ข่าว

'เฉลิม'มอบนโยบายแก้ปัญหายาเสพติด

'เฉลิม'มอบนโยบายแก้ปัญหายาเสพติด

03 พ.ค. 2556

'เฉลิม' ลงพื้นที่เชียงรายมอบนโยบายแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ติดชายแดน หลังพบเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดเข้ามาเป็นจำนวนมาก

 

                      3 พ.ค.56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) ได้เดินทางมามอบนโยบายการแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนทั้งด้านภาคเหนือ แลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีการลำเลียงยาสเพติดเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งการเดินทางมามอบนโยบายในครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเข้าร่วมการประชุมจำนวน 600 คน โดยเป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ

                      ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวว่าการมอบนโยบายในครั้งนี้เพื่อเน้นย้ำนโยบายการดำเนินงานในทุกพื้นที่ โดยเน้นงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การทำลายโครงสร้างการค้าตามแนวชายแดน การสกัดกั้นพื้นที่นำเข้าหลัก การทำลายโครงสร้างการค้ระดับสำคัญ ด้วนการตัดวงจรการเงินแบบเครือข่าย การลดบทบาทของผู้ค้ารายย่อยในพื้ยที่ ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชน

                      นอกจากการดำเนินการสกัดกั้นกลุ่มขบวนการยาเสพติดแล้ว ยังต้องขอความร่วมมือจากทุกท่านในการหาข่าวทั้งภายในและนอกประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอิทธิพลที่สามารถสั่งการให้มีการลักลอบขนยาเสพติด รวมทั้งฝากเจ้าหน้าที่วางการข่าวลงในพื้นที่ ชชุมชน หมู่บ้าน เพื่อลอดส่องพฤติกรรมของชนกลุ่มน้อยชาวเขาบางกลุ่ม ที่ลักลอบขนยาเสพติดแบบกองทัพมดเข้ามายังพื้นที่ตอนในและกระจายไปยังจุดต่างๆ

 

รวบหนุ่มหนองคายนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงขนยาบ้า 910 เม็ด

 

                     ที่หน่วยเรือเฉพาะกิจโพนพิสัย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พลเรือตรีรังสรรค์ โตอรุณ ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (ผบ.นรข.), นาวาเอกดุสิต จันทร์ราช ผบ.นรข.เขตหนองคาย พร้อมกำลังชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายสุนทร  บุญเสริฐ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ 6 บ้านดงบัง ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พร้อมของกลางยาบ้า 910 เม็ด โดยจับได้ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านกุดบง ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา

                     จากการสอบสวนนายสุนทร ให้การรับสารภาพว่า นายอ๊อฟ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ราษฎรบ้านกุดบง ได้ว่าจ้างให้ตนไปรับยาบ้าจากชายชาวลาวคนหนึ่ง โดยนายอ๊อฟ ให้เงินไปประมาณ 70,000 บาท เป็นค่ายาบ้า แล้วชายชาวลาวได้นำยาบ้าจำนวนดังกล่าวมาให้ตน จากนั้นตนจึงนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงกลับมาเพื่อนำยาบ้าจำนวนดังกล่าวไปส่งให้กับนายอ๊อฟ จึงจะได้ค่าจ้าง 5,000 บาท  แต่ก็มาถูกจับเสียก่อน เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนพิสัย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

'ตร.สำโรงเหนือ' รวบเอเย่นต์ค้ายาบ้าได้ของกลาง 5 หมื่นเม็ด

 

                     พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.สมชัย อินตาพวง รอง ผบก. พ.ต.อ.ศิรธัชเขต ครูวัฒน์เศรษฐ์ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ พ.ต.ท.ณรงค์ ชนะภัยกุล รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.ศิริมงคล สุขะปารมี สว.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมนายจิรวัฒน์ หรือ เค วิทยาชัยยุทธ อายุ 39 ปี และ นาย ปิยณัฐ หรือ ณัฐ พอกพูล อายุ 22 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 25 มัด มัดละ 10 ถุง ถุงละ 200 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมดจำนวน 5 หมื่นเม็ด ที่ห่อหุ้มด้วยกระดาษสาเคลือบเทียนไข ที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเป้สะพายหลังสีดำ วางอยู่ที่เบาะนั่งประตูหลังภายในรถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวีโก้ 4 ประตู สีบอร์นทอง ทะเบียน สร- 6581 กรุงเทพมหานคร โดยจับกุมได้ที่บริเวณปั้มน้ำมันเอสโซ่ ริมถนนศรีนครินทร์ แขวง-เขตสวนหลวง กทม.

                     จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปทำการตรวจค้นที่ห้องพักเลขที่ 516 ชั้น 5 หอพักไม่มีชื่อภายในซอยโพธิ์แก้วเขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นห้องพักที่นาย จิรวัฒน์ จะเดินทางมารับยาบ้าเพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าแต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด จึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองเดินทางไปตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 7 ซอยรามอินทรา 58 แยก 3 แขวง-เขตคันนายาว กทม. ซึ่งเป็นบ้านพักของนายจิรวัฒน์ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่สามารถตรวจยึดรถยนต์เก๋งสปอร์ทยี่ห้อ นิสสัน รุ่น GTR ป้ายแดง น-8984 กทม. ที่นายจิรวัฒน์ เพิ่งซื้อมาได้เพียง 2 วัน ด้วยเงินสดเกือบ 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการจำหน่ายยาบ้า และยึดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำเทา ทะเบียน ญฉ-7593 กทม. ได้อีก 1 คันและสมุดบัญชีเงินฝากของธนาคารต่างๆ ที่มียอดเงินหมุนเวียนอยู่ในบัญชีเกือบ 50 ล้านบาท ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาทำการสอบสวนที่โรงพัก

                     สอบสวนนายจิรวัฒน์ ได้ให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าดังกล่าวเป็นของนายอ๊อด ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ซึ่งเป็นนักโทษอยู่ในเรือนจำมีนบุรี ที่ได้โทรศัพท์มาสั่งให้ตนมารับของไปส่งให้ลูกค้าที่หน้าปั้มน้ำมันดังกล่าวย่านถนนศรีนครินทร์ โดยได้ค่าจ้างมัดละ 1 พันบาท โดยที่ตนจะนำของมาส่งให้ลูกค้าครั้งละ 25 - 100 มัด โดยที่นายอ๊อด ได้ให้ลูกน้องมาเช่าห้องพักที่อพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวเอาไว้เพื่อพักของโดยที่ลูกน้องของนายอ๊อด จะจัดของตามที่ลูกค้าสั่งและนำใส่กระเป๋าเป้สะพายหลัง นำมาวางไว้ในห้องดังกล่าว ก่อนที่จะโทรศัพท์ให้ตนมารับของไปส่งให้ลูกค้า ส่วนเงินค่ายาบ้าลูกค้าจะโอนให้กับลูกน้องของนายอ๊อดเอง ตนมีหน้าที่เพียงนำของมาส่งให้เท่านั้น ส่วนนาย ปิยณัฐ หรือ ณัฐ ตนได้ว่างจ้างให้ขับรถพาตนมาส่งยาเท่านั้น โดยให้ค่าจ้างครั้งละ 1 พันบาท

                     ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ได้ร่วมกันจับกุมนายวัชร หรือ ต้อม โอริด ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในคดียาเสพติด ซึ่งได้มีการแปลงโฉมผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้าเพื่อหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนทำการสอบสวนขยายผลจนกระทั้งทราบว่าจะมีการส่งมอบยาบ้าล๊อกใหญ่จำนวน 5 หมื่นเม็ดที่บริเวณปั้มน้ำมันเอสโซ่ ย่านถนนศรีนครินทร์ ในพื้นที่เขตประเวศ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาระดับสูงทราบก่อนร่วมกับเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 1 วางแผนเข้าจับกุมเอาไว้ได้พร้อมของกลาง

                     เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อนาย จีรวัฒน์ และ นาย ปิยณัฐ ว่ามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป