ข่าว

'กรณ์'นำถล่มเงินกู้2ล้านล้านส่อทุจริต

'กรณ์'นำถล่มเงินกู้2ล้านล้านส่อทุจริต

30 เม.ย. 2556

'กรณ์'ถล่มเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ส่อทุจริต อัดราคาสูงกว่ายุครัฐบาลอภิสิทธิ์กว่า70% โชว์'ข้าวขึ้นรา'โผล่ร้านถูกใจย่านบางพลัด แฉรัฐบาลเร่งระบายข้าวด้อยคุณภาพ 7 แสน

               30 เม.ย.56 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ​กรรมาธิการพิจารณาร่าง พรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท แถลงว่า พบความไม่ชอบมาพากลหลายอย่างในแผนกู้เงินของรัฐบาล​ ไม่ว่าจะเป็นความไม่พร้อมในส่วนของตัวโครงการ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงยังไม่มีการศึกษาความคุ้มค่า ไม่มีความชัดเจนในเรื่องเส้นทาง ​รวมทั้งส่อเค้าว่าจะเกิดการทุจริตในหลายประเด็นทั้งงบการศึกษาและโครงการต่างๆ ที่มีจัดงบไว้หลายหมื่นล้านบาท นอกจากนี้ อาจมีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนจากที่มีการบัญญัติไว้ในมาตรา 6 วรรค 2 ของกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่เปิดช่องให้กระทรวงการคลังปล่อยกู้ต่อให้หน่วยงานของรัฐได้ โดยมีการนิยามความหมายของหน่วยงานรัฐคือ บริษัทที่อาจจัดตั้งขึ้นใหม่ซึ่งจะมีเอกชนร่วมทุน 49 % โดยบริษัทเอกชนเหล่านี้เข้าข่ายได้รับเงินกู้ต่อจากรัฐบาลในอัตราดอกเบี้ยเดียวกับที่รัฐบาลกู้ยืมมา และอาจไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย

               นายกรณ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือแทนที่เงินกู้นี้จะใช้โดยรัฐบาลแต่เอกชนจะได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยต่ำ แต่คนเป็นหนี้คือ ประชาชนคนไทยทุกคน ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมกับคนไทย ตรงนี้ต้องระมัดระวัง เพราะสุดท้ายผู้ร่างกฎหมายต้องปิดช่องโหว่ไม่ให้มีความเป็นไปได้ในอนาคตที่จะทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ในรูปผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกิดขึ้น

                “ น่าเป็นห่วงที่รัฐบาลเริ่มตีความว่ากฎหมายกู้เงินนี้ เดิมบอกเป็นโครงการที่มีระยะเวลา 7 ปี ไม่ได้หมายถึงการสร้างโครงการให้แล้วเสร็จภายใน 7 ปี แต่อาจเป็นเพียงแค่การทำสัญญาลงนามกู้เงินเท่านั้้น และไม่มีความชัดเจนเลยว่าโครงการที่วางไว้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายใน 7 ปี สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่ผิดวินัยการคลัง อีกทั้งการระบุว่าจะใช้หนี้ได้ภายใน​ 50 ปีก็จะเป็นไปไม่ได้ “นายกรณ์ กล่าว

               ด้านนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พบการบิดเบือนข้อมูลโดยผลการศึกษารถไฟความเร็วสูงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจเส้นทางกรุงเทพ -หนองคาย ให้ผลตอบแทนสูงสุดส่วน เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่อยู่อันดับที่ 4 ต่างกันถึง 4.18% แต่รัฐบาลเลือกสร้าง เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ก่อนเป็นอันดับแรก ทั้งที่ต้องเลือกเส้นทางกรุงเทพ - หนองคายก่อน

                นายสามารถ กล่าวต่อว่า เมื่อเปรียบเทียบมูลค่าโครงการก็แพงกว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ทุกรายการ โดยสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ราคาเฉลี่ยกิโลเมตรละประมาณ 300 ล้านบาท รวมทุกอย่างแล้ว ทั้งค่าเวนคืน ค่าขบวนรถ ค่าอาณัติสัญญาณ และค่าที่ปรึกษา แต่เวลาผ่านไปไม่ถึง 3 ปี ราคานี้กลับกระโดดสูงขึ้นในทุกเส้นทาง คือ ค่าก่อสร้างเส้นทางกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ เพิ่มจาก 308 ล้านบาท/กม. เป็น 521 ล้านบาท/กม. หรือเพิ่มขึ้นถึง 69% เส้นทางกรุงเทพฯ - นครราชสีมา เพิ่มจาก 378 ล้านบาท/กม. เป็น 666 ล้านบาท/กม. หรือเพิ่มขึ้นถึง 76% ทั้งที่เวลาผ่านไปไม่ถึง 3 ปีเท่านั้น

               ด้านนายวิฑูรย์ นามบุตร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เงินกู้​ 2 ล้านล้านบาท โครงการส่วนใหญ่ไม่มีความพร้อม​ ไม่มีการออกแบบ สำรวจสิ่งแวดล้อม ความเหมาะสมแต่อย่างใด ควรชะลอเงินกู้ในครั้งนี้ เพราะส่อไปในทางทุจริตด้วย โดยเฉพาะเรื่องค่าที่ปรึกษาที่สูงมาก รวมประมาณ 6 หมื่นล้านบาท มากกว่างบของหลายกระทรวง บางโครงการเฉพาะค่าปรึกษาโครงการเดียวสูงถึง 7,000 ล้านบาทคือ รถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ มากกว่างบกระทรวงวิทยาศาสตร์เเละเทคโลโลยีและกระทรวงพาณิชย์ทั้งกระทรวง และในวงการมีข่าวการวิ่งเต้นว่าบริษัทไหนจะได้เป็นที่ปรึกษาต้องจ่ายค่าต๋ง 50 % จึงทำให้ค่าจ้างที่ปรึกษาสูงกว่าที่ควรจะเป็น ถ้าระงับได้จะเป็นประโยชน์สำหรับประชาชนมากที่สุด

                

 

 

 

 

"มัลลิกา"โชว์"ข้าวขึ้นรา"โผล่ร้านถูกใจย่านบางพลัด แฉรัฐบาลเร่งระบายข้าวด้อยคุณภาพ 7 แสนตัน

 

                  น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำข้าวเน่าที่มีการบรรจุถุงขายในร้านถูกใจย่านบางพลัด มาแถลงต่อสื่อมวลชนว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่ซื้อข้าวถุงจากร้านถูกใจไปแต่กลับได้ข้าวเน่าที่อยู่ในสภาพขึ้นราอย่างชัดเจน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้นำข้าวจากโครงการรับจำนำมาระบายผ่านข้าวถุง โดยพบว่า กรมการค้าภายในและองค์การคลังสินค้า เป็นผู้ดำเนินการระบายข้าวถุงผ่านร้านถูกใจและของบประมาณทั้งสิ้นเกือบ 2 พันล้านบาท คาดว่าจะของบประมาณจากครม.อีก 190 ล้านบาท

                "ในเบื้องต้นมีการส่งให้ร้านค้า 5 แสนถุง ข้าวขาว 4 แสนถุง และข้าวเหนียว 1 แสนถุง ให้กับร้านถูกใจกว่า 7 พันแห่ง นอกจากนี้ มีข้อมูลจากกรรมาธิการการเกษตรฯวุฒิสภาว่า รัฐบาลทำรูปแบบข้าวบรรจุถุงป้อนให้ร้านค้าถูกใจและร้านธงฟ้าของกระทรวงพาณิชย์ และบางส่วนเอาไปแจกฟรีให้กับชาวบ้าน รวมทั้งมีการระบายผ่านกรมราชทัณฑ์ รวมหมดประมาณ 7 แสนตัน และยังพบว่า อาจมีการทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยมี 3 บริษัทเอกชนเกี่ยวข้องกับการระบายข้าวถุงของรัฐบาล คือ ร่มทอง สยามรักษ์ คอนไซเทรดดิ้ง ซึ่งทั้งหมดมีผลประกอบการขาดทุนแต่ทำไมจึงเข้ามาร่วมค้ากับกระทรวงพาณิชย์ได้ โดยขั้นตอนก่อนการระบายข้าวพบว่า 3 บริษัทนี้ถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีการแบ่งผลประโยชน์กับนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับเจ๊ ด.หรือไม่ เพราะการระบายข้าวดังกล่าวขายถุงละ 70 บาท แต่ต้นทุนไม่เกิน 14 บาท จึงต้องตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป"รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

                ด้าน น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในหลายหมู่บ้าน ว่า ในช่วงสงกรานต์มีนักการเมืองที่เป็นรัฐมนตรีภาคเหนือตอนล่างมอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจกข้าวถุงให้กับประชาชน ซึ่งบรรจุถุงละ 5 กก.ซึ่งปรากฏว่า เป็นข้าวเน่าให้ประชาชน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นแสดงว่า มีข้าวเน่าในโครงการรับจำนำและขอตั้งข้อสังเกตถึงการจ่ายค่าปรับปรุงข้าวก่อนบรรจุถุงในราคา 26 บาทต่อถุงว่า น่าจะมีการทุจริตเกิดขึ้น เพราะหากมีการปรับปรุงข้าวจริงจะไม่เกิดปัญหาเช่นนี้ จึงมีความเป็นไปได้ที่บริษัทที่ได้รับงานปรับปรุงข้าวจากกระทรวงพาณิชย์จะไม่ได้ปรับปรุงข้าวจริงจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบเรื่องนี้ และต้องมีการตรวจสอบคุณภาพข้าวถุงทั้งหมดที่แจกชาวบ้านว่ามีเชื้อราที่เป็นอันตรายต่อประชาชนหรือไม่ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน เนื่องจากในขณะนี้พบว่ามีการนำข้าวรังหนอนมาบรรจุถุง เท่ากับรัฐบาลไม่ได้ใส่ใจชีวิตประชาชน

                "และขอเรียกร้องไปยังนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ออกมาชี้แจงว่าทำไมปล่อยให้ประชาชนต้องกินข้าวเน่า ผมเห็นว่ารัฐบาลโกหกประชาชนมากเกินไปแล้ว"นพ.วรงค์ กล่าว

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการแถลงข่าว น.พ.วรงค์ ยังได้เปิดคลิป ชาวบ้าน หมู่ 2 ตำบลบึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่ได้รับแจกข้าวบรรจุถุงละ 5 กิโลกรัม เขียนกำกับไว้ว่า “ด้วยความห่วงใยและปรารถนาดีจากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ตามโครงการข้าวสารช่วยเหลือประชาชน ประทับตรา อตก. และกระทรวงเกษตรฯ” มาเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน มีเนื้อหาโดยรวมแสดงถึงความรู้สึกอัดอั้นตันใจของชาวบ้านที่ได้รับข้าวเน่า และตั้งคำถามถึงนายกรัฐมนตรีว่า “เอาข้าวเน่ามาให้ประชาชนกินทำไม ขนาดหมายังไม่กินเลย แล้วนายกฯกินได้ไหม ไปถามนายกฯหน่อย ถ้านายกฯกินได้ ประชาชนก็กินได้ แต่ถ้ากินไม่ได้ประชาชนก็กินไม่ได้ ถามนายกฯปูเอามาให้คนกินหรือให้หมากิน ชาวบ้านเป็นคนไม่ใช่หมา” ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวในคลิปที่ นพ.วรงค์ นำมาเปิดให้สื่อมวลชนได้รับชม