
'หางเสือ'ตร.ควบคุม'จุดอ่อน-ภัยคุกคาม'
'หางเสือ'...ตำรวจ ควบคุม'จุดอ่อน-ภัยคุกคาม' : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ
ภายใต้องค์กรใหญ่ "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ซึ่งกำกับดูแลตำรวจกว่า 2 แสนนายทั่วประเทศ องค์กรแห่งนี้ มีแผนกำหนดทิศทางของ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" เหล่านี้อย่างไร?
พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ผู้นำหน่วย "มันสมอง" แห่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเผยถึงภารกิจและแผนยุทธศาสตร์ของตำรวจไทย
-แผนยุทธศาสตร์ของตำรวจมีความจำเป็นเพียงใด
การบริหารงานแผนใหม่ การจะทำอะไรจะต้องมีการวางแผนเป็นหลัก ถ้าไม่มีการวางแผนก็จะทำให้สับสนในการใช้ทรัพยากรต่างๆ ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองและไม่มีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนเป็นหลัก องค์กรตำรวจก็เช่นเดียวกัน จึงต้องมีการวางแผนกำหนดยุทธศาสตร์การทำงานขึ้นมา โดยจุดเริ่มต้นมาจากทหาร ซึ่งทหารเวลาเขาจะไปปฏิบัติภารกิจอะไรก็ตาม เขาจะมีหน่วยงานด้านมันสมองคอยวางแผนก่อน ตำรวจก็เช่นเดียวกัน ต้องมีเป็นหน่วยงานมันสมองที่ช่วยคิดช่วยวางแผน และเป็นที่มาของสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ซึ่งรับผิดชอบการบริหารงานเกือบทั้งหมด ยกเว้นในเรื่องของกำลังพล งบประมาณ โดยจะเป็นเรื่องของแผนงานเป็นหลัก
-การกำหนดยุทธศาสตร์การทำงานของตำรวจ
เวลาทำงานต้องดูนโยบายของรัฐบาลเป็นหลัก รัฐบาลปัจจุบันมีการกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศว่าอนาคตเราจะเดินทางไปทางไหน นอกจากมีการแถลงนโยบายแล้ว ก็จะมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตอนนี้เป็นฉบับที่ 11 ถูกหยิบยกมาเป็นกรอบการวางแผนด้วย และเอาภารกิจที่ถูกกำหนดมาเป็นทิศทางการทำงานของสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจว่าจะไปในทิศทางใด ปัจจุบันได้กำหนดยุทธศาสตร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขึ้นมาใช้ระหว่างปี 2555-2564
แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว แบ่งเป็น 4 ยุทธศาสตร์หลักคือ 1.ยกระดับขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจหลักเพื่อตอบสนองรัฐบาล 2.การพัฒนาตำรวจให้โปร่งใส มีมาตรฐาน 3.การมีส่วนร่วมของประชาชนและเครือข่ายการปฏิบัติงานของตำรวจ 4.การสร้างความเข้มแข็งในการบริหาร ทั้ง 4 เรื่องนี้ศึกษาจากจุดอ่อนจุดแข็งจากยุทธศาสตร์อันเก่า ศึกษาสภาพแวดล้อมนโยบายรัฐบาลต่างๆ ซึ่งในแผน 10 ปีจะเป็นทิศทางกว้างๆ แต่ก็จะแยกย่อยเป็นแผนปฏิบัติออกมาเป็นแผน 4 ปี แผนแต่ละปีอีกจะต้องทำอะไรบ้าง ยุทธศาสตร์จะเป็นกรอบที่กำหนดให้เดินไปตามทิศทางอย่างเป็นระบบ ถ้าเราทำงานตามแผนเราต้องใช้คน เครื่องมือ เงิน เท่าไหร่อย่างไร และกระบวนการบริหารต้องดูว่าคดีอาชญากรรมจะเกิดมากเกิดน้อยเท่าไร ก็จะเป็นตัวชี้วัด เพื่อให้เดินไปถึงเป้าหมายตามที่ตั้งไว้
ทั้งนี้ การทำงานของสำนักงานยุทธศาสตร์นั้น เป็นหน่วยงานอำนวยการของผู้บังคับบัญชาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบด้วยหน่วยงานย่อย ได้แก่ 1.กองยุทธศาสตร์ 2.กองแผนงานอาชญากรรม 3.กองแผนงานกิจการพิเศษ 4.กองวิจัย เพื่อทำหน้าที่แตกต่างกันไป ทั้งกำหนดยุทธศาสตร์ วางแผนด้านอาชญากรรม คดีต่างๆ และการประเมินและวิจัยเพื่อหาข้อบกพร่อง
-การวางแผนยุทธศาสตร์ต้องผ่านขั้นตอนอย่างไร
ยุทธศาสตร์ในแต่ละเรื่อง มีแนวคิดที่จะให้ข้าราชการตำรวจทุกระดับร่วมระดมความคิด มีส่วนร่วมในการทำยุทธศาสตร์ โดยจัดทำในรูปแบบต่างๆ เช่น การจัดทำการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม จัดทำข้อมูลของแต่ละหัวข้อเพื่อให้ครอบคลุมทุกประเด็น ของจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภัยคุกคาม ซึ่งได้รวบรวมแล้วจัดทำเป็น 62 หัวข้อ เป็นแบบฟอร์มให้ร่วมแสดงความคิดเห็น แล้วแจกจ่ายให้ทั้งผู้บริหารและผู้ปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนจะหารือจากที่ปรึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วนำข้อมูลที่ได้มาจัดทำเนื้อหาให้มีรายละเอียด สอดรับเชื่อมโยงกับแผนราชการบริหารแผ่นดินของรัฐบาลและแผนปฏิบัติราชการ ก่อนจะจัดสัมมนาวิพากษ์วิจารณ์ ก่อนขอความเห็นชอบเพื่อให้หน่วยงานในสังกัดนำยุทธศาสตร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2555-2564 ไปสู่การปฏิบัติ
-วางแผนการทำงานล่วงหน้า 10 ปี อาจไม่สัมพันธ์กับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงเร็ว
ในแผน 10 ปีนั้นจะเป็นกรอบในการปฏิบัติกว้างๆ ที่ครอบอยู่ แต่ถ้ามีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง หรือมีข้อบกพร่อง ก็จะมาปรับในรายแผน 4 ปี หรือแผนรายปีไป และต้องดูสถานการณ์ว่าเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน อย่างตอนนี้ มีสถานการณ์ที่เราจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ต้องมีการเพิ่มเติมเข้ามาจากเดิมที่มีอยู่ เพื่อเป็นฐานที่จะเดินต่อไป ต้องยอมรับว่าเป็นงานที่สำคัญงานหนึ่งที่จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน จึงต้องมีการวางแผนเตรียมตัวรับมือไว้
อย่างในปี 2558 ตำรวจไทยจะใช้ภาษาอังกฤษได้ดี และเมื่อถึงวันนั้นชาวอาเซียนจะเข้ามาอยู่ มาประกอบกิจการ จะต้องมีการรับมือและวิเคราะห์ไว้ล่วงหน้า การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนไม่ใช่แค่เตรียมว่ารับเข้ามา แต่คนไทยจะออกไปประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ได้ดูแลก็ไม่ได้ เราจะตามไปดูแลเขาอย่างไร แต่เรื่องนี้อาจไม่ได้ทำเอง ต้องประสานงานเรื่องกฎหมาย เรื่องหน่วยปฏิบัติให้เขาทราบ สำนักงานยุทธศาสตร์ฯ จะดูในภาพรวมมากกว่า เราจึงต้องคิดแผนล่วงหน้า เหมือนคนเดินทางมันเห็นเป้าหมาย แต่ถ้าไม่มียุทธศาสตร์ ไม่มีแผนงาน มันก็จะไปแบบไร้หางเสือ
-ยุทธศาสตร์สำคัญที่เตรียมไว้รับมือการเปิดประชาคมอาเซียน
นอกจากภาษาและคนที่จะเข้าหรือออกไปแล้ว ต้องมาวิเคราะห์กันทีละส่วน การทำเป็นยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปี 2558 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับอาชญากรรมได้แก่ ยุทธศาสตร์ด้านการบริการจัดการชายแดนและแก้ไขปัญหาคุกคามทุกรูปแบบ เพื่อความมั่นคงของประเทศ จะดูว่ามีการคุกคามอะไรบ้าง และจะมีการป้องกันอย่างไรบ้าง อาชญากรรมรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจจะมีการกระทำความปิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี หรืออาชญากรรมข้ามชาติ ที่จะมีฐานความผิดที่ระบุไว้ แต่เชื่อว่ารูปแบบคงไม่หนีไปจากเดิม แต่โอกาสที่คนจะกระทำความผิดนั้นมีมากขึ้น มีเหยื่อที่มีโอกาสถูกกระทำมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แผนยุทธศาสตร์ จะเน้นการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น รวมถึงยุทธศาสตร์การสร้างความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทั้งในและนอกอาเซียน
- ความรุนแรงที่เกิดขึ้นรอบโลก ถูกนำมาเป็นกรอบในการวางยุทธศาสตร์ด้วยหรือไม่
กรณีเหตุระเบิดที่เมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ก็เป็นประสบการณ์ในเรื่องการก่อการร้าย อาจจะไม่ใช่เจาะจงประเทศใดประเทศหนึ่งเหมือนเดิมแล้ว แต่มันอาจจะมีการเชื่อมต่อกัน อาจจะเชื่อมต่อมาถึงประเทศไทยหรือไม่ เราก็นำมาวิเคราะห์เพื่อคิดแผนที่จะป้องกันล่วงหน้า ว่าถ้าเกิดเหตุต้องทำอะไรบ้าง สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดูความเชื่อมโยง เกิดอะไรขึ้นมันเกิดเฉพาะที่ เราต้องดูว่ามีพฤติกรรมเลียนแบบหรือไม่เพื่อนำมาป้องกัน
ผมเชื่อว่าทุกประเทศก็ทำเหมือนๆ กัน และในกระบวนการทำงานด้านบริหารนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้ย้ำถึงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าเราไม่ได้ต้องไปสืบสวนจับกุมคนร้าย แต่ต้องศึกษาบทเรียนว่า เกิดแบบนี้จะป้องกันแก้ไขอย่างไร, มีทิศทางการแก้ไขปัญหาอย่างไร และต้องใช้หน่วยใดในการลงไปแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น อย่างเหตุที่เกิดที่บอสตันเขาได้ประโยชน์จากเรื่องซีซีทีวี และคอมมานด์เซ็นเตอร์ที่ให้ประชาชนนั้นส่งรูปส่งภาพเข้ามาเพื่อช่วยเหลือกัน นี่คือการบริหารจัดการในสถานการณ์วิกฤติ ก็ต้องศึกษาว่าเขาคลี่คลายคดีจับตัวคนร้ายได้อย่างไร ช่วยเหลือประชาชนได้จากอะไร สามารถนำมาปรับใช้ได้
ท่าน ผบ.ตร.จะเน้นย้ำเสมอว่า การทำงานทุกอย่าง ถึงแม้ว่างานจะสำเร็จตามเป้าหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันต้องมีอุปสรรคมีปัญหาระหว่างทางที่ทำให้ใช้ทรัพยากรมากขึ้น ใช้คนมากขึ้น มีความสูญเสีย ทุกเรื่องท่านจะเน้นให้มีความศึกษาเพื่อนำมาพัฒนา เป็นการประเมินตัวเองตลอดเวลา ว่าเราขาดตกบกพร่องอย่างไร เพื่อนำมาปรับถ้าเกิดเหตุครั้งต่อๆ ไป สถานการณ์มันเปลี่ยนตลอดแผนเราก็พร้อมปรับได้ทุกเมื่อ ตำรวจต้องแก้ไขปัญหาอาชญากรรมให้กับประชาชนในทุกเรื่องๆ ทั้งโดยในการประชุมแต่ละวันเมื่อมีสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็เดินตามแผนที่เราวางไว้ อะไรที่ไม่มีก็ต้องเพิ่มไป
-ประชาชนจะมีส่วนร่วมกับแผนยุทธศาสตร์ตำรวจอย่างไร
ถ้าเราจะให้เขาช่วยในมุมของตำรวจ เราต้องช่วยตัวเราเองก่อน ต้องทำหน้าที่ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนจนมีความเชื่อถือ ศรัทธา เขาก็จะให้ความร่วมมือ ตราบใดที่เขารู้สึกว่าตำรวจยังไม่ทำเลย แล้วทำไมเขาต้องทำ แต่ถ้าตำรวจทำให้เห็นเต็มที่แล้ว เขาจะช่วยเหลือแบ่งเบาเราได้ อย่างไรก็ตาม ตำรจต้องสร้างศรัทธาต่อประชาชนก่อน ประชาชนถึงจะยอมรับเชื่อถือ อย่างกรณี มีตำรวจรีดไถ ยอมรับว่ามันมีความบกพร่อง ซึ่งเราต้องควบคุมไม่ให้มีการกระทำขึ้น แต่ละปีก็จะมีตำรวจถูกออกอยู่เสมอ ถ้าเราทำและมีคำตอบ เราไม่ได้ไปเถียงว่าไม่มีตำรวจที่ไม่ดี เรายอมรับว่ามี และดำเนินการแล้ว เชื่อว่าประชาชนยอมรับได้และเขาก็จะให้ความร่วมมือ แต่เราต้องทำให้เขาเห็นก่อน ไม่ใช่แค่พูดอย่างเดียว !!
.....................
(หมายเหตุ : 'หางเสือ'...ตำรวจ ควบคุม'จุดอ่อน-ภัยคุกคาม' : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ)



