ข่าว

'ผบช.น.'สั่งฟัน'2ตร.ฉาว'ออกจากราชการ

'ผบช.น.'สั่งฟัน'2ตร.ฉาว'ออกจากราชการ

29 เม.ย. 2556

'คำรณวิทย์' สั่งฟัน '2 ตำรวจฉาว สน.ทองหล่อ-สน.ดินแดง' ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ด้าน 'ผบ.หมู่ดินแดง' ติดต่อมอบตัวเข้ารับโทษทางวินัยแล้ว

 

                    29 เม.ย.56 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ลงนามคำสั่งให้ 2 สน.ทองหล่อ และสน.ดินแดง ออกจากราชการไว้ก่อนมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ประกอบด้วย ร.ต.ต.ธาตรี สืบสมาน รองสวป.สน.ทองหล่อ ที่มีอาชีพเสริมขับรถแท็กซี่ก่อเหตุลวงหญิงสาวชาวลาวไปข่มขืนกระทำชำเราและกักขังหน่วงเหนี่ยวตามที่มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ กระทั่งมีการอนุมัติหมายจับ ร.ต.ต.ธาตรี ผู้ต้องหาในเวลาต่อมา ขณะที่เจ้าตัวอยู่ระหว่างการหลบหนียังไม่มีการติดต่อต้นสังกัดแต่อย่างใด

                    ส่วนคำสั่งให้ออกราชการไว้ก่อนอีกราย คือ ด.ต.วรวิทย์ นุกูลกิจ อายุ 42 ปี ผบ.หมู่.ป.สน.ดินแดง ตกเป็นผู้ต้องหากรณีคลิปภาพอื้อฉาวปรากฎรูปชายแต่งกายชุดสีกากี ตรวจสอบหลักฐานที่พบเป็น ด.ต.วรวิทย์ จริงขณะกำลังวิ่งหนีกลุ่มชายที่วิ่งไล่ตาม หลังก่อเหตุพาสาวเข้าโรงแรม กระทั่ง ด.ต.ยุทธพงศ์ ลัทธิธรรม ผบ.หมู่.ป และ ด.ต. สมบรณ์ ศรีแก้วพันธ์ ผบ.หมู่.ป.สน.ดินแดง มาประสบเหตุจึงนำตัวไปที่ สน.

                    พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า กรณีของตำรวจทั้ง 2 พื้นที่ ทั้งสน.ทองหล่อ และสน.ดินแดง นั้นสั่งให้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้วให้เสร็จสิ้นภายใน 3 วันโดยล่าสุด พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. รักษาการ ผบก.น.5 รายงานผลตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆและรายละเอียดทางสำนวนคดีพบว่า มีมูลการกระทำความผิดจริง ซึ่งในวันนี้จึงมีคำสั่งให้ตำรวจทั้ง 2 นาย ออกจากราชการไว้ก่อน

                    ผบช.น. กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คดี ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี เมื่อตรวจสอบพฤติกรรมและข้อเท็จจริงแล้วพบว่าคดีมีมูลจึงให้ออกไว้ก่อนทั้ง 2 พื้นที่ ส่วนกรณีตำรวจสายตรวจ สน.ดินแดง 2 นาย ที่ขับรถไปรับตัว ด.ต.วรวิทย์ ในวันเกิดเหตุถือว่ามีความผิดร่วมด้วยหรือไม่ในส่วนนี้ ให้สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงอยู่

                    "ไม่ต้องห่วงว่าตำรวจทำความผิดแล้วจะปกป้องกันไม่มี องค์กรตำรวจเป็นองค์กรใหญ่ เราต้องรักษาองค์กร ตำรวจดีๆก็มี ตำรวจไม่ดีก็มี แต่ที่ไม่ดีมีส่วนน้อย เราต้องรักษาชื่อเสียง จะมีคำสั่งให้ออกทั้งหมด และหากผลการสืบสวนมีผลถึงคดีอาญาก็ต้องดำเนินการในคดีอาญาด้วย" ผบช.น. กล่าว

                    ด้าน พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 กล่าวว่า พ.ต.อ.ภานพ วรธนัชชากุล ผกก.สน.ดินแดง รายงานข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วและระบุว่า ช่วงเกิดเหตุอยู่ระหว่างการลาหยุดจนถึงวันที่ 30 เม.ย. ตอนนี้เป็นสิทธิการลาของเขาอยู่ แต่ทาง บก.น.1 พยายามติดต่อให้มาสอบสวน โดยในส่วนผู้เสียหายก็ยังไม่มาให้ปากคำ ซึ่งพฤติการณ์ฟังได้จึงให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพราะทำให้องค์กรเสียหาย แม้จะพบว่าชั้นนี้เป็นความผิดทางวินัย แต่หากพบผิดทางคดีอาญาก็ต้องดำเนินการด้วย

                    “คำสั่งให้ออกจากราชการจะมีผลวันนี้ ส่วนเจ้าตัวอยู่ที่ จ.สงขลา สามารถติดต่อได้แล้วบอกว่าจะมาพบตำรวจวันพรุ่งนี้ (30 เม.ย.) แต่ยังไม่ได้ระบุเวลา ส่วนตำรวจอีก 2 คน ที่เข้าไปตรวจสอบ เนื่องจากมีการแจ้งผ่านวิทยุผ่าน วิทยุรามา ว่าขอความช่วยเหลือ จึงไปตรวจสอบ แต่ไปไม่พบ ก่อนมาเจอตำรวจคนดังกล่าว และนำตัวไป สน. และบอกให้ผู้เสียหายตามไป สน.แต่ไม่มีใครตามไป จึงยังไม่ได้ข้อเท็จจริงที่แน่นอน ส่วนตำรวจอีก 2 คน ภายหลังก็คงไม่เกี่ยวข้อง” ผบก.น.1 กล่าว

                    ถามว่าหากผิดคดีอาญาจะเข้าข้อหาใด ผบก.น.1 กล่าวว่า เมื่อผู้เสียหายยังไม่มา ก็ยังไม่มี แต่พฤติการณ์การเข้าไปโรงแรมก็ถือว่าไม่เหมาะสม การนำผู้เสียหายมาน่าจะนำไปโรงพัก ไม่ใช่โรงแรม ทั้งสื่อและประชาชนทราบก็มองไม่ดี เสียหายต่อองค์กร ส่วนคดีอาญาก็ต้องให้ผู้เสียหายมาพบ มาสอบปากคำก่อนจะได้ทราบว่ากระทำผิดอย่างไร แต่ขณะนี้ยังติดต่อไม่ได้