
ม็อบภัยแล้งร้องเปิดชลประทานดูแลนาปรัง
เดือดร้อน! กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ จ.เชียงราย ร้องทุกข์ผู้ว่าฯ จี้เปิดประตูระบายน้ำ หลังข้าวนาปรังเริ่มแห้งตาย
29 เม.ย.56 ที่ศาลากลาง จ.เชียงราย ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรจากพื้นที่ ต.สันมะเค็ด อ.พาน จ.เชียงราย นำโดยนายอิ่นคำ กรงจักร นายกเทศมนตรี ต.สันมะเค็ด ได้พากันไปร้องทุกข์ต่อนายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้ช่วยเหลือเจรจากับโครงการชลประทานเชียงรายซึ่งดูแลการกักเก็บน้ำและเปิดปล่อยน้ำตามประตูระบายน้ำต่างๆ ตั้งแต่เขื่อนแม่สรวย อ.แม่สรวย ผ่านแม่น้ำลาวในพื้นที่ อ.พาน ให้เปิดประตูระบายน้ำเข้าสู่พื้นที่นาปรังใน ต.สันมะเค็ด เนื่องจากกำลังประสบปัญหาภัยแล้วอย่างหนักจนข้าวนาปรังที่ชาวบ้านปลูกมีความเสี่ยงจะแห้งตายและไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ในที่สุด
นายอิ่นคำ กรงจักร นายกเทศมนตรี ต.สันมะเค็ด กล่าวว่า พื้นที่ ต.สันมะเค็ด และตำบลข้างเคียงอีก 2-3 ตำบลใน อ.พาน ใช้น้ำจากลำน้ำแม่คาวเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะช่วงนาปรังที่มีการปลูกรวมกันกว่า 10,000 ไร่เฉพาะ ต.สันมะเค็ด มีการทำนาปรังกว่า 16 หมู่บ้านจากทั้งหมด 19 หมู่บ้านประชากร 80% ทำนาปรังโดยน้ำแม่คาวจะรับน้ำจากแม่น้ำลาวซึ่งไหลมาจากเขื่อนแม่สรวยอีกต่อหนึ่ง อย่างไรก็ตามพบว่าในปีนี้ไม่มีฝนตกหลังเทศกาลสงกรานต์และพื้นที่ประสบปัญหาความแห้งแล้งอย่างหนัก ชาวบ้านไม่สามารถทดน้ำเข้านาปรังได้เพียงพอแม้จะพยายามขุดบ่อน้ำบาดาลก็ไม่พบน้ำจึงจำเป็นต้องขอผันน้ำจากแม่น้ำลาวเข้าไปยังลำน้ำแม่คาวโดยด่วนไม่เช่นนั้นข้าวอาจจะตายหมด
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ต.สันมะเค็ด ถือว่าอยู่นอกเขตให้บริการชลประทาน ดังนั้นน้ำจากแม่น้ำลาวจึงถูกผันลงไปตามคลองชลประทานผ่าน ต.สันมะเค็ด ลงไปสู่ อ.ป่าแดด ซึ่งอยู่ใต้น้ำจนหมดแม้จะมีประตูเปิดน้ำเข้าสู่ ต.สันมะเค็ด อยู่ 3 จุดที่บ้านท่าฮ่อ บ้านหนองผักจิก และบ้านแม่คาววัง แต่ทางโครงการชลประทานก็ไม่ยอมเปิดให้ ทั้งนี้ที่ผ่านมาเคยไปร้องขอแล้วแต่ไม่ได้ผล ขณะที่พื้นที่ อ.ป่าแดด มีการสร้างอ่างเก็บน้ำเอาไว้รองรับเรียบร้อยเมื่อชาวบ้านไปสำรวจพบมีปริมาณน้ำอยู่มาก ดังนั้นจึงอยากให้เปิดประตูน้ำเข้าสู่ ต.สันมะเค็ด ราว 1 สัปดาห์เพื่อให้ชาวบ้านลืมตาอ้าปากได้บ้างด้วยแต่ถ้าเปิดในช่วงเวลาน้อยกว่านี้ก็คงไม่เพียงพอ ทั้งนี้ในปีนี้ชาวบ้านแห่กันมาปลูกนาปรังมากขึ้น เพราะมีรายได้จากโครงการรับจำนำ เช่น ถ้าปลูก 10 ไร่มีรายได้ประมาณ 100,000 บาท หักต้นทุนก็ยังเหลืออยู่อีก 50,000-60,000 บาทแต่ก็มาเผชิญกับภัยแล้งหนักดังกล่าว
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า หลังได้รับแจ้งผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้ให้เจ้าหน้าที่นำตัวแทนเกษตรกรไปบันทึกคำร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงค์ธรรม จ.เชียงราย เนื่องจากคณะที่ไปไม่มีหนังสือไปยื่นอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้นี้หลังรับแจ้งแล้วทางจังหวัดจะได้หารือกับโครงการชลประทานเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป สำหรับชาวบ้านใน ต.สันมะเค็ด ดังกล่าวได้รวมตัวกันและเตรียมจะไปชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัดหลายร้อยคนแต่ทางจังหวัดได้เจรจาขอให้เฉพาะตัวแทนไปยื่นหนังสือแทน ดังนั้นตัวแทนชาวบ้านระบุว่าหากอีก 2 วันไม่มีการเปิดน้ำให้จะพากันไปชุมนุมเป็นจำนวนมากที่ศาลากลางจังหวัดต่อไป



