ข่าว

'กกต.'ยกคำร้องสอบ'อภิสิทธิ์-สุเทพ'

'กกต.'ยกคำร้องสอบ'อภิสิทธิ์-สุเทพ'

03 พ.ค. 2556

'กกต.' ยกคำร้องสอบ 'อภิสิทธิ์-สุเทพ' ปราศรัยรณรงค์คว่ำประชามติ

 

                      3 พ.ค.56 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภุชงค์ นุตราวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า คณะกรรมการไต่สวนกกต. มีมติยกคำร้อง ของนายหนึ่งดิน วิมุตตินันท์ ที่ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กรณีทำจดหมายเปิดผนึกมีข้อความอันเป็นเท็จ ให้ประชาชนร่วมกันคว่ำประชามติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฏร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยที่ จ.นครปฐม ให้ประชาชนไม่ไปลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552และเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 93 , 94 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 หรือไม่ และกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ส.สรรหา ก็ขอให้ตรวจสอบในกรณีเดียวกันและขอให้ตรวจสอบเพิ่มเติมว่า มีการกล่าวหาใส่ร้ายพรรคเพื่อไทยว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 309 เพื่อลบล้างความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเข้าข่ายเป็นการกลั่นแกล้งพรรคเพื่อไทย โดยปราศจากความจริงและมีโทษถึงยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือไม่

                      นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า ซึ่งคณะกรรมการได้ไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว มีความเห็นว่า การกระทำของนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ นั้นกระทำขณะที่คณะรัฐมนตรียังไม่มีมติประกาศให้มีการออกเสียงประชามติ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ซึ่งถือว่าการทำดังกล่าวยังไม่เป็นความผิด ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวหาว่า พรรคเพื่อไทยแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 309 เพื่อล้างผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ถือเป็นการกลั่นแกล้งพรรคเพื่อไทยหรือไม่ คณะกรรมการฯ มีความเห็นว่า การกระทำของนายอภิสิทธิ์ ยังไม่เป็นความผิดตามมาตรา 43(3) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2552 เป็นผลให้ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่า สมควรยุบพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ควรถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือไม่ ทำให้คณะกรรมการไต่สวน เสนอความเห็นให้ ยกคำร้อง ของนายหนึ่งดิน และนายเรืองไกร ทุกประเด็น และนายทะเบียนพรรคการเมืองก็เห็นชอบตามมติของคณะกรรมการไต่สวน และเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งรับทราบแล้ว