ข่าว

'ปชป.'อัด'ปู'ปล่อยม็อบแดงกดดันศาลรธน.

'ปชป.'อัด'ปู'ปล่อยม็อบแดงกดดันศาลรธน.

28 เม.ย. 2556

'ปชป.' อัด 'ปู' ให้ท้ายม็อบแดงกดดันตลก.ศาลรธน. แนะรบ.คุย 'บีอาร์เอ็น' ยึดผลประโยชน์ชาติ จี้ 'นายกฯ' สอบ 'ทีโออาร์' โครงการจัดการน้ำ

 

                       28 เม.ย. 56  นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า หากการกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง บริเวณหน้าศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยุติการปฏิบัติหน้าที่ อยู่ภายใต้ข้อกฎหมายและความสงบก็ถือว่าเป็นสิทธิที่แสดงความเห็นทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย และการสร้างความสมดุลของ 3 เสาหลักได้แก่ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และตุลาการ ต้องมีลักษณะของการถ่วงดุลอำนาจและสามารถตรวจสอบความโปร่งใสเพื่อให้เกิดความสมดุล ว่า พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า ก่อนที่นายกฯจะแสดงความคิดเห็นเรื่องการชุมนุม นายกฯควรที่จะตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ชุมนุมเสียก่อน ซึ่งการชุมนุมดังกล่าว ไม่ได้เป็นแบบที่นายกฯได้อ้างถึงแต่อย่างใด

                       "การที่ผู้ชุมนุมประกาศจับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้เป็นไปตามข้อกฎหมาย หากแต่เป็นการแสดงออกที่ข่มขู่และคุกคามตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นนายกฯ ไม่ควรจะพูดให้ท้ายผู้ชุมนุม แต่ควรแสดงภาวะผู้นำด้วยการห้ามปราม ที่เห็นได้ชัดว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงเป็นพฤติกรรมที่เกินไป ส่วนการสร้างสมดุลของ 3 เสาหลักทางการเมือง หากนายกฯได้อ่านรัฐธรรมนูญอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นฉบับปี พ.ศ. 2540 หรือ พ.ศ.2550 ก็ตาม จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญได้มีบทบัญญัติเรื่องอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และตุลาการไว้อย่างชัดเจน ซึ่งทั้ง 3 ฝ่ายก็ทำหน้าที่ได้ถูกต้องและเหมาะสมมาตลอดอยู่แล้ว การตรวจสอบหรือการถ่วงดุลอำนาจระหว่าง 3เสาหลัก ก็ไม่ได้มีปัญหาอย่างที่นายกฯได้กล่าวถึงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การถ่วงดุลอำนาจและการตรวจสอบอาจเป็นที่ไม่พอใจของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งก็อาจเป็นได้ จึงเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้น"

 

แนะรัฐบาลคุย 'บีอาร์เอ็น' ยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก

 

                       นายองอาจ กล่าวถึงกรณีที่คณะเจรจาแก้ไขปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้ ของรัฐบาล จะมีการเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็น ในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ว่า พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า การเจรจาเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ แต่เราต้องยอมรับว่า หลังจากที่มีการเริ่มเจรจาระดับความรุนแรงนั้น ยังมีนัยยะที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่เรื้อรังมายาวนาน ต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ปัญหา ดังนั้น การเจราจากับกลุ่มบีอาร์เอ็นอีกครั้งในวันที่ 29 เม.ย.นี้ พรรคประชาธิปัตย์อยากฝากข้อเสนอแนะไว้ 3 ข้อ ได้แก่ 1. อยากให้คณะเจรจามีจุดยืนอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ประเทศชาติ 2. การยื่นข้อเสนอของคณะเจรจาและกลุ่มบีอาร์เอ็น ควรผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานรอบด้าน ทั้งในภาครัฐและเอกชน และ 3. ไม่ควรทำให้การเจรจาในครั้งนี้ ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งหากรัฐบาลยืดถือตามข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์นั้น เชื่อว่าจะเป็นการเจรจาที่แก้ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้

 

จี้ 'นายกฯ' สอบ 'ทีโออาร์' โครงการบริหารจัดการน้ำ

 

                       นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ด้านการระบายน้ำ ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ต่อศาลปกครอง ขอให้ยกเลิกทีโออาร์โครงการออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ว่า การที่บุคคลระดับที่ปรึกษานายกฯ ออกมาเปิดโปงให้หลายหน่วยงานตรวจสอบ ถือว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดา ดังนั้นนายกฯ ต้องเอาจริงเอาจังกับการตรวจสอบโครงการนี้อย่างเร่งด่วน ไม่ควรเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ และในฐานะที่นายกฯ เคยทำงานร่วมกับนายอุเทน ก็ควรเรียกนายอุเทน มาหารือว่า มีความไม่ชอบมาพากลในโครงการดังกล่าวอย่างไร เพราะหากนายกฯ ยังนิ่งเฉย สังคมก็จะเกิดความสงสัยได้ว่า นายกฯ รู้เห็นเป็นใจกับสิ่งที่นายอุเทน กำลังตรวจสอบอยู่หรือไม่

                       นายองอาจ กล่าวต่อว่า ส่วนจะมีการยื่นซองประมูลโครงการปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลักและการป้องกันการกัดเซาะตลิ่งริมแม่น้ำ ในพื้นที่ 17 ลุ่มน้ำ ในวันที่ 3 พ.ค.นั้น เบื้องต้นมีการตรวจสอบพบว่า การยื่นซองประมูลในโครงการนี้ เป็นการกระทำที่อาจไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เพราะโครงดังกล่าวนี้แทบจะไม่มีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพ ที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง ดังนั้นยังมีเวลาพอที่นายกฯ จะดำเนินการตรวจสอบและทำเรื่องนี้ให้เกิดความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น