
พม่าปะทุอีก!บุกเผาบ้านเรือน-มัสยิดเจ็บ10
เกิดเหตุชาวพุทธเผาบ้านเรือนและมัสยิดชาวมุสลิมในพม่า เจ็บ 10 นับเป็นเหตุรุนแรงจากความขัดแย้งทางศาสนาระลอกใหม่ที่สร้างความน่าวิตก
1 พ.ค.56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวานในเมือง ออกกาน ห่างจากนครย่างกุ้งไปทางตอนเหนือราว 110 กม.โดยมีการจุดไฟเผามัสยิด 2 แห่ง รวมถึงบ้านเรือนของชาวมุสลิมหลายร้อยหลังทั้งในเมืองนี้ และเมืองรอบข้างอื่นๆ อีกหลายเมือง จนทำให้มีคนได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน นอกจากนี้ ยังบุกขโมยทรัพย์สินในร้านค้า ทุบทำลายกระจกและเฟอร์นิเจอร์พังเสียหาย
ทขิ่น เมือง ทาน วัย 60 ปี เจ้าของร้านขายของมุสลิมในเมืองออกกาน บอกว่า ร้านของเขาได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทำให้ต้องรีบนำสินค้าบางอย่างออกมานอกร้าน
ตำรวจท้องถิ่น บอกว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุหลายร้อยคน ที่สร้างความรุนแรงและความสูญเสียครั้งล่าสุดนี้ และผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากบ้านที่ถูกเผา นอกจากนี้สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ชาวมุสลิมหลายครอบครัวหนีไปซ่อนตัวตามป่าข้างทางและนาข้าว
รายงานระบุว่า ชนวนเหตุความขัดแย้งนี้เกิดจากผู้หญิงคนหนึ่งเดินชนสามเณร วัย 11 ปีจนบาตรหล่นลงพื้น และกรรมการวัดไปแจ้งความเอาผิดกับผู้หญิงที่สถานีตำรวจ หลังจากนั้นเมื่อเวลาราวบ่ายโมงครึ่งตามเวลาท้องถิ่น ชาวพุทธราว 200 คนได้บุกทำลายมัสยิด ทำให้ตำรวจต้องยิงปืนเตือนขึ้นฟ้าเพื่อสลายฝูงชนที่พยายามทำลายร้านค้าและฉกฉวยทรัพย์สิน และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ภายในบ่าย 3 โมง แต่เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงจึงดับไฟไหม้ได้หมดในเวลา 1 ทุ่มตามเวลาท้องถิ่น
อีกทั้ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นเหตุรุนแรงครั้งใหม่หลังจากเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงในเมืองเมกถิลาเมื่อเดือน มี.ค.ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 คน และการปะทะระหว่างชาวพุทธและมุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่เมื่อเดือนมิ.ย. และต.ค.ปีที่แล้วที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 200 คน และคณะกรรมการสืบสวนเหตุความขัดแย้งรุนแรงระหว่างชาวพุทธและมุสลิมในรัฐยะไข่ ที่รัฐบาลพม่าจัดตั้งขึ้น เผยแพร่ข้อสรุปเมื่อวันจันทร์ระบุว่า ชาวพุทธในรัฐยะไข่กังวลต่อการเพิ่มจำนวนชาวมุสลิมที่เป็นผู้อพยพมาจากบังกลาเทศอย่างผิดกฏหมาย เป็นเหตุให้เกิดความไม่สงบระหว่างกลุ่มชนทั้งสอง และเสนอทางออกเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัวชาวมุสลิมโดยสมัครใจ และผลักดันมุสลิมที่เข้าเมืองผิดกฎหมายให้ออกนอกประเทศไปเพื่อคลี่คลายวิกฤติที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ กลุ่ม Human Rights Watch (องค์กรสิทธิมนุษยชน) กล่าวโทษเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึง พระสงฆ์ นักการเมืองท้องถิ่น และกองกำลังรักษาความปลอดภัย ที่ไม่พยายามให้ความช่วยเหลือชนกลุ่มน้อยอย่างแท้จริง
...............................
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



