ข่าว

'อันวาร์'มั่นใจลูกสาวชนะลต.มาเลย์

'อันวาร์'มั่นใจลูกสาวชนะลต.มาเลย์

30 เม.ย. 2556

ผู้นำฝ่ายค้านมาเลเซียมั่นใจ บุตรสาวจะล้มยักษ์ได้แน่ในการเลือกตั้งล่าสุดที่ต้องเจอกับรัฐมนตรีที่ร่ำรวยและเพียบพร้อม ชูนโบายหาเสียงโค่นรบ. แก้ปัญหาศก. ให้เสรีภาพ

 

                           30 เม.ย. 56  การเลือกตั้งทั่วไปในมาเลเซีย ที่กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ มีคู่ต่อสู้ที่เปรียบเสมือนเดวิดกับโกไลแอท ในเขตเลือกตั้งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ จากการที่นารุล อิซซาห์ อันวาร์ บุตรสาวของนายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำพันธมิตรฝ่ายค้าน " ภาคีประชาชน " (Pakatan Rakyat) ท้าชนกับตัวแทนของฝ่ายรัฐบาลที่เพียบพร้อมไปด้วยเงินและอำนาจ ซึ่งนายอันวาร์ เชื่อว่า บุตรสาวคนโตของเขา จะต้องเจอกับการต่อสู้ที่ยากลำบากที่รออยู่เบื้องหน้า

                           นายอันวาร์ กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวที่เพทาลิง จายา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ว่า นารุล อิซซาห์ จะต้องทำงานหนักเป็นทวีคูณเพื่อเผชิญกับคู่ต่อสู้ ที่รัฐบาลสนับสนุนทั้งเงิน และสารพัดเครื่องมือ ทั้งที่ตัวเขาก็มีฐานะมั่งคั่งอยู่แล้ว แต่เขาก็เชื่อว่า ลูกสาวของเขาพร้อมที่จะเผชิญความท้าทายเพื่อรักษาเก้าอี้ของเธอไว้

                           นารุล ซึ่งเป็น ส.ส.เขตเลมบาห์ พันไท กำลังเผชิญความท้าทายจากคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างนายราชา นอง ชิค ไซนัล อาบิดิน รัฐมนตรีพัฒนาเมืองและเขตแดนของรัฐบาลกลาง ซึ่งถูกล็อบบี้ให้ลงสมัครชิงเก้าอี้กับนารุล ตั้้งแต่ยุบสภา ซึ่งเขามีความพร้อมในฐานะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในมือ ประกาศแก้ปัญหาเรื้อรังในเลมบาห์ เพนไท ที่ยืดเยื้อมายาวนานหลายทศวรรษ ตั้งแต่สมัยที่พรรคบาริซาน นาเซียนัล ครองเก้าอี้อยู่

                           แต่นารุล ก็ไม่ใช่ไก่อ่อนที่ด้อยประสบการณ์ เพราะเธอเคยได้รับฉายาแจ็คผู้ฆ่ายักษ์มาแล้วตอนที่ชนะการเลือกตั้ง เมื่อปี 2551 โดยเอาชนะนายชาห์ริซัท อับดุล จาลิล ที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในขณะนั้น

                           นารุลและนายนอง ชิค ต้องต่อสู้กันในเขตที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลย์ ที่พรั่งพร้อมไปด้วยป้ายโปสเตอร์หาเสียง และธงประจำพรรค ที่ผู้สมัครทั้งสองต่างมีตารางเดินสายหาเสียงที่แน่นขนัด / ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การที่ฝูงชนแห่แหนมาเป็นจำนวนมาก ไม่ได้เป็นตัววัดเสียงสนับสนุนที่แท้จริง เช่นเดียวกับนายอันวาร์ ที่มองว่า การออกมาเป็นจำนวนมากของประชาชนในกัวลาลัมเปอร์ ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดเสียงสนับสนุน และไม่มีความเกี่ยวข้องกันระหว่างฝูงชนจำนวนมาก กับคนที่จะออกไปใช้สิทธิ์เพราะสนับสนุนผู้สมัครอย่างแท้จริง

                           เขาชี้ว่า ฝูงชนที่ออกมาดูจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามมีความมั่นใจ แต่นั่นเป็นเพราะพรรคของเขาไม่ได้จัดรถเมล์ฟรี อาหารฟรี และไม่ได้ให้เงิน เหมือนกับอีกฝ่ายหนึ่งทำ คนที่สนับสนุนพรรคของเขามาด้วยใจและความต้องการของตัวเอง เขาบอกด้วยว่า นโยบายหาเสียงที่สำคัญยิ่งกว่า คือการเคาะประตูบ้าน

                           พันธมิตรพรรคฝ่ายค้าน ภาคีประชาชน หรือ ปากาตัน รัคยัต ของนายอันวาร์ ประกอบด้วยพรรคยุติธรรมประชาชน (พีเคอาร์) พรรคกิจประชาธิปไตย (ดีเอพี) พรรคอิสลามแห่งมาเลเซีย หรือ ปาส

 

ชูนโบายหาเสียงโค่นรัฐบาล แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ให้เสรีภาพพลเมือง

 

                           นายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำพันธมิตรฝ่ายค้าน ภาคีประชาชน หรือ ปากาตัน รัคยัต  ซึ่งเป็นการจับมือกันของ 3 พรรค ประกอบด้วย พรรคยุติธรรมประชาชน หรือ พีเคอาร์ พรรคกิจประชาธิปไตย หรือ ดีเอพี และพรรคอิสลามแห่งมาเลเซีย หรือ ปาส ได้ชูโนบายหาเสียง อำนาจเป็นของประชาชน และอำนาจจะไม่อยู่กับพรรครัฐบาล บาริซาน นาเซียนัล อีกต่อไป

                           ขณะที่เหลือเวลาอีก 6 วัน ก็จะถึงการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 13 ของมาเลเซีย นายอันวาร์ แกนนำพรรคฝ่ายค้านคนสำคัญ กล่าวว่า เขามีความหวังที่จะเห็นชัยชนะมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยดูจากเสียงตอบรับจากผู้ที่ออกไปร่วมชุมนุมสนับสนุนฝ่ายค้านในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ก็ยอมรับว่า การออกมาของฝูงชนจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่า จำนวนของฝูงชนที่ออกมาคือคะแนนเสียงและเขาก็ของวิงวอนให้ผู้สนับสนุนอย่ามั่นใจมากเกินไปและต้องทำงานหนักเป็นทวีคูร

                           นายอันวาร์ ทราบดีว่า การไปร่วมชุมนุมของฝูงชนเป็นจำนวนมาก ไม่ได้เป็นหลักประกันเรื่องคะแนนเสียง แต่มันก็สะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุน ซึ่งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ภาคีประชาชนสามารถเรียกคนไปฟังการหาเสียงได้จำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ มีคนหลายพันคน หลั่งไหลไปที่ปุตราจายา เพื่อดูหน้า นายนิค อับดุล อาซิซ นิค มัต ผู้นำของพรรคปาส ที่ไปแสดงการสนับสนุนนายฮูซัม มูซา ผู้สมัครของพรรคปาส

                           นายอันวาร์  กล่าวว่า พันธมิตรฝ่ายค้าน ได้ประนามการกระทำที่รุนแรง ที่เกิดขึ้นในระหว่างการรณรงค์หาเสียง ที่กำลังเข้มข้นก่อนถึงวันที่ 5 พฤษภาคม พร้อมกับเตือนว่า ผู้สนับสนุนพันธมิตรฝ่ายค้าน จะต้องอดกลั้น ไม่ตอบโต้ต่อการถูกยั่วยุจากฝ่ายตรงข้าม

                           นายอันวาร์ และพันธมิตรฝ่ายค้าน ยังได้ให้สัญญาว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อเอาชนะพรรครัฐบาล ที่ครองอำนาจมานานถึง 56 ปี ด้วยการเสนอนโยบายเศรษฐกิจแนวใหม่ที่จะลบล้างนโยบายแบบเดิมที่อาศัยพื้นฐานด้านเชื้อชาติและใช้มายาวนานหลายสิบปี ที่เชื่อว่าเป็นตัวหล่อเลี้ยงการคอรัปชั่นและขัดขวางการเติบโตของเศรษฐกิจ

                           นายอันวาร์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลัง ผู้นำภาคีประชาชนที่ประกอบด้วย 3 พรรค ระบุด้วยว่า ภาคธุรกิจของมาเลเซียไม่อาจดำเนินไปอย่างปกติได้ ตราบใดที่ยังยึดนโยบายเอื้อประโยชน์ให้กับชาวมาเลย์ ที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการประกอบธุรกิจ , งาน หรือการศึกษา ที่นอกจากจะทำให้เกิดการแบ่งขั้วแล้ว ยังทำลายการแข่งขันทางเศรษฐกิจอีกด้วย

                           แม้ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงสิบปีที่ผ่านมา แต่ค่าครองชีพของมาเลเซีย ซึ่งได้ชื่อว่ามีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็เพิ่มตามไปด้วย และแซงหน้าอัตราค่าแรง ที่ยังตามหลังบรรดาเพื่อนบ้าน เช่น ไต้หวันและเกาหลีใต้ ขณะที่นโยบายที่เน้นเรื่องเชื้อชาติ ก็ยิ่งทำให้เกิดสมองไหล การคอรัปชั่นกลายเป็นเรื่องปกติ และการขาดดุลงบประมาณที่เรื้อรังมาถึง 15 ปี ก็ยิ่งทำให้หนี้สาธารณะพอกพูนขึ้นด้วย

                           นายอันวาร์ และพันธมิตรฝ่ายค้าน ยังสัญญาด้วยว่า จะยกเลิกระบบผูกขาดในภาคต่าง ๆ เช่น โทรคมนาคมสื่อสาร การกำหนดราคาข้าวและน้ำตาล จะตรวจสอบโครงการที่ต้องสงสัยของรัฐบาล ยกเลิกค่าผ่านทาง ลดภาษีเพื่อให้รถยนต์ราคาถูกและให้เสรีภาพแก่พลเมืองมากยิ่งขึ้น

                           นายอันวาร์และพันธมิตรฝ่ายค้าน ผงาดบนเวทีการเมืองอีกครั้ง ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2551 ด้วยการกวาดที่นั่ง 1 ใน 3 ในสภาผู้แทนราษฎร และยึดฐานเสียงเพิ่มอีกหลายรัฐ ส่งผลกระทบครั้งใหญ่หลวงที่สุดสำหรับพรรคผสม บาริซาน นาเซียนัล ของนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค นับตั้งแต่แยกตัวเป็นเอกราชจากอังกฤษ เมื่อปี 2500 และยังถูกรุมเร้าด้วยปัญหาการคอร์รัปชั่นและการเลือกปฏิบัติทางเชื้่อชาติและศาสนา ทำให้เกิดปัญหาสมองไหล จากรายงานเมื่อปี 2554 ของธนาคารโลก ชี้ว่า วิกฤติสมองไหลของมาเลเซียเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ จากการที่พลเมืองมากกว่า 1 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยชาวจีน พากันไปอาศัยอยู่ในสิงคโปร์และประเทศอื่น ๆ ที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า เนื่องจากเบื่อหน่ายการบริหารประเทศของรัฐบาลและถูกกีดกันสิทธิพิเศษ ซึ่งการไหลออกของแรงงานมีฝีมือ จะส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อเศรษฐกิจของมาเลเซีย

 

 

---------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)