ข่าว

'โอ๊ค-แซนด์'โพสต์อัด'มาร์ค'โจมตี'ปู'

'โอ๊ค-แซนด์'โพสต์อัด'มาร์ค'โจมตี'ปู'

01 พ.ค. 2556

ลูกทักษิณ-หลานสาว'ปู'กระหน่ำโพสต์อัดขั้วตรงข้ามที่โจมตี'ยิ่งลักษณ์'แขวะ'อภิสิทธิ์'จะเป็นจะตาย หลัง'นายกฯ'ปาฐกถา เตือนผู้ใหญ่ หากยังอุ้มปชป.ไม่เป็นผลดีต่อปท.

                1 พ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงดึกวันที่ 1 พ.ค.นายพานทองเเท้ ชินวัตร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Oak Panthongtae Shinawatra โดยมีข้อความว่า "ยิ่งลักษณ์ฯกล่าวปาฐกถาที่มองโกเลีย ในหลักการเรื่องการปฏิวัติรัฐประหาร และประชาธิปไตยแบบลุ่มๆ ดอนๆ ของไทย "อภิสิทธิ์"จะเป็นจะตายขึ้นมาทันทีครับ

                ถ้าคนที่เคยเป็นถึงนายกรัฐมนตรีของไทย จะมามองว่าการพูดในหลักการเรื่อง ความเลวร้ายของการปฏิวัติ ที่ยังคงฝังรากอยู่ในสังคม, การเมือง, นิติบัญญัติ และกระบวนการยุติธรรมของไทย อยู่จนทุกวันนี้ เป็นเพียงการปกป้องพี่ชายของตนเอง

                ถ้าคนที่เคยเป็นถึงนายกรัฐมนตรีของไทย ไม่คิดที่จะแก้ไขในระบบ เพื่อให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ เพียงเพราะว่าระบบปัจจุบันเอื้อประโยชน์ให้กับพลพรรคฯของตัวเองได้เปรียบคู่แข่ง จึงชอบที่จะ "เลี้ยงไข้ประเทศไทย" ให้อมโรคแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

                ถ้าผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่คิดจะปฏิวัติวิธีคิดของ(พรรคฯ)ตัวเอง ด่าแม้กระทั่งลูกน้อง(อลงกรณ์ พลบุตร)ที่จงรักภักดีต่อพรรคฯ และกล้าคิดกล้าพูดในสิ่งที่ถูกต้อง คนที่จะอมโรคต่อไปคือ พรรคประชาธิปัตย์ จะอยู่ในลักษณะ "เกือบชนะ"พรรคเพื่อไทยแบบนี้ตลอดไป

                พานทองแท้ เตือนเอาไว้ตั้งแต่วันนี้เลยครับ หากผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง อยากจะช่วยกันอุ้มช่วยกันปกป้อง ผู้นำของพรรคฯที่มีลักษณะนิสัยแบบนี้ จะเป็นผลดีต่อการแข่งขันทางการเมืองของพรรคฯคู่แข่ง แต่จะไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติและประชาชนเลย

                ผมอ่านเฟซบุ๊กของน้องแซนด์ล่าสุด ผมว่าวิสัยทัศน์ของคนรุ่นใหม่ปัจจุบันนี้ น่าสนใจกว่าวิธีคิดของหัวหน้าพรรคฯเก่าแก่เยอะเลยครับ"

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยบุคคลที่ชื่อน้องเเซนด์ตามที่นายพานทองเเท้อ้างนั้นคือ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หลานสาว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เเละเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนายพานทองเเท้ ตอนนี้ น.ส.ชยิกา ช่วยราชการที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 

               โดยเฟซบุ๊กส่วนตัว Sand Wongnapachant ของ น.ส.ชยิกา โพสต์ข้อความเมื่อวันที่  30 เมษายน 2556  ใจความว่า "เช้านี้ (30 เมษายน 2556) ได้มีโอกาสฟังวิทยุคลื่นหนึ่ง มีนักวิชาการท่านหนึ่งออกมา ติติงการปาฐกถาพิเศษของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ในการประชุมประชาคมประชาธิปไตย ที่ประเทศมองโกเลีย เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2556 ที่ผ่านมา ว่า (1) นายกฯยิ่งลักษณ์ทำร้ายและทำลายภาพพจน์ประเทศ และ (2) นายกฯยิ่งลักษณ์นำเรื่องของพี่ชาย ซึ่งเป็นครอบครัว เป็นเรื่องส่วนตัวมาพูดในเวทีโลก

               เมื่อได้ฟังแล้วก็รู้สึกท้อใจ กับตรรกะของคนบางกลุ่มที่มีเพียงทัศนคติด้านลบ และสร้างวาทกรรมบิดเบือนความเป็นจริง เพียงเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง

                ทั้งๆที่สิ่งที่นายกรัฐมนตรี พูดก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย โดยเฉพาะ กรณีการ รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เพื่อโค่นล้มรัฐบาลประชาธิปไตย ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

                หรือคนกลุ่มนี้คิดว่าที่ผ่านมา ทั่วโลกไม่เคยมีใครรับรู้ รับทราบ ถึงเรื่องราวเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราเลย

                1. เหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2549 ที่มี นายกฯ ชื่อ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น

                2. การมีรัฐบาลที่มีที่มาจากคณะรัฐประหาร หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)

                3. การชุมนุมยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติ โดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อปี 2551 เพื่อโค่นล้มรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ที่มีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

                4.การช่วงชิงเสียง สส. เพื่อระดมไปจัดตั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ในปลายปี 2551 ที่มีการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนขณะนั้นว่ามีการไปพูดคุยเจรจากันในค่ายทหาร

                และ 5.เหตุการณ์การสลายการชุมนุมของประชาชน ในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553

                ที่สุด ก็คงได้แต่ทำใจว่าคนบางกลุ่มที่ “เสียงดัง” คือมีโอกาสเข้าถึงสื่อสารมวลชนมากกว่าคนอื่น กลับใช้สื่อในทางที่ผิด บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อประโยชน์ทางการเมือง

                เพราะท้ายที่สุด ประชาชนก็คงเป็นผู้ตัดสินเองว่า ระหว่างผู้กระทำการรัฐประหาร กับ ผู้ถูกรัฐประหาร และ ผู้ที่นำเรื่องการทำลายประชาธิปไตยด้วยการรัฐประหาร มาบอกเล่านั้น “ใคร” เป็นบุคคลที่ทำร้ายและทำลายภาพพจน์ประเทศ

                หาก “เห็นด้วย” ก็ขอให้ช่วย “กด LIKE” "กด SHARE" ให้ดังไปถึง “คนกลุ่มนี้” ทีนะคะ

 

 

 

 "พท."แขวะ"อภิสิทธิ์"ปาฐกถารัฐประหารเป็นลบน้อยกว่าให้สัมภาษณ์ใช้กระสุนจริงปราบประชาชน

                

               นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ แสดงความเห็นต่อปาฐกถาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระหว่างการประชุมประชาคมประชาธิปไตย ณ เมือง อูลัน บาตอ ประเทศมองโกเลียว่า ตั้งใจพูดในเวทีนานาชาติเพื่อหวังดึงแนวร่วมต่างชาติช่วยสร้างความชอบธรรมในการรวบอำนาจให้กับตนเองว่า นายอภิสิทธิ์ ยังคงก้าวไม่ข้ามและคิดไม่ทันนายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทยเสมอ ทั้งๆ ที่นายกฯ ไปแสดงสุนทรพจน์ระดับโลก ผู้คนกล่าวชมกันทั้งในประเทศไทยและส่งผลพลอยได้ในด้านบวกให้กับประเทศอื่นๆ ที่ยังเพิ่งเริ่มตั้งไข่เรื่องประชาธิปไตย เป็นการพูดเพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ ไม่ต้องการให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ถือเป็นเจตนารมณ์อันดี อยากเห็นประเทศไทยเดินไปข้างหน้า ถ้าขบวนการทุกอย่างเป็นประชาธิปไตยในทุกด้าน จะทำให้มีความมั่นใจ นักลงทุนเกิดความสบายใจ ประชาชนจะมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน

               นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ระบุว่า นายกฯ นำเรื่องไม่ดีของประเทศไปพูดในเวทีนานาชาตินั้น นายอภิสิทธิ์ ต้องแยกส่วนในการมอง ถ้าเป็นการไปเยือนประเทศต่าง ๆ ในฐานะทีมไทยแลนด์ก็ต้องพูดในสิ่งดี ๆ ของประเทศอยู่แล้ว แต่เนื่องจากครั้งนี้เป็นเวทีประชาคมประชาธิปไตย เขามาถกแถลงและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อการศึกษา เจตนาของทุกประเทศที่มาคือช่วยกันพัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้แข็งแรง ที่สำคัญ สิ่งที่นายกฯ พูดในเวทีก็เพื่อบอกว่าประเทศไทยมีความจริงใจที่จะช่วยและร่วมมือกันเพื่อให้ประเทศเดินหน้าตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นแนวทางของหลายประเทศ

               "ดังนั้น เมื่อเป็นเวทีประชาคมประชาธิปไตยท่านก็ต้องพูดในเรื่องประชาธิปไตย แสดงว่าไม่เคยมีใครเชิญนายอภิสิทธิ์ไปร่วมเวทีประชาธิปไตยแบบนี้จึงไม่เข้าใจ และภาพสุดท้ายในสื่อระดับอินเตอร์ที่คนไทยจำได้ คือ นายอภิสิทธิ์ไปออกรายการบีบีซี เวิลด์ นิวส์ ของอังกฤษ ในเรื่องการสั่งฟ้องและการมีส่วนรับผิดชอบในคดีการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมที่มีสาเหตุจากเจ้าหน้าที่รัฐในระหว่างการสลายการชุมนุมเดือนพฤษภาคม 2553 ไปสารภาพเสียสิ้นว่าใช้กำลังทหารและใช้กระสุนจริงระหว่างการสลายการชุมนุม หรือเข้าใจว่า การให้สัมภาษณ์แบบนั้นเป็นผลดีกับประเทศ จนบัดนี้ คนยังงงไม่หายว่า ทำไมจอมปาฐกถาถึงชกผิดฟอร์มขนาดนั้น" นายอนุสรณ์ กล่าว

 

 

 

"หมวดเจี๊ยบ"ย้ำปาฐกถา"นายกฯ"แสดงจุดยืนประชาธิปไตยไทย ชี้ฝ่ายค้านร่อนจม.ไปยังองค์กรต่างๆเป็นสิทธิ์ทำได้

                

                ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า จุดยืนในการปาฐกถาเวทีประชาคมประชาธิปไตยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในด้านประชาธิปไตยของประเทศไทย และมีประโยชน์ในเรื่องของการล้มล้างมลทินของไทย ซึ่งในอดีตไม่ได้รับการยอมรับและถูกประณามจากประชาคมโลกโดยเฉพาะเวทีที่เกี่ยวข้องกับประชาธิปไตย เนื่องจากรัฐบาลเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา มีการเข้าสู่กระบวนการอำนาจอย่างไม่เป็นไปตามวิถีประชาธิปไตย และได้อำนาจมาจากการยึดอำนาจ ซึ่งเนื้อหาในการปาฐกถาของนายกฯเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่มีใครสามารถตบตาชาวโลกได้

                ร.ท.หญิง กล่าวต่อว่า ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์จะเคลื่อนไหวทำจดหมายชี้แจ้งไปยังองค์กรต่างๆ ถือเป็นสิทธิที่จะทำได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ทราบว่าประชาคมโลกมีความเข้าใจความเป็นไปที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างลึกซึ้งมานานแล้ว โดยเฉพาะเบื้องหลังการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งมีการโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร การปราบปรามประชาชนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ลองถามตัวเองว่า เคยได้รับเชิญไปร่วมในเวทีสำคัญ หรือได้รับเชิญไปเวทีที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยหรือไม่ และขอให้นายอภิสิทธิ์หยุดบิดเบือนเรื่องการปาฐกถาของนายกฯ ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวได้แล้ว เพราะเจตนาของนายกฯคือ การแสดงให้โลกเห็นว่าประเทศไทยมีการพัฒนาที่จริงจังทางประชาธิปไตย เป็นเรื่องของส่วนรวมและเป็นความต้องการของคนในประเทศ สุดท้ายขอให้พรรคประชาธิปัตย์เดินออกมาจากกะลาที่ครอบอยู่ได้แล้ว