ข่าว

'พท.'ปัดข่าว'แม้ว'เรียก'สมศักดิ์-วิสุทธิ์'เฉ่ง

'พท.'ปัดข่าว'แม้ว'เรียก'สมศักดิ์-วิสุทธิ์'เฉ่ง

28 เม.ย. 2556

"เพื่อไทย" ยัน ไม่มี 20 ส.ส. แหกคอก แจงศาลรัฐธรรมนูญ ปัดข่าว "แม้ว" เรียก "สมศักดิ์ - วิสุทธิ์" เฉ่ง จี้ "ชวน" รีบพิมพ์ลายนิ้วมือ รับทราบข้อกล่าวหาเงินบริจาค

    
          วันที่ 28 เม.ย.56  เวลา 10.00 น.นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์  ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ระบุมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย 20 คน เตรียมยื่นคำร้องสู้คดีต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเอง ว่า  ไม่เป็นความจริง เพราะส.ส.ส่วนใหญ่ยืนยันว่า จะไม่ส่งคำชี้แจงต่อสู้คดีกับศาลรัฐธรรมนูญ โดยในการประชุมพรรคเพื่อไทยวันที่ 30 เม.ย.จะยืนยันถึงการไม่ส่งคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมือง เมื่อที่ประชุมมีความเห็นอย่างไร คงไม่มีใครกล้าแหกโผ การที่ส.ส.บางส่วนอยากไปยื่นคำร้องเอง อาจยังสับสนเพราะยังไม่เห็นเนื้อหาในจดหมายเปิดผนึกที่เลยเกิดความกังวล เชื่อว่า พอได้ทำความเข้าใจกันแล้ว ทุกอย่างจะจบ หากยังมีส.ส.แตกแถวไปยื่นคำร้องเอง ก็ต้องตอบคำถามสังคมเอง แม้จะเป็นเอกสิทธิส่วนตัว แต่ต้องรับฟังเสียงส่วนใหญ่เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องเกียรติภูมิของสมาชิกรัฐสภา และการแบ่งแยกอำนาจ 3 ฝ่าย
 
          นายพร้อมพงศ์  ยังปฏิเสธกระแสข่าวที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ถูกพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรียกตัวไปพบที่เมืองดูไปเพื่อต่อว่า กรณีจะไปชี้แจงคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ไม่เป็นความจริง พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าใจว่าประธานและรองประธานสภาฯ ต้องเป็นกลาง เรื่องนี้เป็นเพียงแค่ข่าวปล่อยเพื่อหวังผลทางการเมือง
 
          นายพร้อมพงศ์กล่าวต่อว่า  ส่วนจดหมายเปิดผนึกปฏิเสธอำนาจศาลรัฐธรรมนูญนั้น ขณะนี้ร่างเสร็จแล้ว มีเนื้อหา  12 หน้า สาระสำคัญคือ การยืนยันว่า  ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับคำร้องตามมาตรา 68 และไม่มีอำนาจแทรกแซงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จดหมายเปิดผนึกดังกล่าวไม่ใช่การกดดันหรือล้มล้างองค์กรอิสระ เป็นเพียงการชี้แจงข้อกฎหมาย และข้ออ้างอิงในอดีต คาดว่าส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ต้นเดือน พ.ค. การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่คำสั่งพ.ต.ท.ทักษิณ หรือรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภา  ขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เลิกเสี้ยมได้แล้ว




 

จี้ "ชวน" รีบพิมพ์ลายนิ้วมือ รับทราบข้อกล่าวหาเงินบริจาค
          นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ไปเปิดเวทีผ่าความจริงที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยออกมากล่าวถึงกลุ่มคนเสื้อแดงที่กดดันศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงมองว่า ยังมีตุลาการถูกคุมคามว่า ขอยืนยันว่าไม่มีใครไปกดดันศาลรัฐธรรมนูญเราเพียงทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ส่วนกรณีทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งข้อกล่าวหา นายชวน ในกรณีเงินบริจาคให้กับพรรคประชาธิปัตย์ นายชวนกลับเลื่อนไม่ไปด้วยเหตุผลอะไรไม่ทราบ และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ถูกแกนนำพรรคประชาธิปัตย์โทรไปกดดันว่า แจ้งข้อหานายชวนกับแกนนำพรรคได้อย่างไร เพราะข้อเท็จจริงเป็นเรื่องข้อเทคนิคทางกฎหมาย
 
          ทั้งนี้ตนอยากเรียกร้องให้นายชวน รับทราบข้อกล่าวหาและพิมพ์ลายนิ้วมือที่ดีเอสไอได้แล้ว เพราะนี้คือการกดดันกระบวนการยุติธรรมที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จะฟ้องกลับนายธาริต ที่แจ้งข้อกล่าวหากรณีบริจาคเงิน 44 คน ว่า ผิดตาม มาตรา 157 ซึ่งตนเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการกดกันกระบวนการยุติธรรม และตนจะรวบรวมหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีโดยนำนายธาริตเป็นพยานว่าใครโทรถ้าเป็นจริงหน้าด้านที่สุด ทั้งนี้นายชวน ควรกลับสอบสวนว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์คนใดโทรไปกดดันนายธาริต ตนอยากให้สังคมเห็นว่าใครกันแน่กดดันกระบวนการยุติธรรม



 


"พท." ซัด "ปชป." ขี้แพ้ชวนตี ชี้  เดินสายจัดเวที  เพื่อแจงประชาชน
          โฆษกพรรคเพื่อไทย  กล่าวถึงกรณีที่ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุมีคน 3 กลุ่มคือ ส.ส.เสียงข้างมากในสภา คนเสื้อแดงหน้าศาลรัฐธรรมนูญ และนายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) เคลื่อนไหวขจัดศาลรัฐธรรมนูญไม่ให้เป็นเสี้ยนหนามในการใช้เสียงข้างมากลากไปว่า  เป็นการดูหมิ่นสมาชิกรัฐสภาและดูถูกประชาชน เป็นการพูดแบบพวกขี้แพ้ชวนตี เลือกตั้งก็แพ้ โหวตเสียงในสภาฯก็แพ้ รวมถึงที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุการไม่ยื่นคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นการใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายก็เป็นเพียงการจินตนาการ ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน การที่สมาชิกรัฐสภาไม่ส่งคำชี้แจงเพราะเห็นต่างเท่านั้น
 
          ส่วนที่พรรคเพื่อไทยเดินสายจัดเวที “เพื่อไทย เพื่ออนาคตประเทศไทย” ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนตามจังหวัดต่างๆนั้น ไม่ใช่การชักธงรบ เพื่อเตรียมเปิดศึกการเมืองตามที่ฝ่ายค้านกล่าวหา แต่เป็นการเดินสายชี้แจงการทำงานของพรรคและเรื่องพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทฯ การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เพื่อลดความขัดแย้ง นำมาซึ่งความปรองดอง 


 


ซัด "ถาวร" จ้อง ดิสเครดิส รัฐบาล จี้ "มาร์ค" ให้ความร่วมมือ แก้ปัญหาใต้
          นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงการเจรจาของตัวแทนคณะรัฐบาลไทยเพื่อเจรจาสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ คณะตัวแทนกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น ในวันที่ 29 เม.ย. ที่ประเทศมาเลเซียว่า จากที่ได้ติดตามรับฟังเสียงของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกฝ่ายเห็นด้วยกับกระบวนการเจรจาในครั้งนี้ แต่ตนก็แปลกใจที่นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ออกมาให้สัมภาษณ์ในทำนอง ว่า เป็นการเจรจาที่แก้ปัญหาไม่ถูกจุด หรือเจรจาไม่ถูกคน และการระบุว่านายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น เป็นยาหมดอายุนั้น ตนคิดว่าการที่รัฐบาลพยายามเชิญทุกฝ่าย รวมทั้งฝ่ายค้านที่มีฐานเสียงอยู่ในภาคใต้เข้าร่วมประชุมให้ข้อมูลเพื่อร่วมกันแก้ปัญหา แต่การออกมาให้ข้อมูลผ่านสื่อฯ โดยพยายามการลดน้ำหนักของการเจรจาด้วยคำตำหนิรัฐบาลต่างๆนานานั้น เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ถึงแม้ว่ากระบวนการเจรจาในคราวนี้จะยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเพื่อนำไปสู่ความสงบของพื้นที่ในอนาคต
 
          " การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายถาวร ในทำนองว่าตัวเองรู้ ตัวเองแน่ เข้าใจถึงแนวทางในการแก้ปัญหาเป็นอย่างดี แล้วออกมาตำหนิรัฐบาลอย่างเดียว โดยไม่มีข้อเสนออย่างถูกต้องนั้น อยากเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้มีเสียงข้างมากในภาคใต้ ให้ความร่วมมือโดยการให้ข้อมูลด้วย อย่างมั่วแต่ออกมาให้สัมภาษณ์ดิสเครดิตในการเจรจาในครั้งนี้อย่างเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมะสม ทหาร ข้าราชการและประชาชน เสียชีวิตและบาดเจ็บไปเป็นจำนวนมากแล้ว ผมเชื่อว่าคนไทยทั่วประเทศอยากให้เกิดความสงบ ถึงเวลาที่นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์จะเลิกทิฐิ เลิกเอาชนะเรื่องนี้ด้วยการใช้เกมการเมืองแล้วหันมาร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหา ” นายพร้อมพงศ์ กล่าว





 จี้ "อภิสิทธิ์-สุเทพ"  รับผิดชอบ  โครงการโรงพักทดแทน

          นายพร้อมพงศ์  กล่าวถึงกรณีโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 สถานี ที่ล่าสุดเมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยกเลิกสัญญา และต้องเพิ่มเติมวงเงินอีก 1800 ล้านบาท เพื่อดำเนินการใหม่ ถือเป็นการประจานรัฐบาลชุดที่แล้วที่ประมูลการก่อสร้างแบบสัญญาเดียว ทำให้ประชาชนผู้เสียภาษีต้องแบกรับส่วนต่างนี้ ดังนั้นขอเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกมาแสดงความรับผิดชอบ รวมถึงกรณีโครงการก่อสร้างแฟลตตำรวจ 163 หลัง วงเงิน 3 พันกว่าล้าน ที่ล่าสุดไปตรวจสอบการก่อสร้างใน จ.ภูเก็ตที่ได้งบก่อสร้าง 2 หลัง กระบี่ 1 หลัง และสุราษฎร์ธานี  4 หลัง วงเงินเกือบสองร้อยล้านบาท สุดท้ายผู้รับเหมาก็ทิ้งงาน ซึ่งการทำสัญญาเป็นโมเดลเดียวกัน และกำลังจะสิ้นสุดสัญญาประมาณเดือน ส.ค.56 ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนจะสร้างเสร็จได้อย่างไร ทั้งนี้ เมื่อหมดสัญญาตนเห็นว่าทาสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ควรขยายสัญญา และควรแจ้งความเอาผิด บ.พีซีซีฯ ข้อหาฉ้อโกงตามที่ดีเอสไอเสนอ