
สถาบันคึกฤทธิ์ เชิดชูศิลปินไทยอาวุโส
สถาบันคึกฤทธิ์ เชิดชูศิลปินไทยอาวุโส
สืบเนื่องจาก สถาบันคึกฤทธิ์ ได้ถือเอาวันที่ 20 เมษายน 2556 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ ศ.พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และวันเกิดของสถาบัน จัดงานพิธีมอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณแก่ศิลปินคึกฤทธิ์ประจำปี 2556 ขึ้น ที่สถาบันคึกฤทธิ์ สาทร
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานกรรมการมูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวถึงรางวัลศิลปินคึกฤทธิ์และศิลปินที่ได้รับรางวัลในปีนี้ว่า ทุกปีมูลนิธิจะมีคณะกรรมการในการสรรหาและยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินอาวุโสผู้มีผลงานด้านนาฏศิลป์-การละคร ดุริยางคศิลป์ คีตศิลป์ และศิลปะการแสดงแขนงอื่นๆ ทั้งที่เคยร่วมงานสร้างสรรค์กับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หรือมีผลงานศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิมตามแนวนิยมของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์
"นับถึงปัจจุบัน มูลนิธิได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ “ศิลปินคึกฤทธิ์” ไปแล้ว รวม 12 ท่าน และในปีนี้ได้คัดเลือกศิลปินในสาขาต่างๆ ขึ้นรับรางวัลศิลปินคึกฤทธิ์ ปี 2556 ดังต่อไปนี้ สาขานาฏศิลป์ ได้แก่ ครูรัตติยะ วิกสิตพงศ์ ครูผู้มีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับในวงการนาฏศิลป์ไทย สาขานาฏศิลป์โขน ได้แก่ ครูพงษ์พิศ จารุจินดา เชี่ยวชาญนาฏศิลป์โขนลิง และเป็นอาจารย์ที่ทุ่มเทสอนนาฏศิลป์โขนให้แก่นักศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สาขาดนตรีไทย ได้แก่ ดร.สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ ศิลปินที่มีความชำนาญทางดนตรีไทยทั้งเครื่องสาย ฆ้องวง ระนาดเอก โปงลาง ฯลฯ และสาขาศิลปะการแสดง ได้แก่ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ศิลปินคนสำคัญของเมืองไทยที่เรารู้จักกันดี ผู้บุกเบิกวงการโทรทัศน์ยุคแรกและมีผลงานด้านดนตรีและการแสดงอย่างมากมาย" ประธานมูลนิธิ แจง
นอกจากนี้ ประธานมูลนิธิยังกล่าวด้วยว่า ความสำคัญอีกอย่างของงานวันนั้นคือ การแสดงท่ารำ “โขนโบราณ” ฉบับดั้งเดิมเพื่อทำการบันทึกภาพไว้เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ไทย โดยครูโขน 4 ท่าน ที่เข้ามาร่ายรำประกอบดนตรีไทยด้วยท่วงท่างดงาม เริ่มด้วย ครูจตุพร รัตนวราหะ ในชุด “ฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวน” ซึ่งแม้ว่าท่านจะมีอายุร่วม 76 ปีแล้ว แต่ท่ารำยังมีพลังและแฝงไปด้วยความเข้มแข็งจนผู้ชมต้องลุกขึ้นปรบมือให้ ชุดต่อมาคือ “ฉุยฉายหนุมาน” โดย ครูประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว ที่ความองอาจคล่องแคล่วของท่านสมเป็นลิงที่มีฤทธา ต่อด้วย “ฉุยฉายฤๅษีแดง” โดย ครูสุดจิตต์ พันธ์สังข์ ที่มาในอาภรณ์สีแดงสะดุดตากวัดแกว่งไม้เท้าอย่างสง่างาม และปิดท้ายด้วย “รำพลายชุมพล” โดย ครูไพฑูรย์ เข้มแข็ง ที่มีลูกล่อลูกชนเรียกเสียงหัวเราะและความสนุกจากผู้ชมได้อย่างมากมาย



