
'ปชป.'เปิดเวทีผ่าความจริง-แดงโผล่ป่วน!
ปชป. เปิดเวทีเดินหน้าผ่าความจริง อ.อรัญฯ ด้าน 'เสื้อแดง' กว่า 50 คน นำรถขยายเสียงป่วน 'ชวน' ชำแหละโคตรกู้ทำปท.ถอยหลัง แฉเมียอดีตนายกฯวิ่งเต้นยุบพรรคประชาธิปัตย์
27 เม.ย.56 พรรคประชาธิปัตย์ ได้มาเปิดเวทีเดินหน้าผ่าความจริง ครั้งที่ 46 ที่อำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยได้ปิดถนนมหาดไทย หน้ามณฑปพระสยามเทวาธิราช กลางเมืองอรัญประเทศ โดยตั้งเวทีใหญ่เต็มถนน โดยมี พล.ท.อิสระ วัชระประธีป อดีตผู้สมัคร ส.ส.สระแก้ว พรรคประชาสธิปัตย์ เป็นแม่งาน
นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ปราศรัยอยู่บนเวีทีอยู่นั้น ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดสระแก้วรวม 50 คน พร้อมรถกระบะติดตั้งเครื่องขยายเสียงซึ่งรวมตัวกันอยู่บริเวณหน้าสถานีรถไฟอรัญประเทศ ห่างเวทีปราศรัยประมาณ 200 เมตร ได้เคลื่อนขบวนมาประชิดขอบรั้วของตำรวจควบคุมฝูงชน จังหวัดสระแก้วที่ตั้งเพื่อรักษาความปลอดภัยอยู่ด้านหน้าเวที 100 เมตร โดยกลุ่มคนเสื้อแดงได้ชูป้ายโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และทำการราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียงโจมตี โดยมี ตร.ภูธรจังหวัดสระแก้วนำกำลังมาขวางไว้เพื่อไม่ให้ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ต่อมาทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำรถติดเครื่องขยายเสียงเช่นกันมาจอดประจันหน้ากับกลุ่มคนเสื้อแดงแล้วเปิดเพลงของพรรค โดยมีสมาชิกพรรคทยอยเดินทางมาสมทบทำให้เหตุการณ์เริ่มตึงเครียดเนื่องจากมีการตะโกนด่าทอกัน ต่อมา พ.ต.อ.สุบิน บุญเล็ก ผกก.สภ.อรัญประเทศ ได้เข้าเจรจากับกลุ่มคนเสื้อแดงขอให้สลายตัวไป
จากนั้นเวลาประมาณ 18.00 น.นายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางมาถึงสถานที่จัดงาน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของตำรวจสระแก้ว โดยจะขึ้นปราศรัยในเวลา 20.00 น.
'ชวน' ชำแหละโคตรกู้ แฉเมียอดีตนายกฯวิ่งเต้นยุบ 'ปชป.'
พรรคประชาธิปัตย์ จัดเวทีปราศรัยเดินหน้าผ่าความจริงขึ้นที่สนามหน้าเทศบาลเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค กล่าวว่า หลังเกิดเหตุกับเวทีผ่าความจริงที่จังหวัดศรีสะเกษ ตนจึงตัดสินใจเดินทางมาพบปะประชาชน เพื่อให้กำลังใจกับคนที่ยืนอยู่กับความถูกต้อง เคารพกติกาบ้านเมือง นักการเมืองที่ซื้อเสียงแล้วไม่โกงหายาก คนที่ไม่ซื้อเสียงแล้วโกงก็หายาก ล่าสุดมหาวิทยาลัยหอการค้า เปิดเผยข้อมูลว่าการทุจริตเรียกเปอร์เซนต์จากโครงการของรัฐ ถึงร้อยละ 50 หมายว่าความงบประมาณของแผ่นดินถูกทุจริตเรียกเปอร์เซนต์ไปครึ่งหนึ่ง ทำให้บ้านเมืองอยู่ในฐานะตกต่ำ สิ่งที่เลวร้ายกว่าการปฏิวัติรัฐประหาร คือธุรกิจการเมือง ที่ผ่านมามีการทุ่มเงินซื้อส.ส.ปชป.ถึง 50 ล้านบาท แม้จะมีแนวคิดปฏิรูปพรรคเพื่อเอาชนะการเลือกตั้ง แต่เราต้องไม่ลืมอุดมการณ์ ถ้าคิดเพียงจะเอาตัวรอดโกงได้เพื่อเอาชนะการเลือกตั้ง บ้านเมืองจะไม่เหลืออะไร
“วันนี้เขากำลังขับไล่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ และรู้ดีว่ารัฐบาลไม่ชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพราะวิ่งเต้นไม่ได้ ตุลาการรัฐธรรมนูญชุดที่พิจารณาคดียุบปชป. เคยเล่าให้ฟังว่า มีนายตำรวจเกษียณเคยมาวิ่งเต้น 20-30 ล้านบาท ข้อเท็จจริงอย่างนี้ชี้ให้เห็นว่า เขากล้าทำผิดเพราะคิดว่าวิ่งเต้นได้ ที่ผ่านมาตุลาการถูกคุกคาม โดยภรรยาอดีตนายกรัฐมนตรีโทรศัพท์ไปหาแล้วโอนสายให้ทนายความเป็นผู้เจรจาเพื่อให้ตัดสินยุบปชป. พร้อมขู่ว่าถ้าไม่ยุบปชป. จะอาความลับของตุลาการมาเปิดเผยให้เสียชื่อเสียง และให้ทนายความตามไปพบตุลาการในสถานที่ออกกำลังกาย ขอร้องให้รับปากเพื่อที่จะให้นายใหญ่พอใจ ในที่สุดทนายความแพ้ใจตุลาการยอมมอบหลักฐานให้เก็บไว้เพื่อป้องกันตัว ดคีดังกล่าวจบไปแล้ว นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ยอมขอโทษศาล ศาลจึงถอนฟ้อง แต่ประวัติศาสตร์จะบันทึกว่า คนระดับอดีตนายกฯวิ่งเต้นล้มคดีในศาลแต่ไม่สำเร็จ วันนี้การคลื่อนไหวขับไล่เพราะไม่พอใจที่ไม่ยอมเป็นเครื่องมือ จึงขอให้ประชาชนให้กำลังใจตุลาการ“ นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าอีกว่า สำหรับคดีการบริจาคเงินบำรุงพรรคเดือนละ 20,000 บาทนั้น ไม่มีอะไรผิดกฎหมาย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นตรวจสอบแล้ว และมีมติแล้วว่าไม่เป็นความผิด แต่ดีเอสไอพยายามจะทำให้ปชป.ผิดให้ได้ นี่คือพฤติการณ์การรับคำสั่งจากฝ่ายการเมือง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยอมเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลเล่นงานฝ่ายค้าน จึงขอเตือนดีเอสไอให้หยุดรับใช้นักการเมือง เพราะพวกนี้ไม่เคยสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรถึงเวลาข้าราชการต้องรับผิดชอบ ที่ผ่านมาข้าราชการระดับปลัดกระทรวงก็ถูกไล่ออกจากราชการมาแล้ว บ้านเมืองต้องการความสงบ สามัคคี แต่คนทำผิดต้องได้รับโทษ รัฐบาลมีเสียงข้างมากไม่ควรจะมีปัญหาอะไรเลย ที่เคยประกาศจะกระชากค่าครองชีพลงมา กลายเป็นกระชากรายได้ลงมา หลายอย่างเนรมิตไม่ได้ ด่าปชป.ว่าดีแต่กู้ วันนี้ โคตรกู้ กู้ทั้งโคตร ขอให้เด็กไทยดื่มนม เติบโตอย่างเข้มแข็งเพื่อใช้หนี้ในอีก 50 ปี วันนี้เราอาจยืนอยู่หลังบางประเทศก็เพราะโคตรโกง โกงทั้งโคตร จึงขอเรียกร้องไม่ให้ประชาชนยืนอยู่ข้างคนโกง
'ส.ส.ปชป.' หวั่นประเทศเสียหายหากแก้ ม.190
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนริศ ชำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊คว่า ประเทศไทยอาจได้รับความเสียหาย และสูญเสียแผ่นดินจากกรณีนายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ ที่สนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร โดยไม่ผ่านรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 จนศาลฯรับฟ้องแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ประเทศไทยและเกษตรกร ได้รับผลกระทบจากรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ไปตกลงการค้าเสรี (FTA) กับหลายประเทศ ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ปลูกผักผลไม้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เพราะมีผลประโยชน์ของบางคนในรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง จนต้องมีรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ขึ้นมาป้องกัน แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันก็จะแก้ไขกลับไปเป็นเช่นเดิมอย่างไม่แยแสต่อการคัดค้าน รัฐบาลนี้คิดอะไร หวังผลอะไรน่าที่จะรับทราบกันได้ ไม่เคยข้ามพ้นผลประโยชน์ของกลุ่มเดิมได้เลย
'จุรินทร์' ลั่นแก้รธน.รายมาตราได้ แต่ห้ามผิด ม.68
ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ค กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) รายมาตราว่า เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ตามรธน.แต่ต้องไม่เข้าข่ายความผิดตามรธน.มาตรา 68 คือ 1.ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยผิดกฎหมาย ไม่เช่นนั้นศาลรัฐธรรรมนูญ สามารถวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าวได้ ซึ่งเป็นอำนาจตามที่รัฐธรรรมนูญบัญญัติให้ ฉะนั้นเมื่อมีผู้ร้องว่าการแก้รัฐธรรรมนูญ เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 68 ศาลรัฐธรรรมนูญจึงมีหน้าที่ต้องพิจารณา ส่วนจะวินิจฉัยว่าอย่างไรก็เป็นอำนาจของศาล การรับเรื่องจึงไม่ใช่การก้าวก่ายอำนาจนิติบัญญัติ แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรรมนูญของแต่ละฝ่าย
นายจุรินทร์ โพสต์ข้อความด้วยว่า กรณีที่ส.ส.เพื่อไทยจะไม่ยื่นคำให้การก็สามารถทำได้ ซึ่งก็เป็นการไม่ใช้สิทธิ์ที่ตนเองมีอยู่เท่านั้น แต่ที่สำคัญไม่ว่าฝ่ายใด ต้องไม่ใช้กำลังคุกคามฝ่ายอื่น เพื่อบังคับให้ได้ตามใจตน ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็น “การใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย” ส่วนการยื่นถอดถอนตุลาการสามารถทำได้ถ้าตุลาการทำผิด แต่ต้องไม่ใช่เพราะต้องการข่มขู่ให้ตุลาการมาทำตามใจฝ่ายตน



