
เอาอยู่ไหม??..ตำรวจไทย
เอาอยู่ไหม??..ตำรวจไทย
ทุกวงการย่อมมีทั้งดีและฉาวปะปนกันไป แต่เมื่อเกิดเรื่องร้ายแม้เพียงส่วนน้อยนิด ก็ย่อมต้องส่งผลเสียหายต่อภาพรวมอย่างช่วยไม่ได้ เข้าทำนอง "ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง" และ ณ จุดนี้ วงการ "สีกากี...เมืองไทย" ซึ่งมีหน้าที่หลักในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยแก่ประชาชนและความมั่นคงของราชอาณาจักร ฯลฯ กำลังอยู่ในสถานะแปดเปื้อนหนักเข้าทุกที โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ล้วนมีแต่ข่าวแง่ลบปรากฏในวงสังคมถี่ยิบ...ในฐานะประชาชนคนไทย เขาและเธอรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" กันบ้าง
เริ่มจากผู้ที่หวังพึ่งพาในเรื่องการกำกับกฎหมายของตำรวจ "เหมียว" จรัส ภาคอัต ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ เล่าให้ฟังว่าล่าสุดกับการเห็นคลิปตำรวจวิ่งหนีประชาชน ที่กำลังฮอตฮิตในสังคมโซเชียลมีเดียอยู่ในขณะนี้ และมาตอกย้ำอีกครั้งเมื่อสื่อมวลชนกระแสหลักหยิบยกเรื่องนี้มานำเสนอเสียความรู้สึกเหมือนกัน เพราะการเป็นตำรวจเป็นผู้ดูแลรักษาความสงบและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน แล้วมาทำผิดเสียเอง มันเสียหายและผิดมากกว่าคนทั่วไป 2-3 เท่า
"ตำรวจพูดเสมอและเราเองก็ได้ยินกันอย่างมากว่า ถ้าไม่ผิดอย่าหนี แล้วในคลิปที่เห็นตำรวจวิ่งหนีซะเอง มันแสดงว่าตำรวจผิดหรือเปล่า แต่ถ้ามองในมุมกลับถ้าตำรวจโดนแกล้งหรือซ้อนแผน เพราะทำไมเพื่อนๆ หรือญาติของฝ่ายหญิงถึงมาเร็วจัง แต่ก็ย้อนกลับอีกว่าถ้าไม่ผิดวิ่งหนีทำไม อย่างไรก็ตามถึงวันนี้แม้จะภาพมาให้เห็นถึงความผิดพลาดของตำรวจในหลายๆ เรื่อง แต่ก็ยังเชื่อเสมอว่าคนดีจะมากกว่าคนเลว และก็ยังต้องพึ่งพาตำรวจกันต่อไป คนที่ผิดก็ต้องนำมาลงโทษ ส่วนคนที่ดีเราก็ต้องสรรเสริญ" หนึ่งในประชาชนที่ยังหวังพึ่งพาตำรจ แสดงความเห็น
ด้านพนักงานสาวบริษัทเอกชน "ตุ้ม" สุวดี แก้วแจ่ม เผยว่า ที่ผ่านมาไม่ได้ศรัทธาในอาชีพนี้เท่าไหร่นัก คิดว่าไม่มีใครที่จะเข้ามาทำงานด้วยใจรัก และตั้งใจจะรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง แต่เป็นการเข้ามาทำงานเพื่อหาผลประโยชน์ใส่ตัว ทั้งยังต้องการให้มีคนนับหน้าถือตา ที่เห็นมาไม่ว่าจะเป็นยศใหญ่แค่ไหน หรือยศเพียงแค่นายดาบก็มีอีโก้เข้าถึงยากกันแทบทุกคน
"ที่ผ่านมาบอกเลยว่าไม่ค่อยใส่ใจอาชีพนี้เท่าไหร่ เพราะเท่าที่ผ่านมายังไม่เจอตำรวจดีๆ เลยสักคน แม้กระทั่งตำรวจที่จับพวกค้ายาบ้าก็คิดว่ามันเป็นหน้าที่ที่เขาต้องทำ ไม่ได้ทำเพราะต้องการปราบปรามให้หมดไปอย่างจริงจัง โดยส่วนตัวมองว่าวงการนี้มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ทั้งยังได้ยินเรื่องราวไม่ค่อยดีมามากมาย ก็ยิ่งเชื่อว่าที่คิดนั้นถูกต้องแล้ว บวกกับที่ตัวเองก็เคยเจอกับตัวด้วย คือครั้งหนึ่งเคยขับรถชนคน แล้วทุกครั้งที่จะติดต่อประสานงานก็ต้องรอตำรวจเจ้าของคดีเท่านั้น ไม่ว่าจะดึกดื่นหรือจะมาเวลาไหนก็ต้องรอ แถมยังพยายามพูดจาข่มให้เรากลัว ทั้งๆ ที่ตำรวจเป็นแค่คนคนหนึ่งที่กินเงินภาษีของเรา จากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ไม่เคยคิดจะพึ่งพาตำรวจอีกเลย เพราะคิดว่าคงช่วยอะไรไม่ได้แน่ อย่างล่าสุดที่มีคลิปที่ตำรวจวิ่งหนีชาวบ้านว่อนตามโซเชียลเน็ตเวิร์ค เห็นแล้วเชื่อเลยว่าเป็นเรื่องจริง แต่คิดว่าตำรวจคนนั้นคงหลุดคดีแน่ อย่างตอนนี้กำลังเป็นประเด็นผู้ใหญ่คงให้ออกจากราชการไว้ก่อน แต่พอเรื่องเงียบก็จะมีผู้ใหญ่ในวงการช่วยให้พ้นความผิดอย่างแน่นอน" พนักงานสาวให้ความเห็นอย่างฉะฉาน
ฟากสาวแบงก์ "กิ่ง" จตุพร ฉัตรทอง ยังเชื่ออยู่ว่าวงการสีกากียังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดีอยู่พอๆ กับตำรวจนอกรีต จึงคิดว่าไม่ยุติธรรมหากจะถูกตัดสินเหมารวมแบบยกเข่ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพของตำรวจดี ทุกวันนี้มีน้อยกว่า ตำรวจไม่ดี
"ความจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนก็ยังอยู่ โดยเฉพาะตำรวจระดับชั้นเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีใครนึกถึง ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าเท่าที่ผ่านมา ข่าวของตำรวจไม่ค่อยดีที่ออกมาสู่สายตาประชาชนมีมากกว่า จึงเป็นเรื่องปกติหากประชาชนจะเสียศรัทธาไปบ้าง เพราะเป็นเจ้าหน้าที่แทนที่จะดูแลรักษากฎหมายแต่ดันทำตัวเหมือนอยู่เหนือกฎหมายซะเอง ยังไม่นับตำรวจที่ตัดสินใจลาออกจากราชการ เพื่อไปทำอย่างอื่นด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม พอไม่บรรลุวัตถุประสงค์ดังใจหมาย ก็วกกลับเข้าไปรับราชการใหม่อีกครั้ง อย่างนี้เห็นว่าไม่สมควร เพราะถือว่าละทิ้งอุดมการณ์ของการรับใช้ประชาชนในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ออกมาแล้ว" สาวแบงก์แสดงความคิดเห็น
ในมุมของหนุ่มนักโฆษณา "ฮ้อ" วิเชียร โลหะจรูญ บอกว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวจะให้ด่วนตัดสินว่าใครผิดใครถูกไปเลยคงไม่ดีกับทั้งสองฝ่าย เพราะตำรวจดีก็มีเยอะส่วนที่ร้ายก็แยะเพียงแต่ว่าเรื่องแบบนี้ต้องสอบสวนและตอบประชาชนให้ชัดเจน
"ยังเชื่อว่าตำรวจ (ส่วนใหญ่) ยังคงทำหน้าที่ดูแลประชาชนอยู่ แต่ในเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ควรจะออกมาชี้แจงให้ชัดเจนถึงเหตุผลที่ทำแบบนี้ว่าเป็นเพราะอะไร เพื่อให้ประชาชนจะได้เข้าใจด้วย กระนั้นก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า ในกระบวนการทำงานของตำรวจมีการเก็บผู้ต้องสงสัยด้วยวิธีแบบนี้ด้วยหรือ และถ้าเรื่องเป็นจริงอย่างที่ครอบครัวผู้เสียหายคิดไว้ หรือ ตำรวจแถลงออกมาไม่เคลียร์ ประชาชนก็คงหมดศรัทธาและความเชื่อมั่นแน่นอน" หนุ่มนักโฆษณาให้ความเห็น
ส่วนของแม่บ้านสาว "มะปราง" ปัทมวดี เสนาณรงค์ ก็บอกว่าแม้ข่าวไม่ดีออกมาเท่าไหร่ แต่ส่วนตัวก็ยังมีความรู้สึกดีต่อวิชาชีพนี้อยู่ เพราะมองในแง่ของบุคคลมากกว่าตำรวจไม่ดีเพียงคนเดียวไม่ได้หมายถึงคนอื่นๆ จะไม่ดีด้วย
"ตัวเองมีบ้านที่เป็นครอบครัวใหญ่ ในทางเข้าบ้านก็ไม่ได้มีความปลอดภัยมากนัก แต่ตลอดมาตำรวจในพื้นที่ก็ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ได้ดีมาโดยตลอด เราเลยไม่ค่อยมีภาพจำในแง่ลบเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีข่าวไม่ดีออกมาก็ยังเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้สัมผัสเองมากกว่า ไม่เหมารวมเอาเรื่องเสียของตำรวจคนหนึ่งมาทำให้คนอื่นๆ ที่ทำดีอยู่แล้วดูแย่ไปด้วย เชื่อว่าตำรวจมีกฎ มีจรรยาบรรณ ที่เข้มแข็งกว่าจะเป็นได้ต้องมีใจรักในหน้าที่มาก หรือโดนฝึกให้มีจิตสำนึกช่วยเหลือประชาชนมาพอสมควรแล้ว การที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จะแหกกฎมาทำไม่ดีซะเอง คิดว่ามันเป็นเรื่องนิสัยส่วนบุคคลจริงๆ ไม่น่าเกี่ยวกันทั้งวงการ" มะปราง กล่าว
ฟังเสียงทางด้านผู้รักษากฎหมายดูบ้าง "สารวัตรปืน" พ.ต.ต.พัดธงทิว ดามาพงศ์ สารวัตรงานสายตรวจ 3 กองกำกับสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความคิดเห็นว่า การเป็นสายตรวจต้องคลุกคลีกับอาชญากรรมหลายประเภท และผิดกฎหมายมากมาย บางเรื่องก็ล่อตาล่อใจ ดังนั้นตำรวจต้องมีจรรยาบรรณอย่างเข้มงวดและมากกว่าคนทั่วไป ไม่มีข้ออ้างที่จะกระทำผิดใดๆ ทั้งสิ้น เราต้องรักษาในกฎระเบียบและกติกามากว่าประชาชน
"คนเป็นตำรวจต้องมีจรรยาบรรณสูงมาก เพราะมีสิ่งล่อตาล่อใจมากมาย ถ้าขาดความรับผิดชอบ ขาดจรรยาบรรณแล้วกระทำในสิ่งที่ผิดเป็นเรื่องที่รุนแรง และก็มีกฎเกณฑ์ในเรื่องความผิดนั้นๆ ร้ายแรงเช่นกัน ที่สำคัญสำหรับตำรวจที่ทำผิดไม่ใช่ผิดคนเดียว ตำรวจที่ยศสูงกว่าที่รับผิดชอบนายตำรวจยศต่ำกว่าคนนั้นต้องรับผิดชอบและถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนไปด้วย อย่างตัวเองก็มีนายตำรวจที่มียศต่ำกว่าที่ต้องดูแลกัน 5 คนก็ต้องคอยสอดส่องดูแลกันเสมอ มันเป็นกฎหลักของตำรวจทุกคน และยิ่งเป็นเรื่องความผิดที่อยู่ในความสนใจของประชาชน โดยเฉพาะสื่อมวลชนก็ยิ่งต้องดำเนินการสอบสวนอย่างเร่งด่วน เชื่อว่าตอนนี้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบนายดาบและผู้บังคับบัญชาของเขาแล้ว และอยากเน้นอีกครั้งว่าการเป็นตำรวจ จรรยาบรรณเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด" สารวัตรปืน ให้ความเห็น
ไม่ว่าอย่างไรทุกอาชีพก็ยังขับเคลื่อนด้วยตัวของมนุษย์ที่มีความผิดชอบ ชั่วดี ทุกคน และเมื่อผู้พิทักษ์สันติราษฎรก็ยังเป็นมนุษย์เหมือนกันคงไม่มีสิ



