ข่าว

'พท.'ฉุน!ปัดให้ท้ายแดงไล่ศาลรธน.

'พท.'ฉุน!ปัดให้ท้ายแดงไล่ศาลรธน.

30 เม.ย. 2556

'อนุสรณ์'แจงถ้าสั่งม็อบหน้า'ศาลรธน.'ได้ สั่งให้เลิกชุมนุมแล้ว พร้อมจี้'อภิสิทธิ์'เลือกให้ชัดอยู่ข้าง'ปชต.'ก้าวหน้าหรือ'อำมาตย์'ล้าหลัง

                30 เม.ย.56 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดง และกลุ่มวิทยุสื่อสารประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ชุมนุมที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญว่า ไม่มีใครในพรรคเพื่อไทยหรือฝ่ายประชาธิปไตยก้าวหน้าไปให้ท้ายคนเสื้อแดงกดดันตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา รัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่ได้ต้องการโค่นล้มอำนาจตุลาการ เป็นเพียงแค่การใช้สิทธิในการชุมนุมของประชาชนตามหลักการในรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ตราบใดที่ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ แต่ถ้าผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลพื้นที่ก็ดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ไม่ให้มีการเผชิญหน้า และห้ามเข้าไปในเขตศาลในทุกกรณี

                "ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศจับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น อาจจะมาจากสถานการณ์ยั่วยุ และน่าเป็นห่วงกระแสข่าวที่ว่า บางฝ่ายมีการระดมกำลังจากกลุ่มต่างๆ เข้ามาต่อต้าน ประกาศระดมคนมาเผชิญหน้าและให้กำลังใจศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องระมัดระวัง ความจริงการชุมนุมครั้งนี้เท่าที่เขาประกาศจะไม่ยืดเยื้อ แต่พอคู่ขัดแย้งต่างๆ ยั่วยุกันเลยมีการยกระดับ วันนี้ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยก้าวหน้าขอได้ คงขอให้หยุดไปนานแล้ว แต่ความจริง ไม่มีใครมีสิทธิ์ไปบังคับพลังมวลชนอันบริสุทธิ์ได้ ซึ่งทำได้เพียงดูแลไม่ให้มีเหตุการณ์รุนแรงและไม่ให้มีการเผชิญหน้าแบบม็อบชนม็อบ" นายอนุสรณ์ กล่าว

               
 

 

 จี้"อภิสิทธิ์"เลือกให้ชัดอยู่ข้าง"ปชต."ก้าวหน้าหรือ"อำมาตย์"ล้าหลัง

 

               นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปปาฐกถาพิเศษในการประชุมประชาคมประชาธิปไตยที่ประเทศมองโกเลียแล้ว อยากให้แยกให้ออกระหว่างการเป็นน้องสาวและการเป็นนายกรัฐมนตรีว่า เห็นชัดเจนว่าบทบาทในฐานะผู้นำของประเทศที่นานาชาติยอมรับระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับนายอภิสิทธิ์ นั้นผิดกันมาก เทียบกันเดือนต่อเดือน ครั้งต่อครั้ง ทั้งการไปเยือนต่างประเทศ การมีโอกาสต้อนรับผู้นำประเทศต่างๆ ผิดกันไกล ผู้นำสำคัญๆ ของโลกมาเยือนกันหมด น.ส.ยิ่งลักษณ์ เหนือกว่าเยอะ

                "การออกมาตั้งข้อสังเกตของ นายอภิสิทธิ์ อาจจะน้อยใจที่ตอนเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ค่อยได้ไปไหน และใครๆ ก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญมาเยือน ซึ่งต้องเข้าใจเรื่องก่อนว่า ไม่ใช่อยู่ดีๆ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ลุกขึ้นพูดเรื่องนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปปาฐกถาพิเศษในการประชุมประชาคมประชาธิปไตย จึงจำเป็นต้องมองปัญหาประชาธิปไตยในประเทศไทยอย่างเข้าใจ ต้องมีการพูดเรื่องปัญหาการทำรัฐประหารปี 2549 การปล้นเสรีภาพประชาชน ล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้เกิดการชุมนุม นำมาซึ่งความสูญเสียถึง 91 ศพ และนำเสนอว่าคาดหวังจะเห็นความปรองดองเกิดขึ้นในประเทศไทย" นายอนุสรณ์ กล่าว

                 นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ต้องพูดถึงรัฐธรรมนูญ 2550 ว่า จำกัดความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งไม่มีอะไรเสียหายเลย ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ น่าจะเข้าใจ ไม่ใช่พอได้ประโยชน์จากการทำรัฐประหารจากรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ ก็ทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์ระบบเหล่านั้น ทุรนทุรายทุกครั้งที่ได้ยินว่าใครจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้ปัจจุบัน คมช.จะยุติการบริหารประเทศ แต่มรดกบาป ทายาทอสูรยังคงดำเนินอยู่ กัดกร่อนประชาธิปไตยแบบฆาตกรต่อเนื่อง นายอภิสิทธิ์ อย่ามัวเหนียมอาย เพราะวันนี้ทุกฝ่ายในประเทศไทยเปลือยสถานะกันออกมาสู้หมดแล้ว แยกออกเป็น 2 ฝ่ายชัดเจนคือ ฝ่ายประชาธิปไตยก้าวหน้ากับอำมาตย์ล้าหลัง หรือทำใจไม่ได้ทุกครั้งที่ใครเอ่ยชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แสดงว่าถ้าใครต้องการจะอธิบาย ผู้ได้รับผลกระทบหรือตกเป็นเหยื่อจากรัฐประหารเป็นใครก็ได้ แต่ห้ามยกชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ