ข่าว

ย้อนรอย'จีที200'อุปกรณ์ลวงโลก

ย้อนรอย'จีที200'อุปกรณ์ลวงโลก

28 เม.ย. 2556

ย้อนรอย'จีที200'อุปกรณ์ลวงโลก



               ยังเป็นเรื่องราวอึมครึมที่ต้องหาจุดจบให้ได้สำหรับการจัดซื้อเครื่องจีที 200 พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงที่มาของการจัดซื้อเครื่องตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยว่า บ้านเราจะรู้จักเครื่องตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยในผลิตภัณฑ์ทางการค้าคือจีที 200 และอัลฟ่า 6 แต่ความจริงแล้วเครื่องมือประเภทนี้มีชื่อทางการค้าหลากหลายชื่อ

               และที่โด่งดังที่สุดจนเป็นประเด็นให้มีการตรวจสอบเครื่องเอดี 651 ซึ่งเป็นเครื่องที่นำไปใช้ตรวจสอบวัตถุระเบิดในสงครามอิรัก และเครื่องเอดี 651 เป็นตัวจุดประกายให้อังกฤษเข้าไปตรวจสอบจนพบว่าใช้การไม่ได้ตามที่กล่าวอ้าง ทางรัฐบาลอิรักจึงดำเนินคดีกับหัวหน้าเก็บกู้วัตถุระเบิดที่เข้าไปจัดซื้อเครื่องดังกล่าว

               อย่างไรก็ตาม ถ้าตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังจะพบว่าทางการสหรัฐอเมริกาเคยตรวจสอบเครื่องมือเหล่านี้และพบว่าใช้การไม่ได้ตามจริง โดยมีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องจนทำให้กลุ่มผู้ผลิตต้องย้ายบริษัทมาดำเนินการที่ประเทศอังกฤษ โดยตั้งเป็นบริษัทผลิตจำนวนหลายบริษัท เช่น บริษัทโกลบอล เทคนิค เป็นผู้ผลิตเครื่องจีที 200 บริษัท คอมส์แทร็ค ผลิตเครื่องอัลฟ่า 6 บริษัท เอทีเอสซี ผลิตเครื่องเอดี 651 และบริษัทแทคติคอล อิเล็กทรอนิกส์ เซอร์วิส ผลิตเครื่องเอ็กซ์เค 9 โดยเครื่องมือทั้งหมดได้มีการเสนอขายให้ประเทศไทย แต่ไทยจัดซื้อเพียงจีที 200 และอัลฟ่า 6

               "จากข้อมูลด้านการข่าวแจ้งว่าบริษัทที่ผลิตเครื่องตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยเป็นเครือข่ายเดียวกันทั้งหมดเพียงแต่ผลิตอุปกรณ์ในชื่อทางการค้าต่างกัน และขณะนี้ผู้บริหารทั้ง 4 บริษัทถูกทางการอังกฤษดำเนินคดีทางกฎหมาย และเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาศาลอังกฤษได้พิพากษานายเจมส์ แมคคอร์มิก เจ้าของบริษัท เอทีเอสซี เป็นผู้ผลิตเครื่องเอดี 651 ในข้อหาฉ้อโกงไปแล้ว มีกำหนดอ่านคำพิพากษาลงโทษในวันที่ 2 พฤษภาคมนี้ ส่วนบริษัทที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการของศาล ขณะที่ฝ่ายไทยมีบริษัท ยูจีซี บริษัท เปโตรกรุงเทพฯ บริษัท เอ็ม-แลนดาร์ช และ บริษัท เอวีเอ แซทคอม เป็นผู้แทนจำหน่ายให้แก่หน่วยงานรัฐ"

               พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ เล่าย้อนถึงประเทศไทยว่า ได้สั่งซื้อเครื่องจีที 200 ในช่วงปี 2550-2552 จำนวนมากที่สุดและนำมาใช้ในหลายพื้นที่แต่ก็ไม่มีประสิทธิภาพ จนทางเครือข่ายออนไลน์ได้ตั้งข้อสังเกตกระทั่งมีการพิสูจน์จนพบว่าเครื่องจีที 200 และอัลฟ่า 6 ไม่สามารถตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยได้จริงตามที่กล่าวอ้าง เมื่อมีการตรวจสอบแล้วพบว่าไม่สามารถใช้ได้ ดีเอสไอจึงเข้าไปตรวจสอบ

               โดยเปรียบเทียบการจัดซื้อและพบว่ามีการจัดซื้อในราคาที่แตกต่างกันมาก โดยเครื่องจีที 200 ซื้อในราคาต่ำสุดอยู่ที่ 450,000 บาท สูงสุดราคา 1,290,000 บาท โดยตัวเครื่องเหมือนกันทุกอย่างต่างกันตรงที่การอบรมการใช้ และการบำรุงรักษา

               ขณะที่อัลฟ่า 6 การจัดซื้อก็คล้ายๆ กับจีที 200 แต่ความแตกต่างด้านราคาไม่เหมือนกัน โดยอัลฟ่า 6 ราคาต่ำสุดอยู่ 420,000 บาท แต่ราคาสูงสุดคือ 1,800,000 บาท ซึ่งการจัดซื้อแตกต่างกันประมาณ 4 เท่า หากค้นรายละเอียดเครื่องมือลักษณะนี้ก็คล้ายกับเครื่องเมืองตรวจหาลูกกอล์ฟ ซึ่งมีราคาเพียง 600 บาทเท่านั้น

               "ดีเอสไอได้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีบริษัทมาเสนอขายซึ่งเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐ มีลักษณะการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ประสงค์จะแข่งขันตามวัตถุประสงค์กฎระเบียบของการจัดซื้อพัสดุ ข้อมูลทั้งหมดจึงได้ส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐ" พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ กล่าว ทิ้งท้าย

               อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวจากกองทัพ ได้เปิดเผยถึงจุดเริ่มของเครื่องจีที 200 ถูกนำมาใช้ครั้งแรก เนื่องจากบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายมีความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจในกองทัพ จากนั้นก็ระบาดไปหลายหน่วยงาน ก่อนถูกเก็บเข้าคลังพัสดุอาวุธ เพราะใช้ไม่ได้ผล

-----------------------

(หมายเหตุ : ย้อนรอย'จีที200'อุปกรณ์ลวงโลก)