ข่าว

ง้าวฟันพี่ชายดับยัวะถูกด่าใช้น้ำ-ไฟเปลือง

ง้าวฟันพี่ชายดับยัวะถูกด่าใช้น้ำ-ไฟเปลือง

29 เม.ย. 2556

น้องชายจอมโหด ยัวะถูกพี่ชายคนโตด่า ใช้น้ำ-ไฟ สื้นเปลือง ตกดึกดื่มเหล้าย้อมใจอาละวาดทั่วบ้าน พี่คนรองเข้าห้าม ถูกจอบทุบกระโหลกเละ แถมถูกง้าวฟันดับอนาถ


          เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 29 เม.ย.56 ร.ต.ต.สุชาติ เจริญศรี พนักงานสอบสวน สภ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 414/1 ม.20 ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ห่างจากตัวจังหวัดฉะเชิงเทราไปประมาณ 190 กม. หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบศพ นายไพวัลย์ ฉันติมา อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 413 ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา สภาพตามร่างกายถูกสับด้วยของมีคม จนแหลกเละ ที่ศีรษะถูกทุบฟันจนมันสมองกระจาย แผ่นหลังถูกฟันด้วยของมีคม เป็นบาดแผลลึกยาวประมาณ 50 ซม. จนลำตัวหวิดขาดเป็นสองท่อน 1 แผล นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่กับพื้นริมถนน บริเวณด้านหน้าร้านค้าของชำ

          สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ และญาติๆ ของผู้เสียชีวิต รวมถึงนายสวน ฉันติมา อายุ 85 ปี ผู้เป็นบิดาของคู่กรณีทั้งหมด ทราบว่า ผู้ก่อเหตุในครั้งนี้เป็นน้องชายร่วมสายเลือดแท้ๆ ของผู้ตาย ทราบชื่อคือ นายสุนันท์ ฉันติมา อายุ 40 ปี โดยก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นางคำดี ฉันติมา อายุ 85 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับนายสำอาง ฉันติมา อายุ 50 ปี บุตรชายอีกคน ซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้าของชำที่เกิดเหตุ ได้พูดบ่นต่อว่าผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นน้องชายของเจ้าของร้านว่า ใช้น้ำ และไฟฟ้าสิ้นเปลือง เนื่องจากพี่ชายผู้เป็นเจ้าของร้านค้า เป็นผู้รับภาระจ่ายใช้ค่าทั้งหมด จึงสร้างความไม่พอใจต่อผู้ก่อเหตุเป็นอย่างมาก

          ต่อมาในช่วงใกล้ค่ำ นายสุนันท์ ได้ดื่มสุราย้อมใจจนได้ที่ ก่อนที่จะเดินถือมีดขอโค้งง้าว เดินเข้ามาต่อว่านายสำอางค์ ซึ่งมีนางคำดี มารดาที่คอยพูดต่อว่าซ้ำด้วย จึงทำให้นายสุนันท์ เกิดบันดาลโทสะ และอาละวาดใส่ทั้งพี่ชายและมารดา โดยมีพี่ชายคนรอง ของนายสุนันท์ อีกคนคือ นายไพวัลย์ ได้พยายามเข้ามาห้ามปราม แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมรับฟัง นายไพวัลย์ จึงใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ยิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่

          แต่นายสุนันท์ กลับพยายามยื้อแย่งปืนจนเหตุการณ์ชุลมุน และอาวุธปืนได้ลั่นใส่ที่ข้อเท้าเหนือตาตุ่มด้านขวาของนายสุนันท์ จึงทำให้นายสุนันท์ เกิดความโมโห คว้าจอบที่วางอยู่ใกล้เคียงสับลงไปที่ศีรษะของนายไพวัลย์ และตีซ้ำลงไปที่กะโหลกศีรษะอีกหลายครั้ง จนกะโหลกศีรษะแตก ใบหน้าของพี่ชายแหลกเหลว ก่อนที่จะใช้มีดของ้าวสับลงไปที่กลางลำตัวของพี่ชายแท้ๆ จนลำตัวเกือบขาดออกเป็นสองท่อน

          ขณะเดียวกันนายสำอางค์ พี่ชายคนโต ก็ได้รับบาดเจ็บถูกมีดฟันที่กลางหลังจนเป็นแผลยาว แต่บาดแผลไม่ลึกมาก หลังจากที่ได้พยายามเข้าไปห้ามปราม และยื้อแย่งอาวุธกับน้องชายด้วยเช่นกัน ก่อนที่จะถูกนำตัวส่งไปรักษาบาดแผลที่ รพ.ท่าตะเกียบ หลังก่อเหตุ นายสุนันท์ จึงได้เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านของตนเอง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเข้าไปควบคุมตัวมาดำเนินคดีได้แต่โดยดี

          ร.ต.ต.สุชาติ กล่าวว่า จากการสอบสวน ทราบว่าสาเหตุของคดีนี้เกิดมาจากปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ภายในครอบครัว โดยที่ผู้ก่อเหตุนั้น ได้ต่อพ่วงเอาสาธารณูประโภคจากบ้านอีกหลัง ซึ่งเป็นบ้านใหญ่ของครอบครัวไปใช้ จากพี่น้องร่วมมารดาทั้งหมด 10 คน ที่ปลูกบ้านเรือนเรียงรายกันอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ แต่ไม่ยินยอมช่วยกันชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จนทำให้มีปากเสียงกัน เบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหา ต่อนายสุนันท์ ว่า "ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา" โดยที่ผู้ต้องหานั้นได้ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง
?