ข่าว

'เต้น'อุ้ม'ปู'ปาฐกถาเวทีที่เหมาะสม

'เต้น'อุ้ม'ปู'ปาฐกถาเวทีที่เหมาะสม

03 พ.ค. 2556

'ณัฐวุฒิ'ชี้คนค้านปาฐกถา'นายกฯ'ล้วนรับประโยชน์รัฐประหาร ด้าน'โฆษกรบ.'โต้'ปชป.-58 สว.'กล่าวหา'ยิ่งลักษณ์'ให้ร้ายประเทศ

                3 พ.ค.56  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และแกนนำ นปช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายฝ่ายออกมากดดัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ขอโทษกรณีที่ไปปาฐกถาที่ประเทศมองโกเลียว่า ถือเป็นการพูดในเวทีที่เหมาะสม เพราะเป็นเวทีการประชุมเรื่องประชาธิปไตย สิ่งที่นายกฯ พูดนั้นถ้าพูดเป็นภาษาทางการก็ต้องบอกว่าชัดเจนครบถ้วน สะท้อนข้อเท็จจริงทางการเมืองของประเทศไทยได้ตรงประเด็น แต่ถ้าหากเป็นภาษาวัยรุ่นก็ต้องบอกว่าโดน กลุ่มที่ออกมาคัดค้านและต่อต้านในขณะนี้ล้วนแต่เป็นกลุ่มที่โดนทั้งสิ้นคือ ส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์หรือเคยทำงานให้กับคณะรัฐประหารคมช. ก็เลยโดนจนออกอาการ จริงๆ แล้วการที่เรียกร้องให้นายกฯ ขอโทษนั้น คนกลุ่มนี้น่าจะทบทวนตัวเอง โดยพรรคประชาธิปัตย์ควรที่จะทำจดหมายชี้แจงกับสังคมโลก ซึ่งเขารู้ความจริงทางการเมืองของไทยหมดแล้ว ขอโทษคนไทยที่ไปรับเก้าอี้นายกฯ จากค่ายทหาร ขอโทษคนไทยที่สั่งการจนประชาชนตายเกือบ 100 ชีวิต และขอโทษคนไทยที่ไม่เคยประกาศจุดยืนต่อสู้กับคณะรัฐประหารเลยตลอด 6-7 ปีที่ผ่านมา

                "ส่วนกลุ่ม สว.สรรหานั้น แทนที่จะเรียกร้องให้นายกฯ ขอโทษ ควรจะขอโทษคนไทยที่เข้าไปทำหน้าที่ กินเงินเดือน และใช้สวัสดิการโดยไม่ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชนมากกว่า สิ่งที่คนพวกนี้ควรทำคือ ขอโทษประชาชนแล้วก็ลาออกเพื่อรักษาความสง่างามของสถาบันนิติบัญญัติไว้ ทั้งนี้ ตนสนับสนุนปาฐกถาของนายกฯ และขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยจัดพิมพ์ปาฐกถาดังกล่าวแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วประเทศด้วย เพื่อที่จะได้รับรู้ข้อเท็จจริงแล้วพิจารณาด้วยตัวเองว่า ใครกันแน่ที่ควรกล่าวคำขอโทษกับประชาชน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องขายชาติ เป็นการพูดความจริงเพื่อพยายามหาทางแก้ปัญหา แต่สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ และ สว.สรรหาทำนั้น เขาเรียกว่าขายหน้า แต่ยังไม่รู้สำนึก" นายณัฐวุฒิ กล่าว

 

 

"โฆษกรบ." โต้ "ปชป.-58 สว."กล่าวหา "ยิ่งลักษณ์"ให้ร้ายประเทศ

 

               น.พ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงตอบโต้ สมาชิกวุฒิสภา 58 คน ที่ร่วมกันออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวขอโทษประชาชน จากกรณีปาฐกถาพิเศษที่ประเทศมองโกเลีย รวมทั้งการที่ พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหานายกรัฐมนตรีว่า ให้ร้ายประชาชน ว่า นายกฯ ไม่ได้พูดให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะสิ่งที่นายกฯพูดนั้นเป็นเรื่องที่ทั่วโลกทราบชัดกันอยู่ และไม่ได้ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคมไทย เพราะความแตกแยกแท้จริงนั้นมาจากการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี 2549 และการอ้างว่ามีสาเหตุที่จะต้องปฏิวัติปี 2549 นั้น เป็นการกล่าวอ้างที่ไม่ถูกต้อง เพราะในระบอบประชาธิปไตย เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นต้องแก้ไขตามวิธีทางประชาธิปไตย ด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการยุบสภาให้ประชาชนตัดสิน

                “ประชาชนไม่เอาอำนาจนอกระบบ ไม่เอารัฐประหาร และปฏิเสธผลพวงของการปฏิวัติ ด้วยการเลือกพรรคพลังประชาชน แต่ซากเดนของอำนาจเก่ายังทำให้นายสมัคร สุนทรเวช พ้นจากตำแหน่ง แต่ประชาชนก็ยังแสดงการปฏิเสธซากเดนของอำนาจเก่า ด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง การที่นายกฯไปแสดงปาฐกถาที่มองโกเลีย ไม่ได้ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ทั่วโลกรู้มาตั้งแต่ก่อนปี 2549 แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย แล้วก็รู้มาตลอด เวทีโลกถึงไม่ต้อนรับรัฐบาลจากการรัฐประหารของไทย ไม่ให้ความร่วมมือ ตัดความช่วยเหลือ ผู้ที่ทำให้ประเทศเสียหายคืออำนาจนอกระบบ คือ คปค.หรือ คมช. คือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาร่างรัฐธรรมนูญ องค์กรต่างๆ ที่ คมช.แต่งตั้งขึ้นมาสืบผลประโยชน์สืบอำนาจต่อกันมา คือรัฐธรรมนูญ ปี 50 คือ คนเพียง 7 คน แต่งตั้งวุฒิสมาชิก และความไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ คือ การใช้อำนาจนอกระบบตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร” โฆษกรัฐบาล กล่าว

               โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ปัญหาของประเทศไทยอยู่ที่รัฐธรรมนูญ ยังไม่เป็นประชาธิปไตย อยากให้ สว. ไปช่วยกันดูให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยเริ่มจากที่มาของตัวเอง การเลือกตั้งไม่ใช่ทั้งหมดของประชาธิปไตย แต่ไม่มีทางที่จะเป็นประชาธิปไตยโดยไม่มีการเลือกตั้ง และนายกฯ ได้ทำให้นานาประเทศเข้าใจอย่างชัดเจนว่า ประชาชนไทยรักประชาธิปไตย และรู้สาเหตุที่ทำลายประชาธิปไตยไทย รู้ว่าเรากำลังพยายามแก้ไขอยู่ เรื่องนี้ทำให้นานาชาติมั่นใจว่า เรามาถูกทางแล้ว จะเห็นได้จากการที่ผู้นำของนานาประเทศเดินทางมาประเทศไทย รวมทั้งการที่นายกไปเยือนนานาประเทศ ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ