
ศึกชิงที่ 3 ปืนเป็นต่อ?
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : ศึกชิงที่ 3 ปืนเป็นต่อ?
พรีเมียร์ลีกช่วงโค้งสุดท้าย การลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ของ 3 ทีมแห่งกรุงลอนดอน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี, "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล และ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส กำลังลุ้นกันอย่างเมามัน โดยทั้งเชลซี ที่มี 65 แต้ม และสเปอร์ส ที่มี 62 แต้ม ยังเหลือการแข่งขันอีก 4 นัด ขณะที่อาร์เซนอล ของอาร์แซน เวนเกอร์ ที่มี 64 แต้ม แม้จะเหลือการแข่งขันอีก 3 นัด แต่ถูกมองว่าเป็นทีมที่มีโอกาสชวดโควตาน้อยที่สุด
จากการมองที่แต้มและบรรดาคู่ต่อสู้ที่เหลือของแต่ละทีมแล้ว อาร์เซนอล ของ อาร์แซน เวนเกอร์ กำลังมีความมั่นใจกันว่าตัวเองจะไม่ผิดพลาดถึงขนาดชวดโควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ครั้งแรกในรอบหลายๆ ปีอย่างที่กลัวกันก่อนหน้านี้ เมื่อฟอร์มการเล่นของปืนใหญ่มีความคงเส้นคงวาต่อเนื่อง เกมล่าสุดแม้ว่าจะไม่สามารถเอาชนะ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ แต่ก็รักษาสถิติไม่แพ้ติดต่อกันมาแล้วหลายนัด ซึ่งหากว่ายังมีฟอร์มการเล่นแบบนี้แล้วโอกาสพลาดก็มีน้อย
ก่อนหน้านี้ เวนเกอร์ ถึงจะทำทีมได้แชมป์บ้างไม่ได้แชมป์บ้าง หรือไม่ได้แชมป์ติดต่อกันมาแล้ว 8 ปี แต่กับโควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกแล้ว เวนเกอร์ นำอาร์เซนอลไม่พลาดมาติดต่อกันมาแล้ว 15 ฤดูกาล และจากโปรแกรมที่เหลืออยู่โอกาสที่ฤดูกาลที่ 16 จะตามมาก็ดูไม่ลำบากนัก
อาร์เซนอล มีโปรแกรมไปเยือน "ทหารเสือราชินี" ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ที่ตกชั้นไปเรียบร้อยแล้วในวันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม และจากสถานการณ์ทุกอย่างแทบจะไม่มีความเป็นไปได้เลยว่า อาร์เซนอล จะพลาดชัยชนะ เนื่องจากคิวพีอาร์เองก็ไม่มีลุ้นอะไร และถึงจะยังมีลุ้นหนีตกชั้น จนถึงตอนนี้ก็ยังดูเป็นรองฟอร์มของอาร์เซนอลอยู่มาก
จากนั้นวันที่ 14 พฤษภาคม เวนเกอร์จะได้นำลูกทีมเล่นในถิ่นเอมิเรตส์ พบกับทีมหนีตกชั้นอย่าง วีแกน ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าวีแกนจะยังมีโอกาสรอดตกชั้นมากน้อยขนาดไหน ก่อนที่นัดสุดท้ายของฤดูกาลวันที่ 19 พฤษภาคม ถึงอาร์เซนอลจะต้องเล่นนัดเยือน แต่ก็ได้เยือนทีมที่กำลังฟอร์มแย่อย่าง "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล
จะเห็นได้ว่าคู่ต่อสู้ของอาร์เซนอล ใน 3 นัดสุดท้ายของฤดูกาลล้วนแล้วเป็นทีมที่อยู่อันดับ 1 ใน 5 จากท้ายตาราง และทั้ง 3 ทีมต่างก็มีสิ้งที่เหมือนกันคือเคยแพ้อาร์เซนอล มาหมดแล้วในฤดูกาลนี้ แถมเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เวนเกอร์ ก็เคยนำทีมถล่ม นิวคาสเซิล แบบไม่เลี้ยงมา 7-3 เมื่อต้นฤดูกาล และเห็นนิวคาสเซิล เพิ่งถูกลิเวอร์พูล ที่ไม่มี หลุยส์ ซัวเรซ ยิงรัวอีก 6 ประตู ทำให้ดูไม่จืด
นับตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา อาร์เซนอล เริ่มจะเก็บแต้มได้เป็นกอบเป็นกำ อย่าง 8 เกมกับบรรดาทีมเล็กไม่ว่าจะเป็น สโตค, ซันเดอร์แลนด์, แอสตัน วิลลา, สวอนซี, เรดดิง, เวสต์บรอมวิช, นอริช ซิตี และฟูแลม เก็บได้ 24 แต้มเต็ม ขณะที่อีก 3 นัดที่เจอทีมชั้นดีก็มีแพ้เพียงแค่นัดเดียวคือเกมดาร์บีแมทช์ ที่ไปเยือน สเปอร์ส ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน จากนั้นก็มีเสมอ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน และล่าสุดเสมอ "ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด ในถิ่นเอมิเรตส์ของตัวเอง
หลังจากเกมที่ไวท์ ฮาร์ท เลน นั้น ทีมของเวนเกอร์ยังตามหลังสเปอร์สอยู่ 7 แต้ม สปีดช่วงหลังเห็นชัดว่า เวนเกอร์เร่งเร้าลูกทีมได้ดี มีการเปลี่ยนแปลงทีมไปบ้างตรงแนวรับที่ โธมัส แฟร์มาเลน กัปตันทีมออกไป ทำให้แนวรับผิดพลาดน้อยลง และมีเกมรุกที่ดุดันมากขึ้น อย่างเกมกับแมนฯ ยูไนเต็ด ทีมปืนใหญ่แสดงให้เห็นว่ามีความดุดันอย่างมากในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ทั้งๆ ที่ ธีโอ วัลคอตต์ ยิงให้ทีมออกนำไปตั้งแต่นาทีที่ 2
"เฟอร์กี" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมปีศาจแดงยังยอมรับว่า เป็นฟอร์มการเล่นที่ผิดหูผิดตา และหากจะดูกันที่การเล่นแล้ว การที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ยิงจุดโทษให้ทีมแบ่งแต้มออกมาได้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าพอใจ
เรื่องที่ว่า อาร์เซนอล ไม่มีกัปตันทีมคนไหนรับถ้วยแชมป์รับตั้งแต่ที่ ปาทริก วิเอรา รับถ้วยเอฟเอ คัพ ตอนนี้คงเป็นเรื่องที่แฟนบอลอาร์เซนอลคงพักกันไว้ก่อน และกลับมาเชื่อมั่นใจตัว เวนเกอร์ อีกครั้ง คำที่ว่า "เวนเกอร์รู้ดีที่สุด" ยังคงใช้ได้อยู่เสมอ และทีมตอนนี้หากว่าได้โควตาแชมเปี้ยนส์ลีก อย่างที่หวังก็น่าจะมีอนาคตมากขึ้น จากความฟิตของ แจ็ค วิลเชียร์ ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของ ซานติ กาซอร์ลา และความคมขึ้นของ ธีโอ วัลคอตต์
การเก็บ 26 แต้มจาก 33 นัดหลัง เป็นเครื่องรับประกันได้เป็นอย่างดี หากว่ามีความพร้อมตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล ก็มีทางที่อาร์เซนอลทีมนี้จะได้ลุ้นแชมป์ในช่วงโค้งสุดท้าย แทนที่จะเป็นเพียงแค่พื้นที่ยุโรป
มองกันสถานการณ์อีกแง่ของทั้งสเปอร์ส และเชลซี ถึงจะมีเกมมากกว่า อาร์เซนอล อยู่ 1 นัด แต่ทั้งสองทีมมีเกมที่ต้องพบกันเองที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในวันที่ 8 พฤษภาคม ซึ่งนอกจากจะเป็นการตัดแต้มกันเองแล้ว อังเดร บียาส โบอาส กุนซือไก่เดือยทองยังถูกมองว่าขาดประสบการณ์ในระดับนี้ และ สเปอร์ส อาจจะหมดลุ้นได้ที่เดอะบริดจ์
ขณะที่เชลซีอาจจะดูเป็นต่อสเปอร์ส ในเกมดาร์บีแมทช์ แต่โปรแกรมที่เหลือว่าถือว่าไม่ง่ายยังต้องเจอกับทีมหนีตายอย่าง "สิงห์ผยอง" แอสตัน วิลลา ในวันที่ 11 พฤษภาคม ที่แม้จะถูกมองว่าเป็นทีมที่อ่อนกว่ามาก แต่ก็มีทีเด็ดที่ คริสเตียน เบนเทเก ที่ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ และนัดสุดท้ายต้องเล่นในสแตมฟอร์ด บริดจ์ กับ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ที่ตอนนั้นอาจจะยังได้ลุ้นไปเล่นยูโรปาลีก ร่วมกับ สเปอร์ส
ถึงอาร์เซนอล จะมีแต้มน้อยกว่าเชลซี 1 แต้ม เล่นมากกว่าทั้งเชลซี และสเปอร์ส อยู่ 1 นัด แต่เรื่องโควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก น่าจะพลาดยาก ดีไม่ดีจะแซง เชลซี ยึดอันดับ 3 ด้วยซ้ำไป
---------------------
(สปอร์ต คม วีกเอนด์ : ศึกชิงที่ 3 ปืนเป็นต่อ?)



