ข่าว

'รถไฟฟ้าสายสีส้ม'ชีวิตลุ้นระทึก...เวนคืน

'รถไฟฟ้าสายสีส้ม'ชีวิตลุ้นระทึก...เวนคืน

28 เม.ย. 2556

'รถไฟฟ้าสายสีส้ม' ชีวิตลุ้นระทึก...เวนคืนฟ้าผ่า'ถนนทองคำ' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ


                “ตลาดประตูน้ำ” หนึ่งในพื้นที่เป้าหมายถูกเวนคืนที่ดิน เพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม "ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิ-มีนบุรี" ซึ่งเป็นระบบรถไฟฟ้าที่มีทั้งโครงสร้างใต้ดินและยกระดับ ระยะทาง 37.5 กิโลเมตร จำนวน 29 สถานี
 
                "สถานีใต้ดินราชปรารถ" 1 ใน 29 สถานี ครอบคลุมพื้นที่ถนนฝั่งตรงข้ามโรงแรมอินทรา กำลังถูกจับจ้องว่าเป็นกรณีเวนคืนที่ดินระดับ "ถนนทองคำ" โดยเฉพาะซอยราชปรารภ 2-8 ที่ตั้งของตึกแถวกว่า 100 ห้อง รวมถึงแผงลอยขายสินค้าประมาณ 300 แผง อาจต้องถูกรื้อถอนทั้งหมดภายในเวลาไม่กี่เดือนข้างหน้า ขณะที่ชาวบ้านและแม่ค้าออกมาประท้วงตามสื่อต่างๆ ว่า มีผลประโยชน์บางอย่างแอบแฝง!!
 
                "เจ๊หมวย" แม่ค้าแผงลอยขายอุปกรณ์มือถือเล่าว่า ครอบครัวอาศัยอยู่ด้านหลังของซอยราชปรารภมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ เกิดที่นี่พอเริ่มเข้าวัยรุ่นก็มาตั้งแผงขายรองเท้าแตะและเครื่องประดับทั่วไปให้นักท่องเที่ยว  มากว่า 14 ปีแล้ว รายได้หักค่าใช้จ่ายประมาณพันกว่าบาท มีชีวิตพออยู่พอกิน แต่เมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว มีข่าวว่า การรถไฟจะมาเวนคืนที่ดินเอาไปสร้างสถานีใต้ดิน ก็เริ่มเป็นกังวลรู้สึกเครียดไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตกันแน่ มีกลุ่มตัวแทนชาวบ้านไปประท้วงก็รู้สึกดีใจ เพราะคนแถวนี้อยู่กันมานานเหมือนญาติพี่น้อง ผูกพันกันมาก ไม่มีใครอยากย้ายไปอยู่ที่อื่น
 
                “พวกเราจ่ายภาษีให้เทศกิจครั้งละ 100 บาท และสรรพากร 300 บาท จ่ายทุก 6 เดือน มีใบอนุญาตให้จำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะอย่างถูกต้อง อยู่ๆ จะมาไล่กันออกไปง่ายๆ แล้วอ้างว่าเพื่อให้ชาวต่างชาติสะดวกในการเดินทาง มีภูมิทัศน์สวยงาม ทำไมต้องสนใจพวกนั้นด้วย พวกเขามาปีหนึ่งไม่กี่วันก็ไป แต่พวกเราเป็นคนไทยเสียภาษีทุกปี ทำไมไม่เห็นใจกันบ้าง จะว่าไปแล้วช่วงนี้ก็ขายไม่ดีเท่าไรเพราะคนไปเดินห้างกันหมดแล้ว แต่ตื่นมาขายของทุกวันตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม เป็นวิถีชีวิตประจำวันไปแล้ว”
 
                "เจ๊หมวย" ยอมรับว่าตอนกลางคืนนอนไม่ค่อยหลับ เพราะมีข่าวลือว่าจะมีคนมาจุดไฟเผาไล่ที่ ชาวบ้านต้องผลัดกันออกมาสอดส่องดูแล กลัวเหมือนกรณีเวนคืนที่อื่นพอชาวบ้านประท้วงก็แอบมาวางเพลิง ตนอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเจ้าหน้าที่มาคุยกับชุมชนให้ชัดเจน ว่าต้องการทำอะไรกันแน่ หากจะเวนคืนเพราะอะไรทำไมต้องสร้างสถานีใหญ่โตทำให้ประชาชนเดือดร้อนขนาดนี้ พวกเราไม่ได้ขัดขวางความเจริญแค่ต้องการพื้นที่ทำมาหากินใหม่เท่านั้น อยากให้มาตกลงกันว่าจะให้ไปขายที่ไหน ไม่ใช่โยนเงินมาแค่ไม่กี่แสนบาทแล้วจบกัน ไม่มีใครอยากได้เงินเวนคืน ถ้าเอาพื้นที่หากินไป ก็อยากขอร้องหาที่ใหม่บริเวณใกล้เคียงมาทดแทน
 
                ขณะที่ "อาม่าเซียะเช็ง" วัย 75 ปี ย้อนอดีตให้ฟังว่า ตนกับอากงหอบลูกหลานมาซื้อห้องแถวเปิดร้านขายนาฬิกาเมื่อ 60 กว่าปีที่แล้ว ราคาประมาณห้องละ 4 ล้านบาท แต่ก่อนฝั่งโรงแรมอินทราเรียกว่าสวนผักเจ๊ก ไม่ได้เจริญแบบนี้ 30 ปีที่แล้วขายดีมาก เพราะยังไม่มีห้างสรรพสินค้า มีร้านขายนาฬิกาหลายร้าน แต่เดี๋ยวนี้เหลืออาม่าแค่ร้านเดียว เพราะกิจการไม่ดีย้ายไปขายที่อื่นกันหมด แต่อาม่าไม่อยากย้ายไปเพราะเป็นบ้านของเรามีลูกหลานอยู่ด้วยเกือบ 10 คน
 
                “อาม่าไม่ย้ายไปไหนทั้งสิ้น ไม่เชื่อหรอกว่าเป็นเรื่องจริง เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ก็เคยมีข่าวลือว่าจะเวนคืนตึกแถวนี้ไปขยายถนน แต่สุดท้ายเงียบไป เขาจะมาไล่ที่เราได้อย่างไรเรามีโฉนดที่ดิน ไปเสียภาษีทุกปี”
 
                คนเฒ่าคนแก่ที่เปิดร้านขายของมานานเกือบค่อนชีวิต ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าจะมีการเวนคืนที่ดินจริง ไม่มีใครเตรียมตัวหรือเตรียมใจ เพราะเชื่อว่าเป็นเพียงข่าวลือระลอกใหม่เท่านั้น นอกจากนี้ยังไม่เคยมีหนังสือหรือเอกสารจากทางราชการส่งมาแจ้งเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนลูกหลานที่ติดตามข่าวสารต่างรู้สึกกลุ้มใจ เพราะดูเหมือนญาติผู้ใหญ่จะยืนยันไม่ยอมย้ายออกอย่างแน่นอน หากใครพูดถึงแผนสำรองจะโดนดุทันที
 
                สำหรับ “สนธยา ทองอินทร์” พ่อค้าแผงลอยขายกางเกงยีน เขามองว่าถนนประตูน้ำไม่ได้แค่เป็นแค่ตลาดแผงลอยขายของทั่วไป แต่เป็นเสมือนตำนานแหล่งช็อปปิ้งชื่อดังในอดีต นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาที่นี่ ตอนนี้คนตั้งใจมาซื้อของน้อยลง เปลี่ยนเป็นนักท่องเที่ยวมาเดินเล่นถ่ายรูปมากขึ้น
 
                “หลายสิบปีก่อน ไม่ได้มีศูนย์การค้าใหญ่ๆ คนต้องไปซื้อของที่สนามหลวง บางลำพู แล้วก็ประตูน้ำ คนบ้านนอกมากรุงเทพฯ ต้องมาช็อปปิ้งแถวนี้ ฝรั่งก็ชอบ เพราะขายถูก แต่ก่อนผมขายกางเกงยีนตัวละ 99 เดี๋ยวนี้ 200 กว่าบาทก็ไม่ได้แพงอะไร อยากให้เก็บแผงลอยประตูน้ำไว้เป็นแหล่งอนุรักษ์ตลาดเก่า เหมือนตลาดน้ำอัมพวา ที่นี่มันมีชีวิตมีเรื่องราว มีแนะนำในหนังสือท่องเที่ยวทั่วโลก อนาคตจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวโบราณ ทำไมไม่รักษาไว้ เปลี่ยนเป็นสถานีรถไฟฟ้าทำไม คุณค่าของมันแตกต่างกันนะ เห็นด้วยมั้ย” พ่อค้ากางเกนยีนตั้งคำถามทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจ

....................

(หมายเหตุ : 'รถไฟฟ้าสายสีส้ม' ชีวิตลุ้นระทึก...เวนคืนฟ้าผ่า'ถนนทองคำ' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)