ข่าว

'มท.1'ขีดเส้นสอบ'สะพานถล่ม'ใน15วัน

'มท.1'ขีดเส้นสอบ'สะพานถล่ม'ใน15วัน

29 เม.ย. 2556

มท.1 ตรวจเยี่ยมสะพานถล่ม ดับ 4 เจ็บ 10 มอบเงินช่วยเหลือ ขีดเส้นสรุปสาเหตุใน 15 วัน

 

                          29 เม.ย. 56  นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ลงพื้นที่ตรวจเหตุการณ์สะพานรัตนโกสินทร์ หรือสะพาน 200 ปี ข้ามแม่น้ำป่าสัก ที่อ.ท่าเรือ พังถล่มลงมาทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

                          โดยนายจารุพงศ์ กล่าวว่า ตัวสะพานที่ได้พังลงมา ต้องให้ฝ่ายสอบสวนทำการตรวจสอบและเก็บหลักฐานโดยละเอียดเสียก่อน แต่เร่งจะทำการกู้ซากสะพานที่หล่นลงไปในน้ำเพื่อให้การสัญจรทางน้ำเป็นไปได้อย่างสะดวก โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน ส่วนสาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานว่า ตัวข้อรัดสลิงได้รูดลงมา ทำให้ไม่สามารถยึดน้ำหนักของสะพานได้ แต่สาเหตุที่แท้จริงไม่ยังไม่สามารถบอกได้ในตอนนี้ ซึ่งทางผวจ.พระนครศรีอยุธยาได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้หาสาเหตุภายใน 15 วัน อย่างไรก็ตามตนจะทำการประสานไปยังทุกจังหวัดให้ทำการตรวจสอบสภาพและความชำรุดของสะพานแขวนทั่วประเทศ และหาทางไม่ให้มีรถสัญจรบนสะพานในลักษณะดังกล่าวอีก ส่วนผู้สูญหายอีก 1 รายคือนายปรีชา บุญประเสริฐ อายุ 26 ปี ได้ติดตามตัวพบแล้วที่ จ.สระบุรี อ.หนองโดน และได้กลับไปทำงานตามปกติแล้ว นอกจากนี้นายจารุพงศ์ ได้มอบเงินช่วยแก่ญาติผู้เสียชีวิต รายละ 25,000 บาท และผู้บาดเจ็บ รายละ 3,000 บาท พร้อมเดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลท่าเรือ โรงพยาบาลราชธานี และโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา

                          ขณะเดียวกันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จัดทำรายงานสรุปยอดผู้บาดเจ็บเสียชีวิตการให้ความช่วยเหลือจากเหตุสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี บริเวณวัดสะตือพุทธไสยาสน์ อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พังถล่มลงไปในแม่น้ำป่าสัก วานนี้ (28 เม.ย.) ได้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก โดยเบื้องต้นนั้นมีผู้เสียชีวิต 4 ราย คือ ด.ญ.พิริยาพร เสือสมิง อายุ 10 ปี น.ส.เกศินี ชะบาสีห์ อายุ 54 ปี นายณัญวุฒิ ใจจง อายุ 24 ปี นายสามารถ ญารปัญญา อายุ 34 ปี โดยมียอดผู้ได้รับบาดเจ็บที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล 10 ราย ที่โรงพยาบาลบ้านหมอ 2 ราย และที่โรงพยาบาลท่าเรือ จำนวน 8 ราย ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหาย ตกจากสะพานมีจำนวน 10 คัน

                          ในส่วนการให้ความช่วยเหลือนั้น ทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 1 ปทุมธานี จัดชุด ERT เข้าพื้นที่ และจัดรถไฟฟ้าส่องสว่าง และballoon light สนับสนุนการค้นหา และช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด อำเภอ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กู้ชีพทางนามูลนิธิฯ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นในที่เกิดเหตุ และนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ซึ่งทางกาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเบื้องต้นรายละ 3,000 บาท ขณะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จ่ายช่วยเหลือทายาทผู้เสียชีวิต รายละ 25,000 บาท รวมถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยแล้ว โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานกรรมการ รวมทั้งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานกรรมการ