
ขู่ยึดถนนหากรัฐเมินแก้ราคาปาล์ม
เกษตรกรชาวสวนปาล์มรวมตัวยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ร้องประกันราคาผลปาล์ม หลังราคาดิ่งเหว ขู่หากไม่ทราบผล ชาวสวนปาล์มพร้อมรวมตัวบนถนนสายเอเชีย
วันที่ 2 พ.ค.56 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บริเวณหน้าศาลาจังหวัดพัทลุง นายโอภาส หนูชิต ประธานชุมนุมสหกรณ์ปาล์มน้ำมันจังหวัดพัทลุง (พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช) และคณะกรรมการปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนชาวสวนปาล์มจังหวัดพัทลุง เข้ายื่นหนังสือต่อ นายสุชาติ สุวรรณกาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผ่านถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อให้แก้ปัญหารับประกันราคาผลปาล์มน้ำมันทะลาย ที่จุดรับซื้อลานเท ในกิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 5 บาท และให้รัฐบาลเร่งดำเนินการออกกฎหมาย พรบ.ปาล์มน้ำมัน
นายโอภาส กล่าวว่า ในการยื่นหนังสือครั้งนี้ ได้ยืนข้อเรียกร้อง 5 ข้อคือ 1.ให้รัฐบาลทำการประกันราคาผลปาล์ม ไม่ต่ำกว่า 5 บาท / กก. 2.ให้รัฐบาลเร่งรัดในการออกพระราชบัญญัติปาล์ม โดยเร็วที่สุด 3.ให้ดำเนินการจัดตั้งกองทุนน้ำมันปาล์ม พร้อมกับให้มีสต๊อกปาล์มน้ำมัน ไม่น้อยกว่า 500,000 ตัน โดยกองทุนน้ำมันปาล์ม เป็นผู้บริหารดำเนินการ 4.ให้มีการนำมันปาล์มดิบ ซีทีโอ ไปเป็นพลังงาน และ5.ให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการตรวจเช็กสต๊อกน้ำมันโดยให้มีตัวแทนเกษตรกร
นายโอภาส กล่าวอีกว่า ขณะนี้ราคาปาล์มน้ำมันอยู่ที่ราคา 2.50 บาท /กก. ซึ่งเกษตรกรชาวสวนปาล์มประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนัก จึงเข้ามายื่นหนังสือข้อเรียกร้องในวันนี้ ทางเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ต้องการทราบผลการดำเนินการภายใน 7 วัน หากไม่ทราบผลเกษตรกรชาวสวนปาล์มแต่ละจังหวัดพร้อมรวมตัวอีกครั้งบนถนนสายเอเชีย เพื่อกดดันรัฐบาลให้ได้ทำตามข้อเรียกร้องต่อไป
ชาวสวนปาล์มบุกยื่น5ข้อจี้ปัญหาราคาดิ่งเหว
นายชัยฤทธิ์ ถ่ายย้วน นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.ตรัง พร้อมด้วยสมาชิก 9 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกเรียกร้องรัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มน้ำมันตกต่ำ พร้อมข้อเสนอ 5 ข้อและหนังสือคัดค้านการอนุญาตนำเข้าเมล็ดปาล์มจากพม่าและกัมพูชาผ่านไปยัง รมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อนายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผวจ.ตรัง เพื่อส่งผ่านไปยังรัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหา แต่นายธีระยุทธ ติดภารกิจ จึงได้มอบหมายให้นายไชยยศ ธงไชย รอง ผวจ.ตรัง มารับเรื่องแทน โดยมีสำนักงานพาณิชย์ จ.ตรังและสำนักงานการค้าภายใน จ.ตรัง เข้ารับทราบปัญหาความเดือดร้อนของชาวปาล์มน้ำมัน
นายชัยฤทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน จ.ตรังมีพื้นที่เพาะปลูกปาล์มน้ำมันทั้งจังหวัดประมาณ 3 แสนไร่ และมีเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน จ.ตรัง จำนวน 3,500 ครัวเรือน มีปริมาณผลผลิตออกสู่ท้องตลาด 2.9 ตันต่อไร่ แต่ที่ผ่านมากลับได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากราคาที่ตกต่ำ ซึ่งขณะนี้ราคาหน้าโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มรับซื้อ กก.ละ 2.80 บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตปัจจุบัน 3.90 บาท ขาดทุน กก.ละ 1.10 บาท ทางสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.ตรัง สภาเกษตรกร จ.ตรัง เครือข่ายสหกรณ์รวบรวมผลผลิตปาล์ม จ.ตรัง จึงได้ประชุมร่วมเพื่อเสนอแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าว พร้อมกับได้เสนอแนวทางแก้ไข 5 ข้อไปยังรัฐบาล เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน
ประกอบด้วย 1.ให้ประกันราคาผลปาล์มทะลาย ณ จุดรับซื้อ กก.ละ 5 บาท 2.เร่งดำเนินการนำน้ำมันปาล์มไปใช้เป็นพลังงานทดแทน B7 ให้มากขึ้น มิใช่ประกาศเป็นนโยบายแล้วให้รอ 3.เร่งแก้ปัญหาการส่งออกน้ำมันดิบ (CPO) 2 แสนตัน เพื่อดึงน้ำมันออกจากสต๊อค ซึ่งหลีกเลี่ยงการมาทำตลาดแข่งกับพ่อค้าภายในประเทศ 4.เร่งออกกฎหมาย พรบ.ปาล์มน้ำมัน และ 5.จัดตั้งกองทุนน้ำมันปาล์ม และดำเนินการให้มีสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ไม่น้อยกว่า 5 แสนตัน โดยมีตัวแทนเกษตรกรเป็นกรรมการร่วม
ในส่วนของการอนุญาตนำเข้าเมล็ดปาล์มจากพม่าและกัมพูชา เพื่อการอุตสาหกรรมนั้น ชาวสวนปาล์ม จ.ตรัง ไม่เห็นด้วยและขอคัดค้านให้รัฐบาลยกเลิกประกาศทั้ง 2 ฉบับ เนื่องจากความเป็นจริงปัจจุบันน้ำมันปาล์มสต๊อกภายในประเทศเกินความต้องการปริมาณมาก รัฐบาลไม่สามารถระบายหรือจำหน่ายออกจากสต๊อก เป็นเหตุให้ปริมาณน้ำมันปาล์มล้นตลาดและทำให้ราคาเมล็ดปาล์มทะลายในประเทศราคาตกต่ำ ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลพิจารณาข้อเรียกร้องและแนวทางแก้ไขตามที่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน จ.ตรังเสนอไป และให้แจ้งผลความคืบหน้าให้กับชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.ตรังทั้ง 3 แห่งทราบโดยด่วน
ด้านนายไชยยศ กล่าวว่า รู้สึกเห็นใจพี่น้องเกษตรกรชาวปาล์มน้ำมัน จ.ตรัง ที่ได้รับผลกระทบจากราคาตกต่ำ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเฉพาะ จ.ตรัง แต่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งในส่วนของจังหวัดก็มิได้นิ่งนอนใจพยายามผลักดันหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด แต่การจะแก้ไขปัญหาผลผลิตตกต่ำเฉพาะจังหวัดคงยากที่จะดำเนินการแก้ไข ต้องให้เป็นระดับรัฐบาลดำเนินการ ซึ่งหลังจากนี้ตนจะเร่งดำเนินการส่งข้อเรียกร้องทั้ง 5 ข้อที่ทางชาวสวนปาล์ม จ.ตรัง เสนอให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาปาล์มราคาตกต่ำไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเร็วที่สุด เพื่อให้หน่วยงานดังกล่าวแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน
มีรายงานว่า ในวันที่ 3 พ.ค.นายชัยฤทธิ์ ถ่ายย้วน นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.ตรัง และนายชัยวัฒน์ โภคาวัฒนา จะเดินทางไปยื่นหนังสือเปิดผนึกต่อคณะอนุกรรมการพลังงานของวุฒิสภาที่ กทม.พร้อมกับตัวแทนจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ
นครศรี-ชาวสวนปาล์มขยับรุกรัฐขีดเส้น 7 วันต้องชัดเจน
ที่หน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเวลา 10.30 น. นายสมพร ศรีเพชร นายกสมาคมชาวสวนปาล์มนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยตัวแทนชาวสวนปาล์มจากหลายพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช กว่า 30 คนได้ร่วมกันเข้ายื่นหนังสือกับนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านไปยังรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมัน หลังจากที่ราคาผลปาล์มสดได้ตกต่ำอย่างต่อเนื่องล่าสุดเหลือเพียงกิโลกรัมละ 2.80 บาทซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าทุน
นายสมพร ศรีเพชร นายกสมาคมชาวสวนปาล์มนครศรีธรรมราช ระบุในหนังสือที่ได้ยื่นเป็นข้อเรียกร้องเร่งด่วนจำนวน 5 ข้อโดยสรุปคือ1.ประกันราคาปาล์มที่กิโลกรัมละ 5 บาท 2.ให้รัฐเร่งออก พรบ.ปาล์มน้ำมัน 3.จัดตั้งกองทุนปาล์มน้ำมันและตั้งสต๊อกปาล์มน้ำมัน 4.เร่งให้มีการใช้ปาล์มน้ำมันเป็นพลังงาน และ5.ให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการตรวจเช็คสต๊อกน้ำมันปาล์ม CPOโดยให้มีตัวแทนจากภาคเกษตรร่วมอยู่ด้วยในอัตรา 3 ต่อ 4 ของคณะกรรมการ ซึ่งทั้งหมดนั้นภายใน 7 วันต้องมีความชัดเจน
นายสมพร ยังระบุด้วยว่า สาเหตุที่ปาล์มน้ำมันตกต่ำลงนั้นพบข้อมูลที่อาจเป็นข้อสังเกตได้ว่า สืบเนื่องจากมีเอกชนขนาดใหญ่ที่มีช่องทางการกระจายสินค้าเป็นของตนเองอย่างกว้างขวาง รวมไปถึงหน่วยงานบางหน่วยเปิดโอกาสให้นำน้ำมันปาล์มสำเร็จรูปจากอินโดนีเซียเข้ามายังประเทศไทยจำนวนมาก เนื่องจากอินโดนีเซียกำลังประสบปัญหาไม่สามารถส่งออกไปยังประเทศในสหภาพยุโรป หรืออียู รวมไปถึงอเมริกา และออสเตรเลียได้เนื่องจากกำลังเจออุปสรรคในมาตรการกีดกันการนำเข้า จากเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการทำลายป่าอย่างกว้างขวางเพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งส่งผลเสียหายต่อสภาพแวดล้อมโลก รวมถึงการคุกคามต่อชีวิตลิงอุรังอุตัง ในประเทศอินโดนีเซียอย่างเลวร้าย จึงใช้ช่องนี้นำเข้ามาในประเทศไทย เรื่องนี้จะต้องมีการพูดคุยกันหลังจากที่ตัวแทนแต่ละจังหวัดเดินทางไปยังกรุงเทพมหานครร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการพลังงานวุฒิสภา รวมไปถึง กฟผ.ที่ซื้อน้ำมันเตาในราคา 25 บาทต่อกิโลกรัม แต่ไม่สามารถซื้อน้ำมันปาล์มในราคา 19 บาทมาใช้ผลิตไฟฟ้าได้
ขณะที่นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่ารารชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า หลังจากรับหนังสือนั้นจะส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะ กระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าภายใน เพื่อให้เร่งรัดดำเนินการโดยภายใน 7 วันนั้นน่าจะทราบผล
......................................
(หมายเหตุ ภาพจากแฟ้มข่าว)



