ข่าว

'ปชป.'แนะรัฐทบทวนประมูลโครงการน้ำ

'ปชป.'แนะรัฐทบทวนประมูลโครงการน้ำ

03 พ.ค. 2556

'ปชป.' แนะรัฐทบทวนประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน เชื่อมีล็อกสเปก จี้ 'ปู' ขอโทษปชช. ปมกล่าวสุนทรพจน์ใส่ร้ายปท. แฉงบปี 57 ทุ่มโครงการประชานิยม

 

                    3 พ.ค.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5แสนล้านบาท เนื่องจากยังไม่มีการประมูลและจัดซื้อจัดจ้างว่า แม้ศาลจะไม่คุ้มครองชั่วคราวแต่ก็ได้รับเรื่องนี้ไว้พิจารณาเนื่องจากมีข้อมูลเพียงพอที่อาจจะบ่งชี้ได้ว่าการประมูลดังกล่าวอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 เพราะใช้เงินมหาศาลส่งผลกระทบต่อประชาชนแต่ไม่มีการทำประชาพิจารณ์ให้ประชาชนมีส่วนร่วม รวมทั้งไม่มีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนไม่เชื่อด้วยว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญได้ทันกับช่วงเวลาที่จะมีการจ้างงาน ดังนั้นรัฐบาลต้องทบทวนในเรื่องนี้ ถ้าใช้เงินไม่ทันเดือนมิถุนายนตามเงื่อนไขของพระราชกำหนดกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ก็ไม่ต้องทำ

                    นายชวนนท์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรกู้เงินมาทำโครงการทั้งที่ยังไม่มีความพร้อม เพราะแม้แต่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ก็ยอมรับว่ายังไม่มีการศึกษาโครงการ ในขณะที่ นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กลับระบุว่ามีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว เท่ากับว่าคนในรัฐบาลก็ยังพูดไม่ตรงกัน ทำให้ประชาชนสับสน และอยากให้จับตาดูการประมูลวันที่ 3 พ.ค.นี้ ว่าจะมีการล็อกสเปกหรือไม่ เพราะมีการวิเคราะห์ว่าจะเป็นการประมูลที่แบ่งงานกันอย่างทั่วถึง คือ เกาหลีใต้ จะได้รับงานมากที่สุดเพื่อกระจายให้กับบริษัทอื่น และจะมีการล็อคสเปกให้สามบริษัท จึงอยากให้ช่วยกันตรวจสอบว่าการประมูลในครั้งนี้นอกจากไม่ใช้การสร้างโอกาสป้องกันน้ำท่วมน้ำแล้งแล้วแต่จะเป็นการสร้างอนุสาวรีย์ทุจริตมากกว่า เพราะสุดท้ายจะไม่มีการดำเนินโครงกาได้จริงเพราะมีการทุจริตมหาศาลในขั้นตอนการประมูล

 

จี้ 'นายกฯ' ขอโทษปชช. ปมกล่าวสุนทรพจน์ใส่ร้ายปท.

 

                    นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคได้ทำจดหมายเปิดผนึกไปยังประธานาธิบดีประเทศมองโกเลียและชาติสมาชิกที่เข้าร่วมการประชุมประชาคมประชาธิปไตยที่มองโกเลียแล้ว แต่สิ่งที่คนไทยรอคือคำขอโทษจากปากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ไปพูดใส่ร้ายประเทศไทย โดยกลุ่มแรกที่ควรขอโทษคือครอบครัวทหารที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ 10 เม.ย. 2553 กลุ่มที่สองคือ องค์กรอิสระที่ถูกให้ร้ายว่าเป็นผลพวงของรัฐประหารถูกแทรกแซง ทั้งๆที่ความจริงคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ขาดความเข้าใจในหลักการถ่วงดุลอำนาจ เมื่อพูดแล้วสร้างความเสียหายต้องขอโทษ

                    นอกจากนี้การที่ไปอ้างว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเรียกร้องประชาธิปไตยแต่ถูกลอบยิงด้วยสไนเปอร์นั้น ต้องระบุให้ชัดเจนว่าคือใคร และนำคนผิดมาลงโทษอย่างไร ไม่ใช่พูดโดยปราศจากหลักฐานเพียงเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์เท่านั้น รวมทั้งกรณีล่าสุดที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิตคนเสื้อแดงที่เผาศาลลากลางจังหวัดอุบลราชธานี

                    "ทำไมนายกรัฐมนตรีจึงไปพูดในต่างประเทศว่าคนเหล่านี้เป็นวีรบุรุษประชาธิปไตย ถือเป็นคำพูดที่ดูถูกคนไทย ดูถูกศาล และดูถูกตัวเองที่ไปพูดความเท็จในต่างประเทศ ดังนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ เนื่องจากเป็นผู้นำประเทศจะมีความเห็นขัดแย้งกับศาลหรือจริยธรรมไม่ได้ หากไม่ขอโทษประชาชนต้องประณาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ” นายชวนนท์ กล่าว

 

'สส.ปชป.' แฉงบปี57 ทุ่มโครงการประชานิยม

 

                    นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กทม. และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมขอเปิดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 ว่า จะทำให้รัฐบาลมียอดใช้จ่ายงบประมาณเกือบ 2.5 ล้านล้านบาท ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง มีปัญหากับนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะงบประมาณส่วนใหญ่จะถูกใช้จ่ายในโครงการประชานิยม ตามนโยบายของรัฐบาลมากกว่าโครงการพื้นฐาน

                    ทั้งโครงการจำนำข้าว ที่ใช้งบประมาณของรัฐไปแล้ว 8 หมื่นกว่าล้านบาท ทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ออกมาติงว่ารัฐบาลใช้เงินไปกับการแทรกแซงบิดเบือนกลไกตลาด สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นสะท้อนแนวทางการทำงบประมาณปี 2557 ที่สร้างผลกระทบเชิงกว้าง เช่น งบประมาณในการแก้ปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รัฐจัดงบให้เพิ่มขึ้นเพียง 3 พันกว่าล้านบาท ทั้งๆที่มีปัญหาหนักและเกิดความรุนแรงถี่ขึ้น

                    “ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า ขอให้ทบทวนการจัดงบประมาณ ในปี 2557 เพราะไม่เช่นนั้น จะทำให้ประเทศกลับไปมีสภาพปัญหาเหมือน 2 ปีที่ผ่านมา คือเมื่อร่างพ.ร.บ.งบประมาณ เข้าสู่สภาฯ ก็จะใช้เสียงข้างมากโหวตให้ผ่านสภาฯ แต่จะกลายเป็นปัญหาของประเทศในระยะยาว“ นายณัฏฐ์ กล่าว

                    นายณัฏฐ์ ยังกล่าวตอบโต้ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาระบุว่า รัฐบาลปัจจุบัน มีการเดินทางไปเยือนต่างประเทศมากกว่ารัฐบาลชุดที่แล้วนั้น เห็นว่าไม่ควรวัดกันในเชิงปริมาณ ว่าใครเดินทางไปต่างประเทศมากหรือน้อย แต่ควรวัดกันที่คุณภาพและผลงานมากกว่า