
58สว.ยัวะ!ซัด'ปู'ปาฐกถาใส่ร้ายปท.
'58 สว.' ออกแถลงการณ์ซัด 'ยิ่งลักษณ์'ใส่ร้ายประเทศ เตรียมเชิญแจง 4 กมธ. ขู่ไม่มา ใช้กม.คำสั่งเรียก
2 พ.ค.56 กลุ่ม สว.จำนวน 58 คนในนาม “สว.ผู้รักชาติ” ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวขอโทษกับประชาชนจากกรณีปาฐกถาพิเศษ ที่ประเทศมองโกเลีย เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา พร้อมกับจะเชิญมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.)สามัญประจำวุฒิสภา จำนวน 4 ชุด ได้แก่ 1.กมธ. ต่างประเทศ 2.กมธ.ศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม 3. กมธ.สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค 4.กมธ.การศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา
โดยนางนรีวรรณ จินตกานนท์ สว.สรรหา อ่านแถลงการณ์ดังกล่าวมีเนื้อโดยสรุป 6 ข้อว่า 1.นายกรัฐมนตรีพูดในทางที่สร้างความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นในต่างประเทศและก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคมไทย นอกจากนี้ ยังแฝงไปด้วยนัยสำคัญทางการเมืองที่สอดประสานกับสถานการณ์ในประเทศที่กำลังมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการต่อต้านการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญและการเตรียมออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 2.นายกรัฐมนตรี กล่าวหาว่า พี่ชายตัวเองถูกรังแกเป็นการพูดความจริงไม่ครบถ้วน เพราะสาเหตุของการรัฐประหารปี 2549 มาจากการใช้อำนาจโดยมิชอบ มีผลประโยชน์ทับซ้อน การละเมิดจริยธรรมคุณธรรมของผู้นำประเทศ การแทรกแซงระบบการตรวจสอบทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ 2540 จนก่อให้เกิดการต่อต้านของประขาชนอย่างกว้างขวาง
นางนรีวรรณ กล่าวต่อว่า 3.ในเมื่อนายกรัฐมนตรี ระบุว่ารัฐประหาร 2549 และการเข่นฆ่าประชาชนเมื่อ พ.ค. 2553 มีสาเหตุเดียวกัน มีผู้บงการเป็นกลุ่มเดียวกัน และยังชี้ชัดว่า คนบริสุทธิ์ถูกลอบยิงด้วยสไนเปอร์นั่นเท่ากับว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวหา ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งประกอบด้วยหลายหน่วยงาน ทั้งรัฐบาลในอดีต กองทัพ ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และส่วนราชการ จึงขอข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการตามกฎหมาย 4.การกล่าวพาดพิงองค์กรอิสระของนายกรัฐมนตรีเป็นการสอดประสานกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นการทำหน้าที่สุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ หลักประชาธิปไตย และหลักนิติธรรม เพราะมีแต่การสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเองด้านเดียว เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ได้รับผลกระทบจากคำตัดสินขององค์กรอิสระแต่นายกฯกลับไม่พูดถึงที่มาของความผิด
5.นายกรัฐมนตรีไม่เข้าใจหลักของประชาธิปไตยอย่างถ่องแท้ โดยเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้แก่นแท้เป็นไปเพื่อรวบอำนาจไว้กับนักการเมืองเท่านั้น ขณะที่ประชาชนแทบจะไม่ได้ประโยชน์ 6.นายกรัฐมนตรี มีความสับสนและขัดแย้งในตัวเอง ด้วยการเชิญชวนนักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ประกาศให้โลกรู้ว่าประเทศไทยไม่มีความปลอดภัยทำให้ประเทศชาติเสียหาย
ด้านพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา กล่าวว่า ในขั้นตอนนี้จะยังไม่เชิญนายกรัฐมนตรีมาชี้แจงด้วยการใช้อำนาจ พรบ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2554 โดยจะทำเป็นจดหมายเชิญไปก่อน แต่หากเชิญไปแล้วยังไม่ได้รับการตอบรับก็เตรียมพิจารณาต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่จะดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะเรื่องดังกล่าวอยู่ในความห่วงใยของประชาชน อย่างไรก็ตามก็จะยังไม่มีการรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพื่อให้เอาผิดทางอาญา เนื่องจากอยากรอฟังคำชี้แจงจากนายกรัฐมนตรีก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 58 สว. อาทิ ม.ร.ว.วุฒิเลิศ เทวกุล สว.สรรหา นาง รวีวรรณ จินตกานนท์ สว.สรรหา พล อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา เป็นต้น



