
'สมศักดิ์'ปัดแจงศาลรธน.แก้ม.68
'สมศักดิ์' เผยไม่ไปแจงศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการแก้ไขมาตรา 68 เชื่อทำตามความเห็นของศาลทุกขั้นตอน ยัน ไม่มีใบสั่ง 'ทักษิณ' หารือ นายกฯจีน ขอต่อสัญญา 'หลินปิง'
29 เม.ย. 56 นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญส่งหนังสือมาให้ไปชี้แจงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ว่า ได้รับหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญให้ไปชี้แจงแล้ว แม้เรื่องนี้มติพรรคเพื่อไทยจะไม่ให้ ส.ส.ทุกคนไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่มติพรรคดังกล่าวไม่มีผลครอบคลุมถึงประธานรัฐสภา เพราะในฐานะประธานรัฐสภาต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่อาจปฏิบัติตามมติพรรคได้ แต่ในกรณีนี้ตนเห็นด้วยกับแนวทางของพรรคเพื่อไทยที่ไม่ให้ไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่า เราปฏิบัติตามแนวทางของรัฐธรรมนูญเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยให้แก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราได้ ดังนั้นตนจะไม่ยื่นคำให้การหรือไปชี้แจงใดๆ ต่อศาลรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น การไม่ไปชี้แจง กระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญก็เดินหน้าต่อไปได้ เพราะทุกอย่างมีความชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเราทำตามความเห็นของศาลทุกขั้นตอน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไปให้การใดๆ
เมื่อถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า การไม่ไปชี้แจงถือว่าไม่ติดใจในคำร้องของฝ่ายผู้กล่าวหา นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การจะไปชี้แจงหรือไม่ไปชี้แจง ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องพิจารณาตามตัวบทกฎหมาย เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะให้ความยุติธรรม ครั้งที่แล้วเมื่อศาลให้คำแนะนำมา เราก็ทำตามคำแนะนำแล้วจะผิดอะไร ถ้าเราผิด แสดงว่าคำแนะนำครั้งที่แล้วไม่ถูกต้องใช่หรือไม่ ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องไปชี้แจง และไม่เกี่ยวกับการสั่งการใดๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่ได้เรียกตนไปตำหนิ หรือโทรศัพท์มาต่อว่าใดๆ เลย
เมื่อถามว่า นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การที่ 312 ส.ส.-ส.ว.ปฏิเสธชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ส่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นการมองต่างมุม ยืนยันว่าไม่ใช่การกดดันหรือจะล้มล้างองค์กรอิสระ เป็นการแสดงความเห็นด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะโดยหลักการแล้วฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการต้องคานอำนาจกัน
หารือ นายกฯจีน ขอต่อสัญญา 'หลินปิง'
นายสมศักดิ์ กล่าวภายหลังการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อหารือข้อราชการ และเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่างวันที่ 20-28 เม.ย.ว่า ได้มีโอกาสพบนายหลี่ เคอะ เจียง นายกรัฐมนตรีจีน และนายจาง เต๋อ เจียง ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน เพื่อหารือเรื่องการต่ออายุให้แพนด้า หลินปิง ได้อยู่เมืองไทยต่อไป ซึ่งทั้งสองคนได้ให้คำยืนยันว่า จะนำเรื่องนี้ไปหารือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ทำให้เรามีความหวังที่หลินปิงจะได้อยู่เมืองไทยต่อไป



