ข่าว

'บังกลาเทศ'ปัดความช่วยเหลือกู้ภัย!

'บังกลาเทศ'ปัดความช่วยเหลือกู้ภัย!

30 เม.ย. 2556

รัฐบาลบังกลาเทศ ยืนยันไม่ขอรับความช่วยเหลือจากต่างชาติ ในการกู้ภัยบรรเทาทุกข์ในเหตุการณ์ตึก 8 ชั้นพังถล่มที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 398 คน

 

                           30 เม.ย. 56  นายมุฮุดดิน ข่าน อลัมกีร์ รัฐมนตรีมหาดไทยของบังกลาเทศ เปิดเผยว่า รัฐบาลมั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับวิกฤติครั้งนี้ได้และที่ผ่านหน่วยงานกู้ภัยฉุกเฉินก็ปฏิบัติงานได้อย่างดีเยี่ยม และยืนยันว่าขณะนี้มีจำนวนเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากเพียงพอ รวมทั้งกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่าสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้มากกว่าที่ทีมกู้ภัยนานาชาติเคยทำได้ในเหตุการณ์คล้ายกัน

                           ทีมกู้ภัยสามารถช่วยเหลือประชาชนออกจากซากตึกสูง 8 ชั้นในแถบชานกรุงธากาได้มากถึง 2,773 คนและกู้ศพผู้เคราะห์ร้ายได้ 398 คนแล้ว และเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่เริ่มเคลียร์ซากแท่งคอนกรีตและเหล็กของอาคารเพื่อหาศพแทนการค้นหาผู้รอดชีวิตแล้ว คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก โดยกู้ศพได้อีก 2 รายเมื่อวาน

                           ขณะที่เจ้าของอาคาร รานา พลาซ่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตเสื้อผ้า 5 แห่งถูกนำตัวขึ้นศาลโดยต้องสวมเสื้อเกราะกันกระสุนและหมวกนิรภัยเพื่อป้องกันการถูกรุมประชาทัณฑ์ในภาวะที่ฝูงชนต่างโกรธแค้นต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น เนื่องจากเขายืนยันว่าตึกยังปลอดภัยทั้งที่มีการตรวจพบรอยแตกร้าวของตึกเพียงหนึ่งวันก่อนตึกพังถล่ม  ศาลได้สั่งฝากขังนายโมฮัมเหม็ด โซเฮล รานา เจ้าของตึกไว้ 15 วันเพื่อสอบสวน จนถึงขณะนี้มีผู้ถูกจับกุมตัวในคดีนี้รวม 8 คน ซึ่งรวมถึง เจ้าของตึกและพ่อ เจ้าของโรงงานผลิตเสื้อผ้า 4 คน และวิศวกร 2 คน และตำรวจกำลังตามหาเจ้าของโรงงานอีกหนึ่งคนซึ่งเป็นชาวสเปน

                           ขณะเดียวกันคณะรัฐมนตรีมีคำสั่งเมื่อวานให้ดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของโรงงานผลิตเสิ้อผ้าทุกแห่งทั่วประเทศ หลังจากมีรายงานว่าตึกที่เกิดเหตุมีการต่อเติมตึกอย่างไม่ถูกต้องและใช้วัสดุก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน

                           นอกจากนี้บรรดาผู้ผลิตในอุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปของบังกลาเทศประชุมร่วมกับผู้แทนของบริษัทแฟชั่นและห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ของโลกราว 30 รายในกรุงธากาเมื่อวานเพื่อหาทางปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยของโรงงาน และผู้ผลิตบังกลาเทศเรียกร้องให้บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ทำธุรกิจร่วมกันต่อไป หลังวิตกว่าเหตุตึกถล่มจะทำให้บริษัทเหล่านี้หันไปว่าจ้างผู้ผลิตในประเทศอื่น

 

'ไพร์มาร์ค' เสนอจ่ายชดเชยเหยื่อตึกถล่ม

 

                           ไพรมาร์ค ร้านจำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นสำเร็จรูปหลากหลายแบรนด์ ซึ่งมีบริษัทแม่อยู่ในสหราชอาณาจักร ได้เสนอจะจ่ายเงินชดเชยให้แก่เหยื่อที่เป็นคนงานของโรงงานที่เป็นซัพพลายเออร์ผลิตเสื้อผ้าให้ อยู่ในอาคารขนาด 8 ชั้น ในกรุงธากา ของบังกลาเทศ ที่พังทรุดตัวลงมา เมื่อวันพุธที่แล้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 300 คน

                           มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 380 คน ในหายนะที่เกิดขึ้นกับอาคารแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปป้อนให้กับบริษัทค้าปลีกของตะวันตก ซึ่งในจำนวนนี้คือยี่ห้อ นิว เวฟ สไตล์ ที่ป้อนให้กับไพร์มาร์ค

                           ไพร์มาร์ค ซึ่งเป็นของบริษัท แอสโซซิเอท บริติช ฟู้ดส์ ระบุเมื่อวันจันทร์ว่า กำลังอยู่ระหว่างการทำงานเพื่อเข้าถึงความต้องการของเหยื่ออาคารถล่มให้เร็วที่สุด เช่น ช่วยเหลือด้านอาหารเป็นการฉุกเฉิน และยังจะจ่ายค่าชดเชยให้กับพวกที่ทำงานอยู่ในโรงผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปให้กับไพร์มาร์ค รวมถึงความช่วยเหลือระยะยาวแก่เด็ก ๆ ที่สูญเสียพ่อแม่ , ช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้บาดเจ็บ และจ่ายชดเชยให้ครอบครัวที่สูญเสีย

                           หายนะที่เกิดขึ้น ได้เรียกความสนใจจากนานาชาติ ในประเด็นสภาพความปลอดภัยในอุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปของบังกลาเทศ และไพร์มาร์ค ได้ชื่อว่าเป็นร้านค้าปลีกรายแรกที่รับปากว่าจะจ่ายค่าชดเชย ซึ่งอาคารแห่งนี้ เป็นโรงงานผลิตเสื้อผ้าส่งร้านค้าปลีกอีกหลายแห่ง ทำให้มีเสียงเรียกร้องให้ร้านค้าปลีกอื่น ทำตามไพร์มาร์ค ซึ่งมีรายงานว่า ร้านล็อบลอว์ของแคนาดา ก็ประกาศเช่นกันว่า จะจ่ายเงินชดเชยให้ผู้เคราะห์ร้าย

                           ก่อนหน้านี้ มีเอกสารและแหล่งข่าวทางการทูต ระบุว่า กระทรวงต่างประเทศและกระทรวงมหาดไทย ต่างไม่ยอมรับข้อเสนอให้ความช่วยเหลือจากสหราชอาณาจักร เนื่องจากเกรงว่าจะทำลายความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ และการพยายามรักษาหน้าในครั้งนี้ เชื่อว่า จะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจชาวบังกลาเทศ

                           เมื่อสหประชาชาติ ทราบเรื่องจำนวนของคนที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร ได้มีการหารือกับบรรดานักการทูตตะวันตก เพื่อประเมินความช่วยเหลือ และได้มีการลงความเห็นว่า ควรจะส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยและรถยกไปช่วย รวมถึงปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยจากนานาประเทศ รวมทั้งสหราชอาณาจักร แต่กลับได้รับการปฏิเสธจากบังกลาเทศ และหันไปใช้อาสาสมัครในประเทศ ที่ปราศจากชุดป้องกัน ส่วสใหญ่สวมรองเท้าแตะ และยังมีรายงานว่าแพทย์ต้องมอบหมายให้อาสาสมัครที่เป็นคนงานโรงงาน ตัดมือของผู้รอดชีวิตคนหนึ่ง เพื่อจะได้ดึงตัวเธอออกมาจากซากคอนกรีตได้ คนงานส่วนหนึ่ง เอาชีวิตรอดท่ามกลางอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียสได้ ด้วยการดื่มปัสสาวะตัวเอง

                           ตอนแรก เจ้าหน้าที่คิดจะใช้เครื่องจักรกำจัดซากอาคาร เนื่องจากลงความเห็นว่า คงไม่มีผู้ที่รอดชีวิตเกิน 72 ชั่วโมง แต่หลังจากถูกทักท้วงและต่อว่าจากญาติผู้เคราะห์ร้าย จึงได้ปฏิบัติการค้นหาต่อ และพบผู้รอดชีวิตเพิ่ม และได้ยินเสียงร้องของผู้ที่ยังติดอยู่ดังระงม ทางการอังกฤษ ระบุว่า  แม้แต่ข้อเสนอให้คำปรึกษาด้านเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ทางการบังกลาเทศก็ไม่ยอมรับ

 

 

---------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)