหน้าต่อไปได้
ทั้งนี้ โครงการที่เห็นว่าไม่ประสบความสำเร็จคือ โครงการประกันสินเชื่อผู้ส่งออก จะต้องเข้าไปดูรายละเอียดอีกครั้ง หรือโครงการสินเชื่อเพื่อนำมาชำระภาษี ซึ่งหลักการดี แต่ปฏิบัติไม่ได้ เข้าใจว่าน่าจะเกี่ยวกับระยะเวลาการดำเนินโครงการไม่เหมาะสม โดยกระทรวงการคลังจะนำปัญหาเหล่านี้มาปรับปรุงเพื่อให้สอดรับกับการปฏิบัติงานจริงให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม โครงการเช็คช่วยชาติถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก จากการติดตามผลการดำเนินโครงการพบว่ามีการจ่ายเช็คออกไปแล้วกว่า 80% ของจำนวนเช็คทั้งหมด
"รัฐบาลได้รับทราบว่า ผู้ที่ได้รับเช็คในโครงการนี้ ภายใน 2 อาทิตย์ มีผู้มาขอขึ้นเงินเช็ค กว่า 1.1 หมื่นล้านบาท จากยอดที่จ่ายไปทั้งหมด 1.8 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือก็นำไปจับจ่ายใช้สอย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก และมีเงินไหลกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างชัดเจน" นายกรณ์กล่าว
ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า นายกรณ์ได้เห็นชอบการให้กระทรวงการคลังออกพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท อายุ 5 ปี ซึ่งเป็นไปตามแผนการกู้เงินภาครัฐในปีงบประมาณ 2552 โดยจะเปิดขายในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งจะให้อัตราดอกเบี้ยที่จูงใจต่อนักลงทุน เป็นการกำหนดดอกเบี้ยแบบขั้นบันได โดยหลังจาก 3 ปีแรกไปแล้วจะปรับขึ้นดอกเบี้ย และเปิดกว้างขายให้แก่ประชาชนทั่วไป กำหนดวงเงินซื้อขั้นต่ำคนละ 5 หมื่นบาท แต่สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท
“เชื่อว่าพันธบัตรออมทรัพย์ครั้งนี้จะได้รับความสนใจ เพราะมีผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาด และเป็นตราสารที่ไม่มีความเสี่ยง ส่วนอายุ 5 ปีถือว่าไม่สั้นหรือยาวเกินไป และเป็นการออกทดสอบตลาดก่อน หากมีกระแสตอบรับดี ก็อาจจะนำออกขายเพิ่มเติมในอนาคต” นายพงษ์ภาณุ กล่าว



